บราซิลเดินหน้า เพื่อผู้ป่วยเข้าถึงกัญชาทางการแพทย์

Last updated: Aug 7, 2019  |  บทความ

วันที่ 9 กรกฎาคม 2562 -16:20 น.

"Exclusive"
หมายเหตุ : เผยแพร่ครั้งแรกเป็นภาษาไทยเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2562 โดย Cannhealth
เขียน/แปล: วันดี กุศลธรรมรัตน์/ Wandee K.
เรียบเรียง : อภินันท์ อุ่นทินกร: /Apinan Untinkorn 


บราซิลเป็นหนึ่งในประเทศผู้นำเข้ากัญชาทางการแพทย์ชั้นนำของโลก นักลงทุนชาวอังกฤษ, แคนาดา, อเมริกันและจีนมองว่าบราซิลเป็นสถานที่ซึ่งการเพาะปลูกและการแปรรูปกัญชาทางการแพทย์จะรุ่งเรือง แต่เฉพาะต่อเมื่อรัฐบาลให้อำนาจตามกฎหมายในการเพาะปลูกและแปรรูปกัญชาภายในประเทศ

ทั้งนี้การรอคอยอาจสิ้นสุดลงเมื่อล่าสุดทาง  Anvisa ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านสุขภาพของรัฐบาลบราซิลได้ประกาศข้อเสนอ 2 เรื่อง เพื่อเป็นแนวทางในการร่างระเบียบข้อบังคับสำหรับการเพาะปลูกกัญชา การวิจัย และการนำกัญชาซึ่งถือเป็นยาเสพติดไปใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์

การเพาะปลูกกัญชาทางการแพทย์ให้ถูกกฎหมายนั้นจะออกกฎหมายให้เพาะปลูกเฉพาะโดยบริษัทเท่านั้น และไม่รวมใบอนุญาตการเพาะปลูกกัญชาสำหรับกลุ่มผู้เจ็บป่วยหรือการปลูกเพื่อสันทนาการ (การใช้กัญชาเพื่อสันทนาการยังคงเป็นสิ่งผิดกฎหมายในบราซิล)

หน่วยงาน Anvisa ได้รวบรวมข้อมูลบริษัทต่างๆ ที่สนใจจะร่วมลงทุน และที่ต้องการมีส่วนร่วมในตลาดกัญชาทางการแพทย์ของบราซิล แต่ทั้งๆ ที่จะมีการลงทุนและการตัดสินใจดำเนินการต่อไปข้างหน้าพร้อมๆ กับข้อเสนอ ทางสำนักประธานาธิบดีก็ยังคงคัดค้านข้อเสนอและการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ (Public Consultation) ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม  ทางสำนักประธานาธิบดีได้ส่งข้อความไปถึง Folha de S. Paulo หนังสือพิมพ์รายวันของบราซิลเพื่อแสดงให้เห็นว่าข้อเสนอไม่ได้รับการอนุมัติ


ข้อเสนอของหน่วยงาน  Anvisa  คืออะไร ?
วุฒิสภาของบราซิลได้ผ่านร่างกฎหมายเพื่ออนุญาตให้มีการเพาะปลูกกัญชาเพื่อวัตถุประสงค์ทางการแพทย์และการวิจัย เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2018  ตั้งแต่นั้นมารัฐบาลได้ห้ามไม่ให้มีการเพาะปลูกใดๆ จนกว่ากฎระเบียบจะกลายเป็นกฎหมาย 

ขณะนี้หน่วยงานได้เผยแพร่กฎระเบียบในรอบแรกและกำลังสอบถามความคิดเห็นสาธารณะเพื่อพิจารณาอนุมัติหรือไม่อนุมัติ โดยข้อเสนอนี้ใช้เวลาในการจัดทำ 2 ปี  รัฐบาลของบราซิลได้เปิดตัวคณะผู้เชี่ยวชาญเฉพาะในปี 2017 เพื่อสร้างกรอบการทำงาน

