10 พันธุ์กัญชาทางการแพทย์..ที่มีค่า CBD สูง

Last updated: Aug 7, 2019  |  บทความ

วันที่ 11 มิถุนายน 2562 - 16:30 น.

"Exclusive"

หมายเหตุ : เผยแพร่ครั้งแรกภาษาไทยเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2562 โดย cannhealth

มีเรื่องราวจำนวนมาจากข้อมูลออนไลน์เป็นเอกสารยืนยันว่ามีการรักษาอาการต่างๆ มากมายโดยใช้กัญชา ซึ่งการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับองค์ประกอบที่ใช้งานของสมุนไพรรวมถึงสารประกอบ Cannabinoids จำนวนมากในกัญชา เช่น THC และ CBD
ทำให้ปัจจุบันผู้ใช้ทางการแพทย์ดูเหมือนจะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นโดยเชื่อว่าพืชกัญชาจะสามารถบำบัดรักษาอาการต่างๆ ได้

วันนี้ Cannhealth จะมานำเสนอกัญชา 10 สายพันธุ์ ที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์ โดยเป็นพืชกัญชาที่มีค่าของสาร CBD อยู่ในระดับสูง ซึ่งกัญชาบางสายพันธุ์จะมีระดับสาร THC ที่ต่ำเพื่อให้เหมาะสำหรับผู้สูบที่ต้องการหลีกเลี่ยงการออกฤทธิ์ทางจิตประสาท



1. แคนนาโทนิก (Cannatonic)

กัญชาสายพันธุ์ Cannatonic มีลักษณะที่ปรากฏออกมาแตกต่างกัน 3 แบบ แบบที่หนึ่งจะมีส่วนสำคัญและเป็นที่ยอมรับมากที่สุดประกอบด้วยอัตราส่วน 1:1 ของ สาร CBD และ THC ถึงประมาณ 4% ซึ่งเป็นที่ต้องการอย่างมากในตลาดกัญชา แบบที่สองจะมี CBD มากกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับ THC และแบบสุดท้ายประกอบด้วย THC มากกว่า CBD  กัญชาสายพันธุ์ Cannatonic พัฒนาให้สาร CBD เป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตามยังมีอีกหลายสายพันธุ์มากมายที่สร้างระดับสาร CBD ที่สูงขึ้น







2. ซีบีดีเธอราพี (CBD Therapy)

สายพันธุ์ CBD Therapy เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่ต้องใช้กัญชาทางการแพทย์เพราะมีสรรพคุณ ความสามารถทางยาในการบำบัดรักษาโรคที่หลากหลาย กลิ่นของน้ำมันหอมระเหยจากสายพันธุ์นี้มีความหลากหลายและซับซ้อน
ทิงเจอร์ น้ำมัน และยาชนิดอื่นๆ ที่สกัดสาร CBD มาจากสายพันธุ์นี้ เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่ต้องการใช้กัญชาตลอดทั้งวันเพื่อบำบัดรักษาอาการเจ็บป่วยโดยไม่สูญเสียการทำงานเพราะแทบไม่มีฤทธิ์ทำให้มึน ล่องลอย เคลิบเคลิ้ม สายพันธุ์ CBD Therapy ประกอบไปด้วยวงศ์กัญชา คืออินดิกา (Indica) และซาติวา (Sativa)






3. แคนดิดา (Candida - CD-1)


Candida (CD-1) เป็นสายพันธุ์กัญชาทางการแพทย์ที่มีเอกลักษณ์ มีชื่อเสียงโด่งดังในเรื่องของระดับความเข้มข้นของ CBD สูง และ THC ต่ำ อีกทั้งให้ผลที่ไม่มีฤทธิ์ต่อจิตประสาท ความสามารถในการรักษาทางการแพทย์สำหรับ Candida (CD-1) มีมากมาย มันมีความเข้มข้นของสาร CBD สูง ทำให้เหมาะสำหรับบำบัดรักษาอาการเจ็บป่วยที่หลากหลาย เช่น โรคลมชัก อาการปวดตามร่างกาย อาการนอนไม่หลับ โรคที่มีพฤติกรรมการกินผิดปกติ และแม้แต่โรค PTSD (อาการป่วยทางด้านจิตใจอย่างรุนแรง)





 
4. ฮวนนิตา ลา ลากริมอซา (Juanita La Lagrimosa)

สายพันธุ์ Juanita La Lagrimosa นั้นค่อนข้างพิเศษเพราะมีส่วนช่วยในพันธุศาสตร์ของตนในสายพันธุ์ที่อุดมไปด้วยสาร CBD และอาจได้รับการจดจำว่าเป็น "Grandmother of CBD" 

Juanita La Lagrimosa เป็นสายพันธุ์ลูกผสม sativa ที่โดดเด่น มีการเพาะพันธุ์ผ่านการผสมข้ามสายพันธุ์ของพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ Reina Madre และ Mexico /afgana กัญชาสายพันธุ์นี้เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ป่วยที่กำลังมองผลทางการแพทย์ทั้งจาก THC และ CBD โดยไม่ก่อให้เกิดอาการมึนเมา เคลิบเคลิ้มมากเกินไป





 
5. โอจี คุช ซีบีดี (OG Kush CBD)

เมื่อมีคนพูดถึงกัญชาสายพันธุ์ OG Kush CBD สิ่งแรกที่คนรักกัญชาคิด คือคุณภาพสูงสุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสหรัฐอเมริกา มันเป็นชื่อที่ฝังอยู่ในวัฒนธรรมสมัยนิยมและผูกติดอยู่กับเหล่าคนดังอย่าง Snoop Dogg และWiz Khalif

