แม่ถูกจับปลูกกัญชา คุก 1 ปี เหตุลูกชายอ้างเป็นสมุนไพร

Last updated: Jun 27, 2019  |  ข่าว

วันที่ 27 มิถุนายน 2562 -14:50 น.


เรื่องดังกล่าวเปิดเผยขึ้นจาก นาง ‘เขียว’ อายุ 62 ปี (นามสมมุติ ) ชาวบ้าน อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร อดีตผู้ต้องขังคดีลักลอบปลูก ‘กัญชา’ ด้วยความไม่รู้กฎหมาย กล่าวว่า เมื่อประมาณปลายปี 2560 ซึ่งมีกระแสของการผลักดันให้มีการนำ ‘กัญชา’ มาวิจัยรักษาโรคและสกัดเป็นยา ลูกชายตนเอง คือ นายแดง (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี ได้นำเมล็ดพืชชนิดหนึ่งมาปลูกลงกระถาง บอกว่า สั่งซื้อผ่านทางอินเตอร์เน็ตเป็นพืช 'สมุนไพรรักษาโรคมะเร็ง' และขอให้แม่ช่วยรดน้ำให้ด้วย

ด้วยความเชื่อลูกชายจึงไม่คิดอะไร ‘นางเขียว’ ได้ช่วยรดน้ำ ‘ต้นสมุนไพร’ ของลูกชาย ที่ปลูกลงกระถางวางปะปนไว้กับต้นผักสวนครัวตนเองที่ปลูกอยู่หน้าบ้าน และพบว่าต้นไม้สมุนไพรก็เจริญงอกงามดี จนเริ่มมีใบแตกออกมาสังเกตว่า ลูกชายชอบไปเด็ดมาให้แม่ใส่ในต้มหรือแกง บอกเป็น ‘สมุนไพรป้องกันมะเร็ง’ จนเวลาผ่านมา 3 เดือน ต้นสมุนไพรโตขึ้นสูงประมาณ 50 -70 เซนติเมตร มีใบแตกออกมา ซึ่งตนเองไม่เคยเห็นต้นกัญชา จึงยังคิดว่าเป็นต้นสมุนไพร โดยเห็นลูกชายคอยยกกระถางไปวางให้ได้รับแสงแดด

กระทั่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โคกศรีสุพรรณ เดินทางมาที่บ้าน ขณะที่ตนเองกำลังรดน้ำต้นไม้ และตำรวจถามว่า ตนเองปลูกอะไร ตนก็ตอบว่า ปลูกต้นสมุนไพร ไว้ป้องกันรักษาโรคมะเร็ง จึงถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเชิญไปที่สถานีตำรวจเพื่อสอบสวน พร้อมนำกระถางต้นไม้สมุนไพรไปด้วย ต่อมาถูกตั้งข้อหาลักลอบปลูกยาเสพติดประเภท 5 (กัญชา) และมีครอบครองไว้โดยไม่ได้รับอนุญาต


ขณะนั้นตนเองคิดอะไรไม่ออก เมื่อถูกตำรวจจับและตนเองเป็นเจ้าบ้าน จึงรับผิดเป็นคนปลูกเอง เพื่อไม่ให้ลูกต้องรับผิดและจะได้ไม่เสียประวัติ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมหลักฐานสั่งฟ้องดำเนินคดี โดยศาลมีคำสั่งลงโทษจำคุก 1 ปี  ปรับเป็นเงิน 1 แสนบาท แต่ตนเองไม่มีเงินเสียค่าปรับ จึงต้องเข้าไปคุมขังในเรือนจำแทนค่าปรับ วันละ 500 บาท ทำให้ต้องอยู่ในเรือนจำประมาณ 6-7 เดือน และพ้นโทษออกมาเมื่อกลางปี 2561

นาง ‘เขียว’ กล่าวด้วยว่า ถือเป็นช่วงหนึ่งของชีวิตที่ไม่คิดว่าจะได้เข้าไปในเรือนจำ ได้ประสบการณ์หลายอย่าง หากจะได้เข้าไปอีก..วันเดียวก็ไม่ไป เพราะลำบากในการใช้ชีวิต พร้อมเตือนผู้ที่จะกระทำผิดอย่าคิดจะเข้าไป ส่วนกรณีของลูกชายตนเอง เจ้าหน้าที่ตำรวจบอกว่า ไม่สามารถสืบหาต้นตอได้ เพราะกล่องที่บรรจุเมล็ดกัญชา ส่งมาตามบ้านเลขที่ของตนเอง แต่ไม่ระบุต้นทางที่ส่งมา

จึงอยากฝากให้เป็นอุทาธรณ์การดูแลลูกหลาน โดยเฉพาะการสั่งซื้อของทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งไม่รู้ว่าลูกหลานเราจะไปสั่งซื้อของผิดกฎหมายอะไรหรือไม่ จะได้ไม่ตกหลงเป็นเหยื่อ ส่วนชีวิตตนเองหลังจากออกจากเรือนจำมาจะครบ 1 ปีแล้ว ก็ออกไปหาซื้อมะขามสุกตามต้นในหมู่บ้าน มาแกะเมล็ดออกและขายให้กับพ่อค้าที่มารับซื้อ กก.ละ 35 บาท พอมีรายได้ประทังชีวิต ส่วนนาย ‘แดง’ ลูกชาย ก็กำลังเรียน กศน. เหลืออีกไม่กี่วิชาก็จะจบระดับชั้น ม.6 แล้ว


ขอบคุณ:เรื่อง ทวีป ศรีสุชาติ / ภาพ คมข่าวทั่วไทย
ที่มา:http://www.komchadluek.net/news/breaking-news/377162