หน่วยงานแจ้งในการประกาศว่า “ กฎระเบียบจะเข้มงวดเกี่ยวกับห่วงโซ่การผลิต การจัดจำหน่าย และการบริโภคในยาที่ผลิต”  เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2019 หน่วยงาน Anvisa ได้เผยแพร่ตีพิมพ์ข้อเสนอลงใน Official Diary of the Union ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ทางการของรัฐบาล
 
ในข้อเสนอหนึ่งได้ระบุถึงเรื่องการรักษาความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องกับการเพาะปลูก พร้อมเสนอระบบความปลอดภัยและหลักทางวิทยาศาสตร์เพื่อป้องกันคนงานและพื้นที่การเพาะปลูก ข้อเสนอที่สอง คือพยายามที่จะกำหนดกฎระเบียบที่ชัดเจนซึ่งเกี่ยวข้องกับการประมวลผลทางการแพทย์และการสั่งจ่ายยา


Anvisa จะจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ (Public Consultations) สองครั้งเพื่อให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม ครั้งที่หนึ่งมุ่งเน้นไปที่กฎระเบียบความปลอดภัยสำหรับการเพาะปลูก และครั้งที่สองเกี่ยวกับกฎอนามัย (health regulation) ของยาที่ผลิตมาจากพืชกัญชา

การรับฟังความคิดเห็นสาธารณะที่เกี่ยวกับกัญชาทางการแพทย์เป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการออกกฎหมายของกระทรวงสาธารณสุขประเทศบราซิล หน่วยงานได้ระบุว่าท้ายสุดแล้วพวกเขาต้องการกฎหมายและกฎระเบียบเพิ่มเติมต่างๆ ที่ชัดเจนโปร่งใสและการมีส่วนร่วมทางสังคมในวงกว้าง การรับฟังความคิดเห็นสาธารณะนี้จะดำเนินไปจนถึงเดือนสิงหาคม
  


สำนักประธานาธิบดีแสดงออกว่าไม่อนุมัติในข้อเสนอ ขณะที่ผู้สนับสนุนด้านกัญชาให้ความเห็นว่าร่างกฎหมายที่เสนอไปนั้นยังไม่มีความคืบหน้า

ในระหว่างการประกาศข้อเสนอและการประชาพิจารณ์เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน (public hearings) ของหน่วยงาน Anvisa นั้น ทางสำนักประธานาธิบดีได้แจ้งต่อหนังสือพิมพ์ Folha ว่าพวกเขาไม่เห็นด้วยกับแผนงานของ Anvisa ที่จะปลูกกัญชาในบราซิล ทางสำนักประธานาธิบดีกลับแย้งว่า Anvisa ควรมุ่งเน้นให้ความสนใจไปที่การนำเข้าเวชภัณฑ์ยาสำเร็จรูปที่ทำจากกัญชาแทน
 

หนังสือพิมพ์ Folha รายงานข่าวว่าคำวิจารณ์ส่วนใหญ่ระบุถึงการรักษาความความปลอดภัยโดยรอบของการเพาะปลูกและการเติบโตของต้นกัญชา ขณะที่ในส่วนสารที่ออกฤทธิ์ทางจิตประสาทของพืชกัญชา (tetrahydrocannabinol หรือ THC) หากปลูกภายในประเทศก็จะเป็นการพร้อมใช้งานให้กับผู้ทำผิดกฎหมายมากขึ้น

อย่างไรก็ตามแผนงานของ Anivsa  เน้นในเรื่องการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ (securitization concerns)  ดังนั้นประตูรักษาความปลอดภัยและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจะเป็นสิ่งป้องกันพื้นที่การเพาะปลูกและพนักงาน โดยพื้นที่เพาะปลูกกัญชาจะถูกติดตั้งด้วยการล็อกไบโอเมตริกซ์ที่เป็นเทคโนโลยีที่ล้ำทันสมัยเพื่อป้องกันการเข้าถึงและใช้งานโดยไม่ได้รับอนุญาต

