“อนุทิน” รับมอบน้ำมันกัญชา อภ.ล็อตแรก 4.5 พันขวด ส่งต่อ 12 รพ.สังกัดสธ.ทั่วไทย

Last updated: Aug 7, 2019  |  แพทย์

วันที่ 7 สิงหาคม 2562 -17:00 น.


รมว.สธ.รับมอบสารสกัดกัญชาจากอภ.สูตรทีเอชซี ล็อตแรก 4,500 ขวด ก่อนกระจายรพ. 12 แห่งทั่วประเทศ พร้อมมอบกรมการแพทย์วิจัยรักษามะเร็งได้หรือไม่ ย้ำไม่มีจำหน่าย ต้องอยู่ในการศึกษา ด้านอภ.เผยมี 3 สูตรแบ่งเป็น 3 สี สีแดงทีเอชซีสูง สีเขียวซีบีดีสูง และอัตราส่วนเท่ากันสีเหลือง

เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2562 ที่กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัด สธ. และผู้บริหารสธ. รับมอบสารสกัดน้ำมันกัญชามาตรฐานทางการแพทย์ล็อตแรก 4,500 ขวด จากองค์การเภสัชกรรม(อภ.) ก่อนกระจายไปยังสถานพยาบาลและโครงการวิจัยกัญชาทางการแพทย์

นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณความพยายามของทาง อภ.ที่ตอบสนองนโยบายกัญชาทางการแพทย์ แน่นอนว่า เรื่องนี้ไม่ใช่ว่าฝ่ายการเมือง ทั้งตน และรัฐมนตรีช่วยฯ เข้ามาแล้วเพิ่งเริ่มทำ แต่มีการทำมาก่อนแล้ว เพียงแต่พวกตนเข้ามาก็พยายามผลักดันนโยบายให้เดินหน้า ซึ่งนี่เป็นสัปดาห์ที่ 2 ที่ได้ดำเนินการให้เห็นแล้ว โดยอภ.ผลิตออกมาก็มี 3 สูตร แบ่งเป็น 3 สี อย่างสูตรทีเอชซีก็ต้องระวังหน่อย จึงให้เป็นสีแดง ส่วนสูตรซีบีดี เป็นเหมือนพระเอก ก็ให้เป็นสีเขียว และสูตรที่มีอัตราส่วน 1 ต่อ 1 ก็ให้เป็นสีเหลือง ซึ่งเบื้องต้นล็อตแรกเป็นสูตรทีเอชซีก่อน 4,500 ขวด จากนั้นจะทยอยส่งให้ครบทั้ง 3  สูตร 6,500 ขวดภายในเดือนสิงหาคมนี้

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า สำหรับการรับมอบสารสกัดกัญชามาตรฐานทางการแพทย์ล็อตแรกของ อภ. เป็นแบบหยดใต้ลิ้น โดยล็อตนี้จะเป็นสูตรทีเอชซี(THC) สูง ขนาด 5 มิลลิลิตร(ml) จำนวน 4,500 ขวด ซึ่งจากนี้ทางปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) จะเป็นผู้ดำเนินการกระจายให้กับโรงพยาบาลศูนย์ทุกเขตสุขภาพ สุขภาพละ 1 แห่ง รวม 12 แห่ง และกระจายให้กับกรมการแพทย์ในส่วนของโครงการวิจัย ทั้งการศึกษาวิจัยทั่วไป และการรักษากรณีจำเป็นสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย ซึ่งจะต้องศึกษาว่ามีประสิทธิภาพลดเซลล์มะเร็งได้หรือไม่ นอกจากนี้ ยังมีการดำเนินการเร่งด่วน เพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงสารสกัดน้ำมันกัญชา 1 ล้านขวดภายใน 5-6 เดือน โดย อภ. โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร และกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก จะทยอยผลิตสารสกัดกัญชาสำหรับใช้บรรเทาและรักษาทางแพทย์แผนปัจจุบันและแพทย์แผนไทยออกมาอย่างต่อเนื่อง 200,000 ขวดต่อเดือน ตั้งแต่เดือนกันยายนนี้เป็นต้นไป รวมทั้งจากนี้จะต้องเร่งทำความเข้าใจเกี่ยวกับกัญชาทางการแพทย์ รวมไปถึงจะขยายการปลูก ซึ่งการปลูก 6 ต้นต่อบ้านน่าจะดำเนินการเลย

