แนวทางการพิจารณาอนุญาตให้ปลูกกัญชา พ.ศ. ๒๕๖๒

Last updated: May 13, 2019  |  การเมือง

 

แนวทางการพิจารณาอนุญาตให้ปลูกกัญชา พ.ศ. ๒๕๖๒
เพื่อให้การปลูกกัญชาภายในประเทศ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสม รัดกุม ตามหลักวิชาการ และเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด รวมถึงป้องกันมิให้มีการนากัญชาไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ จึงต้องมีการจัดทา แนวทางการพิจารณาอนุญาตให้ปลูกกัญชาเพื่อรองรับการนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์และ การ ศึกษาวิจัยทางการแพทย์ในประเทศต่อไป โดยมีรายละเอียดดังนี้

(ก) กรณีผู้ขอรับอนุญาตรายใหม่ พิจารณาใน ๖ ประเด็นดังต่อไปนี้
๑. สถานที่เพาะปลูก ต้องได้รับการตรวจสอบจากพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติยาเสพติด
ให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งเป็นไปตาม“แนวทางการปฏิบัติด้านการจัดเตรียมสถานที่ การ เก็บรักษา และการควบคุม การใช้สาหรับผู้ขอรับอนุญาตปลูกซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ เฉพาะกัญชา”
๒. ปริมาณการปลูก
๒.๑ กรณีปลูกเพื่อประโยชน์ของทางราชการ การแพทย์ ต้องสอดคล้องกับแผนการผลิต แผนการจาหน่าย และแผนการใช้ประโยชน์ รวมทั้งมีเอกสารแสดงรายละเอียดการซื้อขายผลผลิตล่วงหน้า ระหว่างฝ่ายเกษตรกร หรือเจ้าของฟาร์ม กับผู้ซื้อผลผลิต
๒.๒ กรณีปลูกเพื่อศึกษาวิจัย ต้องสอดคล้องกับแผนการผลิต และแผนการใช้ประโยชน์
ทั้ง ๒ กรณี พิจารณาความเหมาะสมโดยคณะอนุกรรมการพิจารณาหลักเกณฑ์การพิจารณา อนุญาตและการควบคุมการปลูก การผลิต จำหน่าย นำเข้า ส่งออก และมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษ
ในประเภท ๕ เฉพาะกัญชา
๓. ประวัติการถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษของผู้ขอรับอนุญาต ต้องไม่เคยมีประวัติ
การถูกดาเนินคดีในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ซึ่งตรวจสอบโดยสานักงานคณะกรรมการป้องกันและ ปราบปรามยาเสพติด
๔. มาตรการรักษาความปลอดภัย เพื่อป้องกันการรั่วไหลของกัญชา ซึ่งเป็นไปตาม “แนวทางการปฏิบัติด้านการจัดเตรียมสถานที่ การเก็บรักษา และการควบคุมการใช้สาหรับผู้ขอรับอนุญาตปลูก ซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ เฉพาะกัญชา”
๕. รายละเอียดการดำเนินการ แบ่งเป็น ๒ กรณี
๕.๑ กรณีปลูกเพื่อประโยชน์ของทางราชการ การแพทย์ อย่างน้อยต้องมีรายละเอียดหัวข้อ
ดัง ต่อไปนี้
๑) ชื่อผู้ขอรับอนุญาต
๒) วัตถุประสงค์การดำเนินการ
๓) แผนการผลิต แผนการจำหน่าย และแผนการใช้ประโยชน์ รวมทั้งมีเอกสารแสดง
รายละเอียดการซื้อขายผลผลิตล่วงหน้าระหว่างฝ่ายเกษตรกร หรือเจ้าของฟาร์ม กับ
ผู้ซื้อผลผลิต
๔) วิธีการดาเนินการ
๔.๑) รายละเอียดของเมล็ดพันธุ์ ส่วนขยายพันธุ์ ชื่อของสายพันธุ์ จำนวนเมล็ดพันธุ์ และแหล่งที่มา
๔.๒) วิธีการปลูก การดูแลรักษา การเก็บเกี่ยว และสถานที่เก็บภายหลังการเก็บเกี่ยว (ซึ่งวิธีการปลูกต้องเป็นไปตามมาตรฐานการปลูกและการเก็บเกี่ยวที่ดีของ พืชสมุนไพร Good Agricultural Practices (GAP))
๔.๓) ระยะเวลาในการดำเนินการ
๔.๔) ขั้นตอนการทำลายส่วนอื่นๆของกัญชาที่ไม่เกี่ยวข้องภายหลังการเก็บเกี่ยว
ผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษ ในการประชุมครั้งที่ ๓๙๙-๓/๒๕๖๒ เมื่อวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒
1/3

