"กัญชาหางกระรอก" หรือ Thaistick ชาวอีสานปลูกกันมาอย่างช้านาน ทำเป็นยารักษาโรคตามเส้นทางสายไหม

วันที่ 5 สิงหาคม 2562 -16:49 น.


เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2562 ณ เลดี้มัชรูมฟาร์ม ต.ไทยสามัคคี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ผศ.ดร.นิภาพร อามัสสา ผอ.และหัวหน้าคณะวิจัยและพัฒนากัญชาเพื่อประโยชน์แพทย์ไทย สาขาวิชาเทคโนโลยีการเกษตรและสิ่งแวดล้อม คณะวิทยาศาสตร์และศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน นครราชสีมา ร่วมประชุมกับ ผศ.ดร.อานนท์ แสนน่าน ประธานสมาพันธ์วิจัยและพัฒนากัญชาเพื่อประโยชน์แพทย์ไทย พท.กฤตนัน พันธุ์อุดม กรรมการ สภาแพทย์แผนไทย ผู้เชี่ยวชาญด้านกัญชาเป็นยา สู่การรักษา ตามศาสตร์แพทย์แผนไทย นางธนภัทร์ พันธวาส ประธานเครือข่ายกลุ่มวิสาหกิจชุมชนไทย และ กรรมการ เพื่อเตรียมความพร้อมขั้นตอน ปลูก-ผลิตกัญชาทางการแพทย์ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษฯให้เกษตรกรได้ปลูกอย่างถูกกฎหมาย



ผศ.ดร.อานนท์ แสนน่าน ประธานสมาพันธ์วิจัยและพัฒนากัญชาเพื่อประโยชน์แพทย์ไทย เปิดเผยว่า Thaistick คือ กัญชาสายพันธุ์ไทย ที่ผ่านกระบวนการผลิตที่เป็นเอกลักษณ์ จนมีลักษณะเรียวยาวเป็นแท่งตรงคล้ายแท่งไม้ ในยุคสงครามเวียดนามเหล่าทหารอเมริกันที่เข้ามาตั้งฐานทัพในประเทศไทยต่างติดใจกับกัญชาไทย ที่พวกเค้าเรียกว่า “Thai Stick” จนมีการส่งออกไปยังสหรัฐฯ รวมถึงหลายๆ ประเทศในยุโรป จนทั่วโลกยอมรับว่า กัญชาจากประเทศไทย คือ กัญชาที่ดีที่สุดในโลกในยุคนั้น แต่หลังจากสิ้นสุดสงคราม ก็เกิดการกดดันจากรัฐบาลสหรัฐฯ ให้เกิดการปราบปรามกัญชาในประเทศไทยอย่างจริงจัง ส่งผลให้ “Thai Stick” หายสาบสูญไปจากประเทศไทย ทั้งในแง่ขององค์ความรู้ด้านการผลิต และในด้านของสายพันธุ์กัญชาที่เป็นสายพันธุ์ต้นตำรับ จนปัจจุบัน Thai Stick ถูกขนานนามว่าเป็น Lost Art หรือศิลปะที่หายสาบสูญ

ผศ.ดร.อานนท์ กล่าวอีกว่า สำหรับ "กัญชาไทยสายพันธ์หางกระรอก" หรือที่ต่างประเทศรู้จักกันในชื่อ Thai stick ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ติดหนึ่งในห้าสายพันธุ์ที่ดีที่สุดในโลก ด้วยภูมิอากาศ ความชื้น ดินและแสงแดดที่เหมาะสมจึงทำให้เป็นสายพันธุ์ที่มีค่า THC หรือสารที่มีคุณประโยชน์ในทางรักษาสูงที่สุดกว่าทุกๆสายพันธุ์บนโลกใบนี้ อีกทั้งยังเป็นสายพันธุ์แท้ดั้งเดิมที่มีขึ้นอยู่ตามธรรมชาติแถบเทือกเขาภูพาน จังหวัดสกลนคร มาตั้งแต่สมัยโบราณก่อนที่จะถูกกำหนดให้เป็นสิ่งเสพติด ถึงวันนี้การลักลอบปลูกยังเป็นเรื่องผิดกฎหมายแต่เชื่อว่าสักวันถ้ากฎหมายเปิดกว้างมากขึ้นและมองเห็นประโยชน์ของมันในทางรักษาโรค เชื่อว่าพืชสมุนไพรตัวนี้จะเป็นอีกหนึ่งพืชเศรษฐกิจของไทยที่จะมีมูลค่าทางการค้าไม่แพ้โสมเกาหลีหรือถังเฉ่าของจีน และที่สำคัญมันจะเป็นสมบัติของคนไทยทุกคนต่อจนถึงรุ่นลูกหลาน

 

ที่มา: https://siamrath.co.th/n/94872