ขณะที่สำนักประธานาธิบดีกำลังวิจารณ์ร่างกฎหมายสำหรับการใช้กัญชาซึ่งอาจใช้ในทางที่ผิดในอนาคต กลุ่มผู้ป่วยและผู้พิทักษ์สิทธิประโยชน์ของผู้ป่วย (patient advocates) คิดว่าการยื่นเรื่องออกฎหมายกำลังเคลื่อนไหวช้าเกินไป และกฎเกณฑ์ไม่มีความคืบหน้า ไม่เปิดโอกาสในการเข้าถึงมากขึ้นสำหรับผู้ป่วยที่ต้องการความช่วยเหลือ

กัญชานำเข้ามีราคาแพงสำหรับครอบครัวที่ต้องแบกรับกับความต้องการทางการรักษาซึ่งมีราคาแพงและใช้ต่อเนื่อง  ยากัญชาทางการแพทย์หนึ่งเข็มสามารถทำให้ครอบครัวชาวบราซิลต้องเสียค่าใช้จ่ายมากถึง $ 305 (79 ดอลลาร์สหรัฐฯ) หรือประมาณเข็มละ 2,400 บาท

ด้วยการเพาะปลูกระดับมืออาชีพ อดีตประธานสมาคมการศึกษากัญชาแห่งประเทศบราซิล  Dr. Ricardo Ferreira กล่าวกับ Huff Post Brazil ว่า “เป็นการดีที่สุดหากจะใช้เวลา 2 ถึง 5 ปี ในการทำให้กัญชาเป็นยาที่จำหน่ายได้ในร้านขายยาอันเป็นความต้องการที่แท้จริงและเร่งด่วนของกลุ่มผู้ป่วย”

ทาง Anvisa ได้ระบุในเว็บไซต์ว่าวาระการกำกับดูแลกัญชาทางการแพทย์ของพวกเขา สามารถขยายเวลาออกไปได้อย่างน้อยอีก 1 ปี  โดย Dr. Ferreira สนับสนุนและให้การยอมรับอย่างเป็นทางการต่อกลุ่มผู้ป่วยที่เพาะปลูกกัญชาเพื่อทำยาซึ่งมีบางคนกำลังทำอยู่แล้ว และนอกจากนี้ด้วยมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดในสถานที่เพาะปลูก ทางรัฐบาลได้ป้องกันผู้ผลิตรายย่อยจากการเพาะปลูกอย่างมีผลบังคับซึ่งรวมไปถึงผู้คนที่ต้องการปลูกกัญชาด้วยตนเองด้วย

ในสัปดาห์ที่ผ่านมากลุ่มผู้พิทักษ์สิทธิประโยชน์ของผู้ป่วยได้แขวนป้ายแบนเนอร์ไว้ที่สำนักงานใหญ่ของ Anvisa ด้วยข้อความว่า “Anvisa ทำให้การเพาะปลูกกัญชาด้วยตนเองถูกกฎหมายเพื่อการรักษาโรค” มีหลายคนในละตินอเมริกาได้ร่วมกันแสดงความคิดเห็น


ตั้งแต่ปี 2015 เมื่อ Anvisa อนุญาตให้นำเข้ากัญชาทางการแพทย์และการลงทะเบียนผู้ป่วยเป็นครั้งแรก พบว่าจำนวนผู้ป่วยที่ลงทะเบียนเพื่อรับกัญชาสมุนไพรได้เพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่าโดยมีจำนวน 3,300 รายในปี 2018

Anvisa กำลังดำเนินการเพื่อให้ครอบคลุมผู้ป่วยจำนวนมากที่ต้องการความช่วยเหลือให้มากที่สุด แม้ว่าจะมีการชะลอตัวและคำวิจารณ์จากฝ่ายบริหาร

William Dib ประธานของหน่วยงาน Anvisa กล่าวย้ำถึงประเด็นนี้เมื่อสัปดาห์ก่อนโดยระบุว่าสิ่งที่เราสามารถทำได้เพื่อให้การเข้าถึงเป็นพื้นฐานดีขึ้น  เราต้องมั่นใจในคุณภาพและประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์นี้ที่จะ(มีประโยชน์ต่อ) ผู้ป่วย”

 
ที่มา:  420Intel Marijuana News on Thu, July 4, 2019
https://420intel.com/articles/2019/07/04/brazil-takes-next-step-creating-medical-marijuana-access-patients-need