บำบัดรักษาโรคด้วย 5 สายพันธุ์กัญชามีค่า CBD สูงสุด / THC ต่ำสุด

Last updated: 2019-08-07  | 

วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 -14:00 น.

"Exclusive"
หมายเหตุ : เผยแพร่ครั้งแรกเป็นภาษาไทยเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2562 โดย Cannhealth
เขียน/แปล: วันดี กุศลธรรมรัตน์/ Wandee K.
เรียบเรียง : อภินันท์ อุ่นทินกร: /Apinan Untinkorn     


กัญชาที่นำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ (Medical cannabis) มีอยู่มากมายหลากหลายสายพันธุ์ โดยสาร CBD และ สาร THC ในพืชกัญชานั้นก็มีบทบาทและหน้าที่สำคัญในการบำบัดรักษาอาการต่างๆ ของโรคได้เป็นอย่างดี วันนี้ ทีมงาน Cannhealth จะขอนำเสนอ 5 สายพันธุ์กัญชาทางการแพทย์ ที่มีค่า CBD สูง /ค่า THC ต่ำ ซึ่งจะมีประโยชน์และสรรพคุณในการบำบัดรักษาโรคอย่างไรบ้าง มาดูกัน...

                                                                                           
  อ่านเนื้อหาก่อนหน้า >>พันธุ์กัญชาที่มีค่า CBD สูง/ THC ต่ำ.. จะช่วยเยียวยารักษาโรคอะไร?

1. เอซีดีซี - ACDC  (พันธุกัญชาที่จะทำให้คุณรู้สึกมึนงง)

สายพันธุ์นี้เป็นลูกผสม 50/50 และเป็นหนึ่งในสายพันธุ์ที่มีค่า CBD:THC ในอัตราส่วนที่มีค่า CBD มากที่สุด ในสายพันธุ์ ACDC คุณสามารถรับสาร CBDได้มากถึง 20%  และในขณะที่บางคนมีสาร THC ได้มากถึง 6% มีความเป็นไปได้ที่จะได้รับเพียง 0.42%  เนื่องจากยังคงสูงกว่าเกณฑ์ 0.3% กัญชาพันธุ์ ACDC จะไม่มีผลิตในรูปแบบของน้ำมัน CBD

ทันทีที่คุณได้บริโภคกัญชาสายพันธุ์  ACDC คุณจะได้สัมผัสถึงความรู้สึกร่าเริง บันเทิงใจ ที่ทำให้คุณรู้สึกสงบและมีความสุข เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการใช้งานในเวลากลางวันเนื่องจากมีแนวโน้มที่จะทำให้ผู้ใช้มีสมาธิในการทำงานมากขึ้น และทำให้เข้ากับคนง่ายขึ้น ชอบเข้าสังคมมากขึ้น

กัญชาสายพันธุ์ ACDC ส่วนใหญ่มักใช้ในการรักษาความวิตกกังวล, การอักเสบ, ไมเกรน, คลื่นไส้,โรคระบบประสาท, โรคข้ออักเสบและโรคอารมณ์แปรปรวนสองขั้ว หรือโรคไบโพลาร์  นอกจากนี้ยังเป็นที่นิยมใช้สำหรับบำบัดผู้ที่มีอาการปวดเรื้อรัง และกัญชาสายพันธุ์นี้ถือเป็นตัวเลือกที่ดีหากคุณกำลังมองหาวิธีลดผลกระทบจากการรักษาด้วยเคมีบำบัด




2. ชาร์ล็อตต์ เว็บ - Charlotte’s Web (สายพันธุ์กัญชาที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก)

สายพันธุ์ที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกนี้เป็นสายพันธุ์ที่มี Indica โดดเด่นถึง 60 % เป็นสายพันธุ์ที่มีค่า CBD สูง ซึ่งเป็นจุดสนใจของการเสนอราคาเพื่อทำให้ถูกกฎหมาย  สายพันธุ์นี้โด่งดังเป็นที่รู้จักเพราะช่วยลดอาการชักของเด็กหญิงที่ชื่อ Charlotte Figi ซึ่งป่วยเป็นโรคลมชักชนิดรุนแรง กัญชาสายพันธุ์ Charlotte’s Web มีค่า CBD สูงถึง 20% และมีค่า THC ในปริมาณที่ต่ำมาก นั่นหมายความว่าสามารถนำมาจำหน่ายเป็นอาหารเสริม (food supplement) ได้