๔.๕) วิธีการเตรียมสารสกัดและอุปกรณ์ที่ใช้ (ถ้ามี) ๔.๖) การควบคุมคุณภาพสารสกัด (ถ้ามี)
๔.๗) การคำนวณปริมาณสารที่ได้ (ถ้ามี)
๔.๘) การทำลายของที่เหลือจากการสกัด (ถ้ามี)
๕) สถานที่ดำเนินการ พร้อมภาพถ่ายและพิกัดสถานที่ทางภูมิศาสตร์ รวมทั้งหนังสือแสดง กรรมสิทธิ์ หรือสิทธิ์ครอบครองของสถานที่ปลูกโดยชอบด้วยกฎหมาย (หนังสือให้ความยินยอมจากผู้ให้เช่า หรือ ผู้ให้ใช้ที่ดิน ในกรณีขอเช่าหรือขอใช้ที่ดินของบุคคลอื่นในการเพาะปลูก) กรณีมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของ อาคารสถานที่ ต้องได้รับอนุญาตตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ เป็นต้น
๖) ประวัติการกระทำความผิดของผู้ที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการ (เป็นหนังสือรับรองตนเอง) ๕.๒กรณีปลูกเพื่อศึกษาวิจัยอย่างน้อยต้องมีรายละเอียดหัวข้อดังต่อไปนี้

๑) ชื่อโครงการวิจัย
๒) รายชื่อหัวหน้าโครงการและผู้ร่วมโครงการวิจัย
๓) ความสาคัญและที่มาของโครงการวิจัย
๔) วัตถุประสงค์ของโครงการวิจัย
๕) ขอบเขตของโครงการวิจัย
๖) กรอบแนวคิดของโครงการวิจัย, ทฤษฎี, สมมุติฐาน (ถ้ามี) ๗) การทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง
๘) แผนการผลิต และแผนการใช้ประโยชน์
๙) วิธีการดำเนินการวิจัย
๙.๑) รายละเอียดของเมล็ดพันธุ์ ส่วนขยายพันธุ์ ชื่อของสายพันธุ์ จำนวนเมล็ดพันธุ์ และแหล่งที่มา
๙.๒) วิธีการปลูก การดูแลรักษา การเก็บเกี่ยวและสถานที่เก็บภายหลังการเก็บเกี่ยว (ซึ่ง วิธีการปลูกต้องเป็นไปตามมาตรฐานการปลูกและการเก็บเกี่ยวที่ดีของ พืชสมุนไพร Good Agricultural Practices (GAP))
๙.๓) ขั้นตอนการทาลายส่วนอื่นๆของกัญชาที่ไม่เกี่ยวข้องภายหลังการเก็บเกี่ยว ๙.๔) มาตรการรักษาความปลอดภัย เพื่อป้องกันการรั่วไหลของกัญชา
๙.๕) วิธีการเตรียมสารสกัดและอุปกรณ์ที่ใช้ (ถ้ามี)
๙.๖) การควบคุมคุณภาพสารสกัด (ถ้ามี)
๙.๗) การคานวณปริมาณสารที่ได้ (ถ้ามี)
๙.๘) การทาลายของที่เหลือจากการสกัด (ถ้ามี)
๗) ระยะเวลาการดำเนินโครงการวิจัย
๘) สถานที่ดาเนินโครงการวิจัย พร้อมภาพถ่ายและพิกัดสถานที่ทางภูมิศาสตร์ รวมท้ัง
หนังสือแสดงกรรมสิทธ์ิ หรือสิทธิครอบครองของสถานที่ปลูกโดยชอบด้วยกฎหมาย (หนังสือให้ความยินยอม จากผู้ให้เช่า หรือผู้ให้ใช้ที่ดิน ในกรณีขอเช่าหรือขอใช้ที่ดินของบุคคลอื่นในการเพาะปลูก) กรณีมีการ เปลี่ยนแปลงโครงสร้างของอาคารสถานที่ ต้องได้รับอนุญาตตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น พระราชบัญญัติ ควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ เป็นต้น
๙) งบประมาณของโครงการวิจัย
๑๐) ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
๑๑) ลายมือชื่อหัวหน้าโครงการวิจัย พร้อม วันเดือนปี
๑๒) ลายมือชื่อผู้อนุมัติโครงการวิจัย พร้อม วันเดือนปี
๑๓) ประวัติการกระทำความผิดของผู้ที่เกี่ยวข้องในโครงการวิจัย (เป็นหนังสือรับรองตนเอง) ๑๗) เอกสารอ้างอิงของโครงการวิจัย
๑๘) หน่วยงานที่นาผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์
2/3

