รองานวิจัยชี้ชัด กัญชาจะช่วยบรรเทาอาการทางโรคผิวหนัง?

Last updated: Jun 17, 2019  |  แพทย์

วันที่ 17 มิถุนายน 2562 - 14:50 น.

ผู้เขียน: พญ.ชินมนัส ตั้งจาตุรนต์รัศมี ประชาสัมพันธ์สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย


กัญชาเพื่อการรักษาโรคในวงการแพทย์และเภสัชกรรมที่ผ่านมา ได้เห็นความสำคัญและพยายามศึกษาค้นคว้าการนำ กัญชามาใช้อย่างถูกวิธีในทางการแพทย์  ซึ่งการศึกษาเพื่อประเมินระหว่างข้อดีและข้อเสีย จึงเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็น อย่างมาก ดังนั้นก่อนที่จะนำมาใช้ในการรักษาโรค ต้องแน่ชัดว่าจะ
ไม่มีผลเสียต่อสุขภาพของผู้ใช้ และผลกระทบอื่นๆ ในสังคม   


ทั้งนี้ สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทยได้เสนอเรื่องการนำ "กัญชา" มาใช้ในการรักษาโรค โดยเฉพาะประเด็น กัญชาช่วยบรรเทาอาการทางโรคผิวหนังได้จริงหรือไม่? วันนี้ Cannhealth จะนำเสนองานเขียนของ พญ.ชินมนัส ตั้งจาตุรนต์รัศมี ประชาสัมพันธ์สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย ถึงกรณีดังกล่าว ว่าจะมีรายละเอียดและคำตอบกับเรื่องนี้อย่างไร

"กัญชา" มีสารประกอบแคนนาบินอยด์ (Cannabinoids) ที่สามารถใช้ในการรักษาโรคได้ โดยสารที่ออกฤทธิ์คือ Delta-9-Tetrahydrocannabinol (THC) ที่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทและ Cannabidiol (CBD) ที่ไม่มีฤทธิ์เสพติด ในสหรัฐอเมริกา ผู้ที่เสพกัญชาทั้งหมดนั้นจะมีประมาณ 10 % ที่ใช้เพื่อเป็นวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ มีการศึกษาจำนวนมากเกี่ยวกับการใช้กัญชาสำหรับบรรเทาอาการปวดเรื้อรัง, อาการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ, โรคเบื่ออาหารและคลื่นไส้

                                                                                   พญ.ชินมนัส ตั้งจาตุรนต์รัศมี

ในรอบปีที่ผ่านมา ได้มีการศึกษาถึงการใช้กัญชาในการบรรเทาอาการทางโรคผิวหนังเพื่อระงับอาการคัน, บวม, อักเสบ และการเกิดมะเร็งผิวหนัง
มีการศึกษาการใช้กัญชารักษาอาการคันของผิวหนังพบว่ามีผลในการรักษาอาการคันของผู้ป่วยได้ถึง 86.4% นอกจากนี้ยังคาดว่ากัญชาอาจมีคุณสมบัติ
ในการระงับการอักเสบ ซึ่งมีประโยชน์สำหรับใช้ในการรักษาโรคภูมิแพ้ทางผิวหนัง (Atopic dermatitis) และโรคผื่นแพ้สัมผัส (Allergic contact dermatitis) ซึ่งพบว่ากัญชาช่วยลดอาการแพ้, อาการบวมและการอักเสบในสัตว์ทดลองได้


จากการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับกัญชาโดยทั่วไปมีข้อสันนิษฐานว่า กัญชาน่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการรักษาโรคสะเก็ดเงินและมะเร็งผิวหนัง เนื่องจากกัญชามีคุณสมบัติในการยับยั้งการสร้างเซลล์ผิวหนัง ไม่ให้สร้างมากเกินไป มีการศึกษาการใช้สารสกัดจากเมล็ดกัญชามาใช้ทารักษาสิวและรังแคอักเสบ (Seborrheic dermatitis) พบว่ากัญชาช่วยลดอาการแดงและผิวมันได้


อย่างไรก็ตามพบการศึกษาวิจัยให้ผลตรงข้ามกัน เนื่องจากบางการศึกษาพบว่าการใช้กัญชาที่ผิวหนังอาจทำให้เกิดปฏิกริยาอักเสบแทนที่จะลดการอักเสบ และบางการศึกษาพบว่ากัญชาอาจลดการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งบางชนิดแต่อาจลดการเจริญของเซลล์ผมด้วย ดังนั้นจึงควรมีการสนับสนุนและ
ส่งเสริมให้มีการศึกษาวิจัยทางด้านกัญชามากขึ้นเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจนในด้านการรักษาทั้งในด้านบวกและด้านลบ


สรุปแล้วนอกเหนือไปจากกัญชาจะมีข้อเสียที่เป็นยาเสพติดที่ก่อให้เกิดความมึนเมาขาดการควบคุมสติสัมปชัญญะได้ แต่อาจมีผลดีในด้านการบรรเทาอาการ และรักษาโรคผิวหนังบางชนิดจากผลการศึกษาวิจัยที่ผ่านมาดังได้กล่าวข้างต้น

แต่ในขณะนี้ยังไม่แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์กัญชาในการรักษาเป็นลำดับแรก โดยเฉพาะกัญชาที่ยังไม่ผ่านการรับรองตำรับจากคณะกรรมการอาหารและยา เนื่องจากการศึกษาที่ผ่านมาส่วนใหญ่เป็นการศึกษาในสัตว์ทดลองหรือในกลุ่มอาสาสมัครจำนวนน้อย ดังนั้นจึงควรมีการศึกษาถึงประสิทธิผลและความปลอดภัยในงานวิจัยจำนวนมากกว่านี้ และยังต้องคำนึงถึงการควบคุมการผลิตยาจากกัญชาด้วยอัตราส่วนที่ถูกต้อง รวมทั้งข้อบ่งชี้ในการใช้บรรเทาหรือรักษาโรคที่ชัดเจนและเหมาะสมก็จะเป็นผลดีแก่ผู้ป่วย เเละวงการแพทย์ต่อไปในอนาคตอย่างแน่นอน

ที่มา:https://www.hfocus.org/content/2019/06/17254

                                                 ไม่พลาดทุกข่าวสารสำคัญ เพียงแค่กดเป็นเพื่อน LINE @CANNHEALTH