เห็นได้อย่างชัดเจนว่ากัญชาสายพันธุ์นี้จะไม่ออกฤทฺธิ์ที่ทำให้เกิดอาการเคลิบเคลิ้ม มึนเมาและไม่มีผลต่อสมอง ที่จริงแล้วถ้ามันไม่ได้ช่วยลดความเจ็บปวดได้คุณจะไม่รู้สึกตัวเลย โดยปกติแล้วสายพันธุ์ Charlotte’s Web จะถูกบริโภคในรูปแบบของน้ำมัน CBD (CBD oil) มากกว่าโดยการสูบเข้าไป

ประสิทธิผลของกัญชาสายพันธุ์นี้รวมไปถึงใช้ในการรักษาความผิดปกติของอาการชักในเด็ก เช่นโรคลมชักชนิดรุนแรง (Dravet’s Syndrome), กัญชาพันธุ์ Charlotte's Web ถูกใช้เพื่อช่วยบำบัดอาการไมเกรน, อ่อนเพลีย เหนื่อยล้า, ปวดกล้ามเนื้อ, กล้ามเนื้อหดเกร็งและข้ออักเสบ




3.ริงโก กิฟต์ - Ringo’s Gift (สายพันธุ์กัญชาที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ Ringo Starr! มือกลองวงเดอะบีทเทิลส์  )

Ringo’s Gift นี้เป็นสายพันธุ์ Sativa ที่โดดเด่นเล็กน้อย (60%) ที่มีอัตราส่วน CBD:THC  สูงถึง 20:1 คุณสามารถค้นหากัญชาพันธุ์ Ringo’s Gift ที่มีค่า CBD สูงถึง 20% และมีค่า THC เพียง 1%  ซึ่งเป็นการผสมข้ามพันธุ์ระหว่าง ACDC และ Harle-Tsu; ซึ่งทั้งสองสายพันธุ์เป็นที่รู้จักกันในเรื่องให้ค่า CBD ในระดับสูง

Ringo’s Gift มีรสและกลิ่นหอมตามธรรมชาติของกัญชา และผู้ใช้มักจะได้สัมผัสกับธรรมชาติของปฏิกิริยาในสมองในขณะที่ร่างกายของพวกเขารู้สึกสงบและผ่อนคลาย เนื่องจากมีปริมาณของสาร THC ต่ำ อาการเคลิบเคลิ้มที่คุณได้รับนั้นจึงมีปริมาณอ่อนๆ ไม่มากนักแต่ก็น่าสนใจ มันเริ่มต้นที่ศีรษะและช้าๆ แต่แน่นอนว่าคุณได้รับประโยชน์จากอาการฉวัดเฉวียนของร่างกายที่จะช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลาย แต่ไม่ถึงกับเป็นอาการที่เรียกว่า Couch Locked คืออาการอยู่นิ่งๆ อยากนอนอย่างเดียวไม่ลุกไปไหนเลย

Ringo’s Gift เป็นสายพันธุ์ที่นิยมใช้สำหรับกลุ่มคนที่มีอาการปวดเรื้อรัง, ความวิตกกังวล,โรคข้ออักเสบ,โรคระบบทางเดินอาหาร, ความเครียด, ภาวะป่วยทางจิตจากเหตุการณ์รุนแรง (PTSD) และโรคกล้ามเนื้อหดเกร็ง ในขณะที่ Ringo’s Gift ช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลายแต่ตื่นตัว และทำให้มั่นใจได้ว่าคุณยังคงเข้าสังคมได้จึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับการบริโภคในตอนกลางวัน




4.ฮาร์ละ’ สึ - Harle-Tsu (พันธุ์กัญชาที่เสมือนยาแก้ปวด)

Harle-Tsu สายพันธุ์กัญชาตระกูล Indica (60%) ที่โดดเด่นนี้ เป็นพันธุ์ลูกผสมของสายพันธุ์ Sour Tsunami และ Harlequin มีสาร CBD สูงถึง 22%  เทียบกับสาร THC ที่มีน้อยกว่า 1%  กัญชาสายพันธุ์นี้เป็นดอกตูมที่ค่อนข้างหายาก