๖. ข้อมูลทั่วไปของผู้ขอรับอนุญาต
๖.๑) หน่วยงานของรัฐ ที่มีหน้าที่ศึกษาวิจัยหรือจัดการเรียนการสอนทางการแพทย์ เภสัชศาสตร์วิทยาศาสตร์หรือเกษตรศาสตร์หรือมีหน้าที่ให้บริการทางการแพทย์เภสัชกรรมหรือวิทยาศาสตร์ หรือมีหน้าท่ีให้บริการทางเกษตรกรรมเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์หรือเภสัชกรรม หรือหน่วยงานของรัฐที่มี หน้าที่ในการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด หรือสภากาชาดไทย
๖.๒) สถาบันอุดมศึกษา ตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชนท่ีมีหน้าที่ ศึกษาวิจัยและจัดการเรียนการสอนเกี่ยวกับทางการแพทย์หรือเภสัชศาสตร์ ซึ่ง ดาเนนิ การร่วมกับหน่วยงานรัฐ
ตามข้อ ๖.๑
๖.๓) ผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมที่รวมกลุ่มเป็นวิสาหกิจชุมชนซึ่งจดทะเบียนตาม กฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน วิสาหกิจเพื่อสังคมตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น หรือสหกรณ์ การเกษตรซึ่งจดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยสหกรณ์ ซึ่งดาเนินการภายใต้ความร่วมมือและกากับดูแลของ ผู้ขออนุญาตตาม ๖.๑ หรือ ๖.๒ และต้องดำเนินการร่วมกับหน่วยงานรัฐตามข้อ ๖.๑
๖.๔) ผู้ขออนุญาอื่นตามที่รัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการกาหนดใน กฎกระทรวง ซึ่ง ดำเนิน การร่วมกับ หวยงานรัฐ ตามข้อ ๖.๑
ผู้ขอรับอนุญาตทั้ง ๔ ประเภทข้างต้น ในกรณีที่เป็นบุคคลธรรมดา ต้องมีสัญชาติไทย และมีถิ่นที่ อยู่ในประเทศไทยในกรณที่ีเป็นนิติบุคคลต้องจดทะเบียนตามกฎหมายไทยและกรรมการของนิติบุคคลหุ้นส่วน หรือผู้ถือหุ้นอย่างน้อยสองในสามต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทย และมีสานักงานในประเทศไทย
(ข) กรณีผู้รับอนุญาตประสงค์ต่ออายุ พิจารณาใน ๓ ประเด็นดังต่อไปนี้
๑. ประวัติการถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษของผู้ขอรับอนุญาต ต้องไม่เคยมีประวัติ
การถูกดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้โทษใน ประเภท ๕ ซึ่งตรวจสอบโดยกองควบคุมวัตถุเสพติด
๒. ผลการดำเนินงานในคร้ังที่ผ่านมา โดยสรุปผลการดาเนินงานให้ชัดเจน ตรงตามวัตถุประสงค์ ของการดำเนินการ และข้อมูลบัญชีรับจ่ายยาเสพติดให้โทษรายเดือน และรายปี
๓. ข้อมูลการกระทาผิดเงื่อนไขการอนุญาต
(ค) กรณีผู้รับอนุญาตขอเพิ่มปริมาณ พิจารณาใน ๒ ประเด็นดังต่อไปนี้ ๑. ปริมาณการปลูก
๑.๑ กรณีปลูกเพื่อประโยชน์ของทางราชการ การแพทย์ ต้องสอดคล้องกับแผนการผลิต แผนการจำหน่าย และแผนการใช้ประโยชน์ รวมทั้งมีเอกสารแสดงรายละเอียดการซื้อขายผลผลิตล่วงหน้า ระหว่างฝ่ายเกษตรกร หรือเจ้าของฟาร์ม กับ ผู้ซื้อผลผลิต
๑.๒ กรณีปลูกเพ่ือศึกษาวิจัย ต้องสอดคล้องกับแผนการผลิต และแผนการใช้ประโยชน์
ท้ัง ๒ กรณี พิจารณาความเหมาะสมโดยคณะอนุกรรมการพิจารณาหลักเกณฑ์การพิจารณา อนุญาตและการควบคุมการปลูก การผลิต จำหน่าย นาเข้า ส่งออก และมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษ
ในประเภท ๕ เฉพาะกัญชา
๒. รายละเอียดการดาเนินการ อย่างน้อยต้องมีรายละเอียดหัวข้อ ตามข้อ ๕.๑ หรือ ๕.๒ แล้วแต่กรณี
หมายเหตุ สาหรับการเพิ่มพื้นที่ปลูก ให้พิจารณารายละเอียดตามข้อ (ก) กรณีผู้ขอรับอนุญาตรายใหม่ ในประเด็นข้อ ๑, ๒, ๔, ๕ และ ๖
หมายเหตุ กรณีพื้นที่เพาะปลูกอยู่ในต่างจังหวัด ต้องผ่านการพิจารณาจากผู้ว่าราชการจังหวัด โดย ความเห็นจากคณะกรรมการที่ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้งหรือมอบหมายให้พิจารณา หรือคณะทางานจาก ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดระดับจังหวัด : ศอ.ปส.(จ)

 

ที่มา : น้ํามันกัญชาสกัด.com

 

 

ไม่พลาดทุกข่าวสารสำคัญ เพียงแค่กดเป็นเพื่อน LINE @CANNHEALTH