บทความ

การวิจัยใหม่ (new study) ที่ดำเนินการโดยผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัยของออสเตรเลียและเนเธอร์แลนด์และ (published) ตีพิมพ์ในวารสาร JAMA (The Journal of the American Medical Association) เพื่อตรวจสอบว่าสาร CBD มีผลต่อการขับรถอย่างไรและพบว่าในขณะที่สาร THC สามารถทำให้เกิดปัญหาความบกพร่องในการขับขี่รถได้อย่างแน่นอน แต่ก็ยังไม่มีหลักฐานใดๆ ที่แสดงให้เห็นว่าสาร CBD เพียงอย่างเดียวสามารถทำได้

หากคุณยังใหม่ ไม่คุ้นเคยกับโลกของกัญชาทางการแพทย์ คุณจะพบว่ามันยากที่จะรู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหน ทั้งนี้ระหว่างการสูบกัญชา การบริโภคผลิตภัณฑ์ที่มีกัญชาเป็นส่วนผสมซึ่งไม่ว่าคุณกำลังมองหายากระตุ้นหรือยากระตุ้นเพื่อคลายเครียดในบทความนี้เราจะช่วยให้คุณเข้าใจถึงผลิตภัณฑ์ที่มีจำหน่ายมากขึ้นและช่วยคุณในการเลือกสิ่งที่เหมาะสมที่สุดให้กับความต้องการของคุณ และถ้าคุณอาศัยอยู่ใน 33 รัฐที่สารนี้ถูกกฎหมายในบริบทด้านการดูแลสุขภาพ เช่นรัฐเพนซิลเวเนีย การขอบัตรกัญชาทางการแพทย์ (getting a medical marijuana card) นั้นสะดวกไม่เข้มงวดมาก สิ่งที่คุณต้องทำคือใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีในการป้อนรายละเอียดและคุณจะไม่ถูกเรียกเก็บเงินจนกว่าใบสมัครของคุณจะได้รับการอนุมัติ

การใช้ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับกัญชาเริ่มกลายเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆในอเมริกาเหนือ มีการถูกพบของวิจัยทางวิทยาศาสตร์ว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้มีประโยชน์ในการรักษาอาการป่วยได้หลายโรค จึงเป็นผลให้ตลาดผลิตภัณฑ์ซีบีดีเป็นที่นิยมอย่างมาก คนในปัจจุบันได้ผสมผสานนำผลิตภัณฑ์ซีบีดีมาเป็นส่วนหนึ่งในการใช้ชีวิตประจำวัน เมื่อคุณต้องการซื้อสินค้าซีบีดีใกล้บ้าน คุณเพียงแค่เข้าเว็บไซต์ cbdoilnearby.com เพื่อหาร้านค่าที่ดีและใกล้ที่สุดสำหรับคุณ หรือสามารถหาราคาที่ดีที่สุดได้ผ่านการสั่งซื้อออนไลน์ได้เช่นกัน

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 12 พฤศจิกายนที่ผ่านมารัฐบาลของอาร์เจนตินาได้ออกกฎหมายให้มีการปลูกกัญชาเพื่อใช้ในทางการแพทย์แก่บุคคลทั่วไปและเครือข่ายตลอดจนการขายครีมและน้ำมันที่ผลิตจากกัญชาในร้านขายยาด้วย การเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างเป็นทางการผ่านการประกาศพระราชกฤษฎีกาที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาอย่างเป็นทางการ

MediPharm Labs Inc ซึ่งเป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับกัญชารักษาโรคได้เริ่มการทดลองทางคลินิกเพื่อวิจัยและประเมินประสิทธิภาพของยาที่ผลิตได้จากกัญชาของบริษัทในการรักษาโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายหรือโรคไตเรื้อรัง (CKD) โรคไตเรื้อรังเกี่ยวข้องกับสภาวะของไตถูกทำลายมาเป็นระยะเวลานานซึ่งส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพของอวัยวะในการกรองเลือด ซึ่งหมายถึงของเสียที่เป็นพิษสะสมในร่างกาย ทั้งนี้ภาวะที่ลุกลามอาจส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญ ได้แก่ ไตวาย (kidney failure) และเสียชีวิตในที่สุด