ด้วยอัตราส่วน 1:1 ของ THC: CBD ทำให้สายพันธุ์ OG Kush CBD มีประโยชน์อย่างมาก ช่วยในการลดความวิตกกังวลและ  ความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ สาร Cannabinoid ระดับปานกลาง (10%) ให้ผลดีในระยะยาวต่อสมองระดับสูงเป็นส่วนมาก ซึ่งเป็นสมองที่มีความคิดสร้างสรรค์ มีการรายงานจำนวนสาร CBD ที่อยู่ในสายพันธุ์ OG Kush CBD จำนวนมากเพื่อช่วยในการ บำบัดรักษาอาการต่างๆ เช่นความตึงเครียด ความเจ็บปวด ความวิตกกังวลและความผิดปกติของการนอนหลับ  






6. ซีบีดี คัมแพสเซิน (CBD ComPassion)

Compassion เป็นสายพันธุ์ซาติวาที่โดดเด่น ได้รับการผสมพันธุ์เพื่อให้ได้อัตราส่วน THC:CBD ที่ 1:1 ความสมดุลที่สมบูรณ์ แบบนี้ช่วยให้ผู้ป่วยได้รับ CBD ในปริมาณมากพร้อมกับ THC ในระดับปานกลาง ทำให้รู้สึกผ่อนคลายและผลที่ได้จากสายพันธุ์ นี้ช่วยให้ผู้ใช้กัญชาทางการแพทย์จัดการกับความตึงเครียด อาการเจ็บปวด และภาวะนอนไม่หลับ กัญชาสายพันธุ์นี้เหมาะที่จะใช้ ก่อนนอนเนื่องจากระดับ THC ต่ำมากจนไม่อาจก่อให้เกิดความคิดที่จะกระตุ้นสายพันธุ์ที่มีระดับของ Cannabinoid ที่สูงกว่า







7. รอยัล เมดดิก (Royal Medic)

สายพันธุ์นี้ประกอบด้วยอัตราส่วน THC:CBD ที่มากกว่า 1:1 ด้วยดอกไม้ที่มีระดับ THC ประมาณ 10% และระดับ CBD ที่น่าประทับใจ 12%  ระดับของสาร CBD ที่ให้ค่าไว้สูงนั้นยอดเยี่ยมสำหรับการรักษาด้วยยา และระดับ THC ที่ต่ำทำให้ออกฤทธิ์พอดีๆ ทำให้กระปรี้กระเปร่า สมองแจ่มใส อาการร่างกายตื่นตัวเบาๆ จะช่วยให้ผู้ใช้ทำงานต่อเนื่องแบบวันต่อวันโดยไม่มีปัญหาหรือสิ่งที่ทำให้ไขว้เขว






8. ซีบีดี คริทิเคิล แมส (CBD Critical Mass)

CBD Critical Mass เป็นสายพันธุ์ผสมที่มี Indica ที่โดดเด่น ซึ่งประกอบด้วย Indica 80% และ Sativa 20% กัญชาสายพันธุ์นี้ให้ค่าอัตราส่วนของสาร THC:CBD ที่ 1:1 เหมาะสำหรับผู้ป่วยทางการแพทย์เช่นเดียวกับผู้สูบบุหรี่เพื่อการพักผ่อนที่ต้องการความรู้สึกผ่อนคลายเบาๆ พร้อมๆ กับได้รับสาร CBD ควบคู่ไปด้วย







9. เอส เอ จี อี ซีบีดี (S.A.G.E. CBD)

S.A.G.E. CBD เป็นสายพันธุ์ลูกผสม Sativa และ Indica ให้ผลผลิตตอบแทนสูง ด้วยอัตราส่วน THC:CBD ที่ 1:1 สายพันธุ์นี้ยังเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ใช้กัญชาทางการแพทย์ที่มองหากัญชาที่ให้ค่า CBD ในระดับสูงเพื่อช่วยบรรเทาอาการได้หลากหลาย และจำนวน THC ที่ดีเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ในการพักผ่อนหย่อนใจ






10. ซีบิดี ครอนนิก (CBD-Chronic)

CBD-Chronic เป็นสายพันธุ์กัญชา Indica และ Sativa ซึ่งเป็นผลมาจากการผสมข้ามสายพันธุ์ของพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ Chronic และ Remedy ระดับสาร THC ภายในดอกอยู่ที่ประมาณ 5.4% ในขณะที่ระดับ CBD จะสูงขึ้นเล็กน้อยที่ 5.8% ความสมดุลนี้ช่วยให้เกิดความสงบและอ่อนโยน ด้วยประสิทธิภาพของสาร CBD

 

สาร CBD และ THC เป็นหนึ่งในสารประกอบมากมายที่มีอยู่ในพืชกัญชา ซึ่งถือได้ว่าเป็นสารที่มีบทบาทและความสำคัญในกัญชาและมักจะได้รับการกล่าวถึงมากกว่าสารตัวอื่นๆ ทั้ง CBD และ THC ต่างมีประโยชน์มากในเชิงการแพทย์ ดังนั้นการทำความเข้าใจ ศึกษาถึงรายละเอียด ประโยชน์และผลที่ได้รับจากสารแต่ละตัวจึงเป็นเรื่องจำเป็น และมีความสำคัญเป็นอย่างมาก

 
เขียน/แปล: วันดี กุศลธรรมรัตน์: Wandee  K.
เรียบเรียง : อภินันท์ อุ่นทินกร: Apinan Untinkorn             

ที่มา: CannabisInfo.
https://joo.gl/77KPL -Top 10 Medical strain with high CBD


                                       ไม่พลาดทุกข่าวสารสำคัญ เพียงแค่กดเป็นเพื่อน LINE @CANNHEALTH