“หมอธีระวัฒน์” ส่งเสียงถึงนักวิชาการ-ผู้ห่วงใยประเด็นกัญชา ขอให้เข้าใจการใช้กัญชาทางการแพทย์อย่างรอบด้าน

Last updated: Aug 1, 2019  |  ข่าว

วันที่ 1 สิงหาคม 2562 -14:59 น.


หมอจุฬาลงกรณ์ โพสต์เฟซบุ๊กถึงนักวิชาการ-ผู้ห่วงใยประเด็นกัญชา ขอให้เข้าใจการใช้กัญชาทางการแพทย์อย่างรอบด้าน ย้ำประจักษ์ด้วยตา แทนการอ่านตำรา หรือแสดงความเห็นจากความวิตก

เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2562 ที่ผ่านมา ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะกรรมาธิการร่างพระราชบัญญัติยาเสพติดและกัญชา 2562 กรรมการพิจารณาการใช้กัญชาทางการแพทย์และหลักสูตรอบรม แพทย์ผู้ใช้กัญชาในทางการแพทย์ โพสต์เฟซบุ๊ก “ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา Thiravat Hemachudha” ถึงประเด็นข้อห่วงใยกัญชาทางการแพทย์ ว่า ขอฝากไปถึงนักวิชาการ และผู้ห่วงใยวิตก เกี่ยวกับการใช้กัญชาทางการแพทย์ทุกท่าน ว่า ปัจจุบันข้อมูลเกี่ยวกับกัญชาทางการแพทย์มีอยู่อย่างชัดเจน ซึ่งทางกรมการแพทย์เตรียม รวบรวม อบรม และ ปรับเปลี่ยนอย่างต่อเนื่อง ในปัจจุบันสาธารณสุขต้องการให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลที่กลั่นกรองมาแล้วในทางเดียวกัน ในการใช้ประโยชน์จากกัญชา แต่เนื่องจากข้อมูลมาจากหลายฝ่าย จึงมีความขัดแย้ง ข้อมูลส่วนใหญ่มาจากความวิตกกังวลและห่วงใย แต่เป็นผลมาจากความไม่เข้าใจโดยถ่องแท้

ศ.นพ.ธีระวัฒน์ กล่าวอีกว่า นอกจากการใช้ทางการแพทย์ทั่วไป เมื่อโยงไปถึงความรู้เกี่ยวข้องกับสายพันธุ์ ผลิตภัณฑ์การใช้ ผู้แสดงความห่วงไยต้องมีความเข้าใจในเรื่องนี้อย่างรอบด้าน รวมถึงสถานการณ์ที่ใช้ได้ประโยชน์ในประเทศ เพราะเป็นเรื่องที่มีการจับตามองเป็นอย่างมาก ทั้งนี้จำต้องมีการควบคุมเพื่อมิให้ใช้เกินกว่าขอบเขตที่ควรจะเป็น ซึ่งขณะนี้มีการวางแผนในการควบคุมอย่างเป็นระบบลงไปจนกระทั่งถึงพื้นที่ทั่วไป

“ข้อมูลที่ออกมา ถ้าไม่กลั่นกรองให้ดี อาจก่อให้เกิดความสับสนมากกว่าที่จะเกิดประโยชน์ ความสำคัญรีบด่วนขณะนี้คือการดึงการใช้กัญชาของประชาชนทั้งประเทศเข้ามาอยู่ในระบบที่ไม่ต้องหลบๆซ่อนๆในการใช้และถูกเอาเปรียบจากพ่อค้าและนำไปสู่การใช้ที่ผิดและอาจเกิดอันตราย โดยในขณะที่เปลี่ยนผ่านจะต้องยอมรับว่ากัญชานอกระบบสามารถใช้ได้ระดับหนึ่งเพราะในระบบยังไม่พร้อมรองรับ ไม่เช่นนั้นประชาชนจะไม่ยอมรับระบบใหม่และจะกลายเป็นผลักดันไปสู่ใต้ดินจนหมด ประชาชน นักวิชาการ บางคน บางสมาคม เริ่มเรื่องนี้ช้ากว่ากระทรวงสาธารณสุข ทั้งนี้กรมการแพทย์ทำมาสองปีเต็ม” อาจารย์จุฬาฯ กล่าว และว่า ในกรณีที่อยากให้มีความกระจ่างชัด สำหรับตนเอง จำต้องใช้เวลาในการศึกษามากขึ้น ในขณะที่กลุ่มต่างๆของกระทรวงสาธารณสุขกำลังเร่งดำเนินการเรื่องนี้อยู่แล้ว แม้แต่ในสมาคม วิทยาลัยของแพทย์และแม้แต่แพทยสภาในฐานะทีมผู้นำของแพทย์ มีความจำเป็นที่จะศึกษาเรื่องราวอย่างละเอียดและได้บทสรุปจากทั้ง totality of evidence รวมถึง evidence informed ไม่ใช่ evidence based อย่างเดียว


ศ.นพ.ธีระวัฒน์ กล่าวว่า ความห่วงวิตกนั้นควรนำมาหาวิธีแก้และป้องกัน เพื่อประโยชน์ส่วนรวมสูงสุด นั่นคือต้องลงไปดูที่วิทยาลัยการแพทย์และสาธารณสุขที่อุบลราชธานี ต้องไปดูไปศึกษาที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศ รวมถึงกลุ่มแม่โจ้ กลุ่มแพทย์และเภสัชกรที่ชลบุรีและในภาคและจังหวัดอื่นๆที่มีมากมายที่มีความรู้ ความเข้าใจ และประสบการณ์ การใช้กัญชาสำหรับประชาชนทั่วไป กระทั่งลงไปดูประชาชนที่ได้ประโยชน์จริงจากการใช้กัญชาประจักษ์ด้วยตา แทนการอ่านตำรา หรือแสดงความเห็นจากความวิตก

ที่มา: https://www.hfocus.org/content/2019/07/17443