อภ.เร่งศึกษาสเปก-เทคนิคปลูก "กัญชา" แบบกรีนเฮาส์ ลุ้น UN ปลดล็อกสาร‘ซีบีดี’ปี 63

Last updated: Jul 10, 2019  |  ข่าว

วันที่ 10 กรกฎาคม 2562 -14:30 น.



อภ.ยัน ก.ค.-ส.ค.มี "น้ำมันกัญชา" แน่นอน เร่งศึกษาสเปก เทคนิคการปลูกกัญชาแบบกรีนเฮาส์ ชี้ช่วยลดต้นทุน 7-8 เท่า หวังสร้างได้ในปี 63 ขณะที่ "บิ๊กตู่" เตือนปชช. หลังมีรายงาน เกิดผลกระทบจากการใช้กัญชารักษาโรคเพียงอย่างเดียว ชี้ปีหน้ามีลุ้น UN อาจปลดล็อกสารซีบีดีออกจากยาเสพติด ส่งผลดีตัวซีบีดีต้องมีสารทีเอชซีปนต่ำกว่า 0.2% ก็จะปลูกในวิสาหกิจชุมชนได้มาก

นพ.โสภณ เมฆธน ประธานกรรมการองค์การเภสัชกรรม (บอร์ด อภ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการเก็บเกี่ยวดอกกัญชา ว่า อภ.เก็บเกี่ยวดอกกัญชาสายพันธุ์ทีเอชซีสูงก่อน จากนั้นจะเป็นสายพันธุ์ที่ให้ทีเอชซีและซีบีดีอัตราส่วน 1 ต่อ 1 และค่อยเป็นสายพันธุ์ซีบีดีสูง เพื่อสกัดน้ำมันกัญชาเมดิคัลเกรดใน ก.ค. - ส.ค. ซึ่งได้มากกว่า 2,500 ขวดแน่นอน

นอกจากนี้ ยังให้ทีม อภ.เตรียมการปลูกกัญชารูปแบบกรีนเฮาส์ คล้ายเรือนกระจก ใช้แสงจากธรรมชาติ ทำให้ประหยัดค่าไฟ ไม่ต้องเปิดไฟตลอดเวลาเหมือนในโรงเรือน จะช่วยลดต้นทุนได้ 7-8 เท่า โดยอยู่ระหว่างศึกษาสเปกของกรีนเฮาส์ว่า เทคนิคไหนที่จะลดความชื้นได้ หรือทำให้ไม่ร้อนจัด คาดว่าจะชัดเจนใน ก.ค.นี้

เมื่อถามถึงการเตรียมพร้อมกระแส "กัญชา" จะเป็นธุรกิจทางการแพทย์ นพ.โสภณ กล่าวว่า อันดับแรกต้องมองว่า อภ.ขายอะไร แน่นอน คือ ยารักษาโรค ซึ่งสารสกัดกัญชาก็นำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ รองลงมาเรื่องธุรกิจอื่น

"องค์การอนามัยโลก (WHO) เตรียมเสนอสหประชาชาติ (UN) ปลดล็อกสารซีบีดีออกจากยาเสพติดในปี 2563 ก็ต้องรอดูว่า UN จะเห็นชอบหรือไม่ หากผ่าน ตัวซีบีดีต้องมีสารทีเอชซีปนต่ำกว่า 0.2% ก็จะปลูกในวิสาหกิจชุมชนได้มาก เพียงแต่เราจะมีสายพันธุ์หรือไม่ ซึ่งวันนี้เรามีสายพันธุ์ซีบีดีแบบกัญชงที่เน้นเส้นใย คงต้องเอากัญชาที่มีซีบีดีสูง และจะทำอย่างไรให้พัฒนาสายพันธุ์จนปลูกกลางแจ้งได้ หากทำได้ในอนาคตอาจจำหน่ายต้นอ่อนหรือเมล็ดที่มีซีบีดีสูง โดยทำเป็นสัญญาร่วมกับเกษตรกรในวิสาหกิจชุมชน คล้ายคอนแท็กฟาร์มมิงแบบขมิ้นชัน ที่ อภ.จะรับซื้อตามเงื่อนไขให้ได้สารมาตรฐานทางการแพทย์ เพียงแต่ขณะนี้ต้องเตรียมตัวและเดินหน้าเรื่องนี้อย่างเต็มที่ แต่ตอนนี้ต้องวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์ให้ได้ซีบีดีสูงภายใน 1 ปี" นพ.โสภณ กล่าว


พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. แถลงหลังการประชุมครม.ว่า ได้รับรายงานจากกระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานทางการแพทย์หลายแห่งว่า มีผู้ได้รับผลกระทบจากการใช้กัญชาอย่างไม่ได้มาตรฐาน ไม่รู้เอามาจากไหนเหมือนกัน จนได้รับผลกระทบมากพอสมควร หลายคนใช้กัญชาอย่างเดียว โดยไม่รักษาด้วยการแพทย์แผนปัจจุบันประกอบกัน อาการเจ็บป่วยที่เป็นอยู่แล้ว มันก็รุนแรงขึ้น เพราะฉะนั้น ขอย้ำอีกครั้งว่า ต้องมีการควบคุม เป็นไปตามขั้นตอน ซึ่งรัฐบาลจะต้องหารือกันต่อไป

อย่างไรก็ตาม ตนรู้ถึงความต้องการ และความเดือดร้อนของประชาชน แต่ก็จำเป็นต้องดูแลในเรื่องสุขภาพประชาชนด้วย เพื่อให้การใช้กัญชารักษาโรคเกิดประโยชน์สูงสุด

"ในส่วนของกัญชา บอกอีกครั้งว่า เป็นการใช้ประโยชน์จากดอก ต้องนำไปสกัดให้ถูกวิธี โดยระหว่างนี้ต้องเตรียมการทำตำรับยาของเรา ของเราถ้าจะปลูกให้มากยิ่งขึ้น เราก็ต้องทำตำรับยาที่จะผลิตเอง ใช้ประโยชน์เอง สกัดได้เอง และโทษมันมีอยู่ที่ใบกัญชาด้วย ถ้าหากยังไม่ได้ใช้ดอก เราก็อาจจะควบคุมได้ไม่มาก ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไปขัดแย้งกับใคร ถ้าทำแล้วไม่มีผลกระทบเพียงแต่ว่าเราต้องดูทุกอย่าง มีการตั้งกรรมาธิการศึกษาเรื่องนี้ให้กระจ่างชัด" นายกฯ กล่าว


ที่มา: https://mgronline.com/daily/detail/9620000065512