นายสาธิต กล่าวว่า ขอย้ำว่าสารสกัดกัญชาทางการแพทย์ที่ผลิตขึ้นนี้ไม่ได้มีการจำหน่าย แต่เป็นการใช้ตามโครงการวิจัย และเป็นไปตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ โดยเน้นผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยวิธีมาตรฐานแล้วไม่ได้ผล

นพ.โสภณ เมฆธน ประธานกรรมการองค์การเภสัชกรรม(บอร์ด อภ.) กล่าวว่า ต้องกล่าวขออภัยกับการผลิตสารสกัดกัญชาทางการแพทย์ออกมาช้ากว่ากำหนด 2 เดือน เนื่องจากเดิมทีตั้งเป้าผลิตออกมาภายในเดือนพฤษภาคม 2562 แต่หลังจากตรวจสอบของกลางมีปนเปื้อน จึงต้องมีการปลูกแบบระบบปิดเพื่อให้ได้เกรดทางการแพทย์ขึ้น จึงได้สารสกัดออกมาช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม ออกมาเป็น 3 สูตร คือ สูตรทีเอชซีสูง เป็นผลิตภัณฑ์ขวดสีแดง สูตรซีบีดี เป็นผลิตภัณฑ์ขวดสีเขียว และสูตรทีเอชซีและซีบีดีอัตรา 1 ต่อ 1 จะเป็นผลิตภัณฑ์ขวดสีเหลือง โดยทั้งหมดผ่านระบบเมดิคัลเกรด มีความปอลดภัย ปราศจากยาฆ่าแมลง สารโลหะหนัก และมีความคงตัวในแต่ละล็อต ซึ่งจะผลิตทั้งหมด 6,500 ขวด แต่ในล็อตแรกได้ส่งมอบ 4,500 ขวดก่อน จากนั้นจะมีการติดตามว่า สูตรไหนใช้มากกว่ากันก็จะมีการผลิตสูตรนั้นเพิ่มขึ้นต่อไป

นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวว่า การกระจายน้ำมันกัญชาเบื้องต้นมอบหมายให้เขตสุขภาพรับไปกระจายในโรงพยาบาลศูนย์ 12 แห่ง ประกอบด้วย รพ.ลำปาง ,รพ.พุทธชินราช จ.พิษณุโลก ,รพ.สวรรค์ประชารักษ์ จ.นครสวรรค์ ,รพ.สระบุรี ,รพ.ราชบุรี, รพ.ระยอง ,รพ.ขอนแก่น,รพ.อุดรธานี ,รพ.บุรีรัมย์ ,รพ.สรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี ,รพ.สุราษฎร์ธานี ,รพ.หาดใหญ่ จ. สงขลา และ สถานพยาบาลที่ให้บริการด้านแพทย์แผนไทย 7 แห่ง ประกอบด้วย รพ.เด่นชัย จ.แพร่,รพ.หนองฉาง จ. อุทัยธานี ,รพ.ดอนตูม จ.นครปฐม ,รพ. เจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี, รพ.พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร จ.สกลนคร และ รพ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ และรพ.ท่าฉาง จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งการให้บริการจ่ายน้ำมันกัญชา จะเน้นในกลุ่มผู้ป่วยที่ได้รับเคมีบำบัด หรือมีข้อบ่งชี้ ว่าจะเป็นต้องใช้ ซึ่งจะเป็นการให้บริการฟรี แต่จะให้ในกลุ่มคนไข้ที่ผ่านการลงทะเบียนมาก่อน หรือ คนไข้ที่เดินทางเข้ามารับการรักษาด้วยตัวเองแต่ต้องผ่านการประกอบการตรวจสอบก่อน เพราะกัญชาไม่สามารถรักษาได้ทุกโรค

ที่มา: https://www.hfocus.org/content/2019/08/17480