หากไม่มีคำแนะนำที่ถูกต้อง กัญชาอาจเป็นสิ่งที่ซับซ้อนเกินกว่าจะเข้าใจ และนี่คือผลิตภัณฑ์กัญชาทางการแพทย์ที่คุณควรรู้จัก นับเป็นช่วงเวลาที่ดีสำหรับกัญชาในอเมริกา ที่มีผลิตภัณฑ์คุณภาพมากมายเข้าถึงพื้นที่ต่างๆของประเทศ รัฐต่างๆเริ่มเปิดกว้างมากขึ้นในเรื่องของกัญชาที่ใช้สำหรับผู้ที่ต้องต่อสู้กับโรคต่างๆหรือผู้ที่ต้องการบริโภคมันเพื่อพักผ่อนหย่อนใจ ในขณะที่กัญชายังไม่เป็นที่ถูกกฏหมายของรัฐบาลกลาง มีผลิตภัณฑ์กัญชาทางการแพทย์กว่าพันรายการให้เลือกซื้อออนไลน์ แต่การใช้อินเทอร์เน็ตจะเป็นพื้นที่ที่ยากต่อการซื้อสินค้าหากคุณไม่ทราบว่าแน่ชัดว่าสิ่งที่คุณต้องการคืออะไร และนี่คือ 5 สิ่งสำคัญที่คุณควรทำความรู้จักกับมัน

มีการใช้กัญชาทางการแพทย์เพื่อบรรเทาอาการปวดมานานแล้ว การวิจัยใหม่แสดงความคิดเห็นว่า กัญชาไม่ได้เพิ่มความไวต่อความเจ็บปวด (pain sensitivity) ของผู้ป่วยซึ่งต่างจากยาแก้ปวดกลุ่มโอปิออยด์ (opioids)

การทดสอบชุดใหม่ที่ดำเนินการในอิสราเอลแสดงให้เห็นว่าทั้งสาร Cannabigerol (CBG) และ Cannabichromene (CBC) มีคุณสมบัติต่อต้านมะเร็งในเซลล์มะเร็ง ต้องขอบคุณกฎหมายเกษตรสหรัฐฯ ปี 2018 หรือที่เรียกว่า กฎหมาย Farm Bill รวมถึงการเพิ่มการรับรู้ ถึงคุณประโยชน์ของการใช้กัญชาและกัญชง ซึ่งพืชนี้ถูกนำมาเพาะปลูกอีกครั้งในระดับประเทศ หนึ่งในแง่มุมที่สำคัญที่สุดของเรื่องนี้ ก็คือความสนใจที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของสาธารณชนในเรื่องของสาร แคนนาบินอยด์ (cannabinoids)

ผู้ป่วยที่ใช้กัญชาในเกาะซิซิลี (Sicily) ประเทศอิตาลีจะต้องเฉลิมฉลองหลังจากที่มีข่าวลงเมื่อวันที่ 21 มกราคม ว่าการจัดหากัญชาทางการแพทย์ของภูมิภาคนี้จะให้บริการฟรีแก่ผู้เข้าร่วมโครงการที่มีคุณสมบัติผ่านการรับรอง ซึ่ง Ruggero Razza ผู้ดูแลระบบสุขภาพชั้นนำของซิซิลีได้ลงนามในพระราชกฤษฎีกาว่ากลุ่มผู้ป่วยที่มีอาการปวดเรื้อรังหรือปวดประสาทส่วนปลาย (chronic or neuropathic pain) สมองพิการ (cerebral palsy) หรือปลอกประสาทเสื่อมแข็ง (multiple sclerosis-MS) จะมีคุณสมบัติได้รับกัญชาที่ได้รับการอุดหนุนจากรัฐบาล

