แพทย์แผนไทยฯ หารือ นายเดชา นำของกลาง 1 ตัน ผลิตน้ำมันกัญชา

Last updated: Aug 9, 2019  |  แพทย์

วันที่ 9 สิงหาคม 2562 -14:04 น.



แพทย์แผนไทยฯ หารือ นายเดชา ศิริภัทร นำกัญชาของกลาง 1 ตัน ผลิตน้ำมันกัญชาสูตรนายเดชา คาดผลิตได้ 100,000 ขวด

วันนี้ (9 ส.ค.2562) นพ.มรุต จิรเศรษฐสิริ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและแพทย์แผนทางเลือก เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส.เตรียมส่งมอบกัญชาแห้งของกลาง 700 กิโลกรัมภายในสัปดาห์หน้า และจะทยอยส่งเพิ่มอีก 300 กิโลกรัมรวมเป็น 1,000 กิโลกรัม เพื่อจัดเตรียมทำน้ำมันกัญชาสูตรนายเดชา ศิริภัทร ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ จ.สุพรรณบุรี

โดยวันนี้ ได้เชิญทีมนายเดชา เข้ามาหารือเพื่อนำของกลางมาปรุงยาสูตรตำรับเดชาให้ได้ใกล้เคียง หรือนายเดชายอมรับได้ รวมทั้งหารือถึงข้อมูลผู้ป่วยที่อยู่ในความดูแลของนายเดชากว่า 40,000 คน และข้อห้ามใช้และการจ่ายยาผู้ป่วย ซึ่งกัญชาของกลางที่จาก ป.ป.ส. เป็นกัญชาที่ไม่มียาฆ่าแมลง แต่ปนเปื้อนโลหะหนัก จะใช้วิธีสกัดเอาสารสกัดกัญชาออกจากสารแคดเมียมออก หรือเรียกว่าวิธี Supercritical Fluid

ซึ่งการผลิตน้ำมันกัญชาสูตรนายเดชา จะมีกองพัฒนายาไทยและสมุนไพรเป็นผู้ดำเนินการ พร้อมกับจะติดตามผลรักษาจากแพทย์แผนไทย แพทย์แผนไทยประยุกต์ และแพทย์แผนปัจจุบัน อีกทั้งยังได้ขอข้อมูลผู้ป่วยของนายเดชา เพื่อนำมาเป็นข้อมูลในการบริหารจัดการในการกระจายยาน้ำมันกัญชาสูตรนายเดชาด้วย

นพ.มรุต กล่าวอีกว่าความคืบหน้าน้ำมันกัญชาในสูตรตำรับแพทย์แผนไทย จะเริ่มกระจายได้ในเดือนกันยายน ผ่านโรงพยาบาลศูนย์ทั้ง 12 แห่ง เขตสุขภาพละ 1 แห่ง และสถานพยาบาลที่ให้บริการด้านแพทย์แผนไทย 7 แห่งครอบคลุมทุกภูมิภาค ซึ่งต้องผ่านการวินิจฉัยโรคแบบแพทย์แผนไทย ผ่านแพทย์แผนไทย รวมทั้งติดตามผลการรักษาควบคู่กับการรักษาแพทย์แผนปัจจุบัน โดยมียากัญชาสูตรตำรับไทย 16 ตำรับ ปัจจุบันเริ่มผลิตแล้ว 5 ตำรับ ดังนี้

 -ยาศุขไสยาศน์

-ยาทำลายพระสุเมรุ

-ยาทัพยาธิคุณ

-ยาแก้สัณฑฆาต กร่อนแห้ง

-ยาไฟอาวุธ

อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่ายากัญชาสูตรตำรับไทย ส่วนใหญ่มีสรรพคุณรักษาโรคแตกต่างกันไป โดยตำรับแผนไทยที่จะนำมาใช้กับผู้ป่วยได้ก่อน คือ ตำรับยาศุขไสยาศน์ ซึ่งมีสรรพคุณช่วยให้นอนหลับ เจริญอาหาร นอนไม่หลับอ่อนเพลีย แก้อาการอาเจียนได้ในบางราย

สำหรับการคาดการณ์จำนวนผู้ป่วยไม่สามารถคาดการณ์ได้ เพราะการนำมาใช้รักษาผู้ป่วยแพทย์แผนไทยจะแตกต่างกับแผนปัจจุบัน โดยสามารถนำมาใช้ควบคู่กัน หรือเมื่อใช้แล้วค่อยๆ ลดปริมาณการรักษาแพทย์แผนปัจจุบันลงหากผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น

ที่มา : https://news.thaipbs.or.th/content/282654