กัญชาสายพันธุ์ Harle-Tsu จะให้อาการเคลิบเคลิ้ม มึนเมาค่อนข้างเล็กน้อย และแทนที่จะให้ร่างกายหรือสมองมีอาการเคลิบเคลิ้ม กัญชาสายพันธุ์นี้กลับทำงานได้ดีเสมือนยาแก้ปวด (painkiller) คุณจะรู้สึกได้ชัดถึงอาการฉวัดเฉวียนในตอนแรก จากนั้นร่างกายของคุณจะรู้สึกปลดปล่อย และผ่อนคลายอย่างสมบูรณ์ในที่สุด

คุณควรรู้สึกกระปรี้กระเปร่าและมีแรงจูงใจกับกัญชาพันธุ์ Harle-Tsu ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ยอดเยี่ยมสำหรับบริโภคในเวลากลางวัน  Harle-Tsu ทำงานได้ดีในการบำบัดรักษาอาการของโรคต่างๆ เช่น อาการหงุดหงิดก่อนมีรอบเดือน (PMS), ภาวะป่วยทางจิตจากเหตุการณ์รุนแรง (PTSD),ไมเกรน, ภาวะซึมเศร้า, การอักเสบและอาการนอนไม่หลับ




5. ฮาร์ละ’ ควิน - Harlequin (กัญชาสายพันธุ์ลูกผสมที่มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น)

Harlequin เป็นสายพันธุ์ Sativa ที่โดดเด่น (75%) สายพันธุ์นี้มีค่าของสาร THC ในระดับที่สูงที่สุดในรายการ แต่ก็เป็นที่โดดเด่นที่มีค่า CBD ในระดับสูงอย่างน้อย 10%  อัตราส่วน 5:2 ของ CBD:THC หมายความว่ากัญชาสายพันธุ์ Harlequin เหมาะสำหรับการใช้งานในระหว่างวัน เพราะช่วยให้คุณรู้สึกตื่นตัวและกระฉับกระเฉง

อีกทั้งกัญชาสายพันธุ์  Harlequin ยังมีประโยชน์สำหรับการผ่อนคลายและทำให้อารมณ์สงบขึ้น และมีผลในการบรรเทาความเจ็บปวดทั่วร่างกายและในศีรษะ ในค่า THC ระดับสูงค่อนข้างถูกลบล้างด้วยค่า CBD ระดับสูง ดังนั้นจึงควรจะบริโภคกัญชาสายพันธุ์นี้ในระหว่างวัน  ถึงแม้ว่าอาการตาแห้งจะเป็นผลข้างเคียงที่มีโอกาสเป็นไปได้

Harlequin ถูกนำมาใช้ในการต่อสู้กับอาการปวดเรื้อรัง, ภาวะซึมเศร้า, การอักเสบ,ไมเกรน, ภาวะป่วยทางจิตจากเหตุการณ์รุนแรง (PTSD) และความเครียด โดยรวมแล้วกัญชาสายพันธุ์นี้เป็นยาบรรเทาอาการปวดที่ดีเยี่ยม ดังนั้นจึงขอแนะนำให้ใช้กัญชาสายพันธุ์ Herlequin เป็นทางเลือกวิธีหนึ่งในการช่วยให้คุณเลิกใช้ยารักษาโรค  

 จากข้างต้นจะเห็นได้ว่ามีกัญชาหลากหลายสายพันธุ์ที่ให้ค่า CBD สูง  THC  ต่ำ ถูกนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ในการบำบัดรักษาอาการของโรคต่างๆ ได้ดี ถือเป็นทางเลือกในการรักษา อย่างไรก็ตามการศึกษาให้เกิดความรู้ความเข้าใจในพืชกัญชาแต่ละสายพันธุ์เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ก็เพื่อการนำมาใช้ได้อย่างเหมาะสมกับโรคและให้เกิดความปลอดภัยมากที่สุด

ที่มา: MarijuanaBreak

https://www.marijuanabreak.com/best-high-cbd-strains
Author: MarijuanaBreak Staff / Updated on March 29, 2019