ผู้คนมักเลือกที่จะใช้กัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ นอกจากนี้ยังเป็นวิธีธรรมชาติในการรักษาโรคต่างๆ โดยไม่มีผลข้างเคียงใดๆ สารแคนนาบินอยด์ (cannabinoids) ที่แตกต่างกันในกัญชาถูกนำมาใช้ประโยชน์ เป็นเวลาหลายพันปีเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการบำบัดโรค โดยส่วนใหญ่มักใช้รักษาอาการปวดเรื้อรังหรืออาการเจ็บปวดที่เกิดขึ้นจากจิตใจ งานวิจัยเมื่อไม่นานมานี้แสดงให้เห็นว่าเราสามารถใช้ CBD ในการพัฒนา เส้นผมที่หนาและแข็งแรงเพื่อให้ CBD มีประโยชน์ต่อเส้นผมของผู้ใช้

“กัญชงจะถูกนำมาใช้เพื่อผลิตยารักษาโรคมะเร็ง ผ้าและพลาสติกชีวภาพก็สามารถผลิตได้ด้วยพืชนี้” PC Sharma รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกฎหมายและยุติธรรมได้ประกาศให้ทราบ ณ เมืองหลวงโบพาล (Bhopal) ว่าฝ่ายบริหารของรัฐมัธยประเทศ (Madhya Paresh) ในอินเดียได้เลือกที่จะทำการเพาะปลูกกัญชงเพื่อการใช้งานทั้งทางด้านอุตสาหกรรมและการแพทย์ รัฐอินเดียกลางจะอนุญาตให้ปลูกกัญชง (hemp) ได้อย่างอิสระ ซึ่งมีพืชตระกูลกัญชาหลายชนิดที่มีค่า THC น้อยกว่า 0.3% ซึ่งเป็นสารประกอบที่ทำให้มึนเมา มีอยู่ในพืชกัญชาซึ่งถือเป็นสิ่งต้องห้ามก่อนหน้านี้

ในการศึกษาเบื้องต้นใหม่สองชุดที่จะตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) บอกเป็นนัยว่าการใช้กัญชาเชื่อมโยงไปยังความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดสมอง (stroke) หรือสโตรกในคนหนุ่มสาว นอกจากนี้ยังมีการเชื่อมโยงระหว่างกลุ่มผู้ที่มีปัญหา ความผิดปกติจากการใช้กัญชาซึ่งมีลักษณะเฉพาะด้วยการใช้กัญชาบ่อยๆ ซึ่งคล้ายกับโรคพิษสุราเรื้อรังและเพิ่มโอกาสในการเกิดภาวะการรบกวน ขัดขวางจังหวะการเต้นของหัวใจจนเกิดอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะ (arrhythmias)

โครงการนี้จะอบรมผู้สอนเกี่ยวกับวิธีการแบ่งปันข้อมูล การให้ความรู้เกี่ยวกับกัญชาให้กับนักเรียนระดับ K-12 (ตั้งแต่เกรด 1-12 หรือประถม 1 จนถึงมัธยม 6) ด้วยจำนวนที่เพิ่มขึ้นของรัฐที่มีกัญชาถูกกฎหมาย ผู้สอนกำลังรับมือว่าจะมีวิธีการพูดคุยเรื่องกัญชากับเด็กนักเรียนในโรงเรียนอย่างไร ท้ายที่สุดแล้วการเปลี่ยนแปลงจากยุคของการส่งข้อความ“ Just Say No” เพื่อบอกว่ายาเสพติดเป็นสิ่งไม่ดีมาสู่โลกใหม่ที่อาจหาญซึ่งผลิตภัณฑ์กัญชามีวางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าและมุมร้านขายยา ซึ่งต้องใช้เวลาอธิบายบางอย่างแม้กระทั่งสำหรับผู้ใหญ่

องค์การอาหารและยาของสหรัฐฯ หรือ อย. (FDA) ได้อนุมัติการศึกษาทดลองยาที่สกัดจากกัญชาเพื่อรักษามนุษย์โดยสถาบันแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเยล (the Yale University School of Medicine) และ บริษัท CT Pharma เพื่อศึกษาและตรวจสอบประสิทธิภาพของยาที่ใช้กัญชา ตามรายงานจากสื่อ Connecticut Public Radio (CRP) ระบุว่านี่เป็นการศึกษายาจากกัญชาในมนุษย์ครั้งแรกที่ได้รับการอนุมัติ รับรองจาก FDA

อดีตพนักงานคลังสินค้า Amazon (ยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซสหรัฐฯ) กำลังยื่นเรื่องฟ้อง Amazon ต่อศาลในเรื่องการเลือกปฏิบัติต่อคนพิการ โดยกล่าวว่า Amazon ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีไล่เขาออจากงานเพราะใช้กัญชาทางการแพทย์

โรคความดันโลหิตสูง หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า ภาวะความดันโลหิตสูงนั้น เป็นโรคที่พบบ่อยที่สุดในกลุ่มผู้ใหญ่ เฉลี่ยแล้วตกประมาณ 25-30% ของประชากรโลกที่อยู่ในกลุ่มผู้ใหญ่ทั้งหมด และมักพบบ่อยในกลุ่มของผู้ชายมากกว่ากลุ่มผู้หญิง ถือได้ว่าโรคความดันโลหิตเป็นโรคที่คุณควรใส่ใจเป็นพิเศษ เนื่องจากผลที่จะตามมานั้น ส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายเป็นอย่างมาก วันนี้เราได้นำเกร็ดความรู้เกี่ยวกับโรคความดันโลหิตมาฝากกัน

โรคข้ออักเสบ (Arhritis) เป็นชื่อเรียกโดยรวมของโรคกลุ่มนี้ซึ่งแยกออกมาได้กว่า 200 ชนิดที่พบบ่อยมีอยู่ 2 ชนิด คือ โรคข้อเสื่อม หรือข้ออักเสบเรื้อรัง (Osteoarthritis) และโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ หรือปวดข้อรูมาตอยด์ (The Rumatoid arthritis) ทั้ง 2 ชนิด มีสาเหตุของโรคต่างกัน

คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่า “กัญชา” เป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย ทั้งบทลงโทษที่หนัก กฎหมายที่เข้มข้นและผลเสียต่อร่างกายที่ดูเหมือนจะน่ากลัวสำหรับผู้บริโภค แต่ทว่าความเข้าใจนี้เริ่มเปลี่ยนไปเมื่อมีงานวิจัยมากมายได้ออกมารับรองแนวโน้มคุณสมบัติด้านการรักษาของกัญชา ทำให้กัญชากลายเป็นหัวข้อที่ดึงดูดความสนใจของผู้คนทั่วโลก

มีรัฐจำนวนมากขึ้นในอเมริกาที่อนุญาตให้ผู้ป่วยมองหาการรักษาด้วยกัญชาทางการแพทย์สำหรับกลุ่มโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง (Inflammatory Bowel Disease- IBD) เช่นโรคโครห์น (Crohn’s Disease) ทว่ากัญชาไม่เพียงรักษาที่ต้นเหตุการอักเสบในทางเดินอาหารเท่านั้นแต่ยังรักษาอาการที่เจ็บปวดที่สุดของโรคด้วย

โรคโครห์น (Crohn’s Disease) หรือโรคลำไส้อักเสบโครห์น เป็นโรคแพ้ภูมิต้านทานเนื้อเยื่อตนเอง (autoimmune disease) ที่ทำให้เกิดการระคายเคืองอย่างรุนแรงและเกิดการอักเสบในทางเดินอาหาร โรคนี้จัดอยู่ในกลุ่มโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง (inflammatory bowel diseases หรือ IBD) อาการของโรคพบได้บ่อยในช่วงวัยหนุ่มสาวอายุระหว่าง 20 - 29  ปีและเป็นโรคที่รักษาไม่หาย