เกษตรกรอุดรธานีเตรียมความพร้อมปลูกกัญชารวมกลุ่มกันเป็นวิสาหกิจ

Last updated: Aug 16, 2019  |  ข่าว

วันที่ 16 สิงหาคม 2562 -16:46 น.


วานนี้ (15 ส.ค.2562) ณ วัดโพธิ์ชุมพัฒนาราม ต.สุมเส้า อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี ดร.องอาจ วิเศษ ประธานเครือข่ายวิจัยและพัฒนากัญชาเพื่อประโยชน์แพทย์ไทย ผศ.ดร.อานนท์ แสนน่าน ประธานสมาพันธ์วิจัยและพัฒนากัญชาเพื่อประโยชน์แพทย์ไทย พท.กฤตนัน พันธุ์อุดม กรรมการสภาแพทย์แผนไทย นายเศรษฐภัทร์ นิตยสิทธิวรากุล ประธานเครือข่ายเมืองสมุนไพรนาคราช นางธนภัทร พันธวาส ประธานเครือข่ายกลุ่มวิสาหกิจชุมชนไทย นายศรีทัศน์ มาตราช รองประธานสมาพันธ์ฯ ร่วมประชุมกับ นายอนุศักดิ์ สุขเขียว ประธานสมาพันธ์วิจัยและพัฒนากัญชา จังหวัดอุดรธานี และคณะกรรมการสมาพันธ์ร่วมเปิด "สัมมนาทางวิชาการ กัญชาทองคำเขียว" พืชเศรษฐกิจตัวใหม่ของเกษตรกรไทย เกษตรกรต้องได้ปลูกตาม พ.ร.บ.นิรโทษกรรมกัญชา พ.ศ.2562

สำหรับ กัญชา กัญชง และกระท่อมนั้น ได้รับสมญานามว่าเป็น "ปิโตรเลียมเขียว" ที่จะก่อให้เกิดความสมบูรณ์พูนสุขและความมั่งคั่งแก่ชาติบ้านเมืองไม่ต่างกับประเทศในตะวันออกกลางที่มีแต่ทะเลทราย ก็แค่มีปิโตรเลียมก็สามารถเป็นประเทศที่มั่งคั่งร่ำรวยมหาศาล ในขณะที่กัญชา ยังได้สมญาอีกนามหนึ่งว่าทองคำเขียว ซึ่งเป็นผลิตผลธรรมชาติที่สวรรค์ประทานมาให้ดินแดนสุวรรณภูมิของเรานี้ แต่เพราะคนมีอำนาจโง่เขลาเบาปัญญาและมีจิตใจยอมจำนนหลงเป็นทาสต่างชาติ ตั้งกฎหมายอันไม่เป็นธรรมขึ้น เขียนกฎหมายให้กัญชาเป็นยาเสพติดร้ายแรง ทำให้ประเทศไทยไม่สามารถใช้ประโยชน์ดังที่สวรรค์ประทานให้



ประเทศไทยมีพันธุ์กัญชาที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลก แต่กลับไปนำเข้าเมล็ดกัญชาจากต่างประเทศเข้ามาปลูกในหน่วยงานของรัฐ ในราคานำเข้าที่สุดแสนจะแพงลิบลิ่ว ดังที่เป็นข่าวว่าราคานำเข้าเมล็ดกัญชาตกเมล็ดละ 800 บาท ทั้งๆ ที่สามารถหาได้ในประเทศในราคาเมล็ดละเพียงไม่กี่บาท รวมความก็คือเมล็ดกัญชาก็ดี พันธุ์กัญชาก็ดี ประเทศไทยของเรามีดีที่สุดในโลก ในขณะที่ราคาทั้งเมล็ดกัญชาและกัญชามีราคาแพงลิบลิ่ว โดยเฉพาะในประเทศที่ไม่อยู่ในแถบ เส้นศูนย์สูตรเฉพาะราคาที่ลักลอบซื้อขายกันในประเทศเพื่อนบ้านก็ตกกิโลกรัมละ 10,000 บาท ซึ่งถ้าสามารถปลูกได้ก็จะให้ผลผลิตนับแสนบาทต่อไร่ ดีกว่าที่จะปลูกพืชบางชนิดที่มีผลผลิตไร่ละแค่ 7,000-8,000 บาท ไม่คุ้มกับเงินลงทุน จนรัฐบาลต้องจัดงบประมาณไปช่วยเหลือเจือจุนเป็นโกลาหลกันทุกปี ซึ่งถ้าหากจัดการแบบให้ทานกันเช่นนี้ต่อไป อีกไม่ช้านานชาติก็ต้องล่มจม

ดังนั้นวันเวลาใดที่คนไทยทั้งประเทศโดยเฉพาะคนมีอำนาจเห็นแก่ชาติและประชาชน มีความรู้มีความเข้าใจที่ถูกต้อง แก้ไขกฎหมายทำร้ายชาติให้สามารถปลูก ใช้ จำหน่ายและส่งออกกัญชา ได้แล้ว เมื่อนั้นเกษตรกรไทยก็จะพลิกฟื้นฐานะจากความลำบาก ยากจน ขาดแคลนและล้าหลังสู่ความมั่งคั่งได้อย่างแน่นอน และถ้าเมื่อใดที่ประเทศไทยสามารถใช้ยาสกัดจากกัญชา ในการรักษาความเจ็บป่วยได้ เมื่อประกอบเข้ากับความประเทศที่เลิศล้ำในทางการท่องเที่ยว ประเทศไทยก็จะเป็นศูนย์กลางการรักษาความเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายแรงทั้งหลาย ซึ่งจะมีผลต่อการสร้างรายได้ให้กับประเทศชาติเป็นจำนวนมหาศาล ปัญหาใหญ่หลวงอันเป็นเกาะแก่งกีดกระแสกุศลมีอยู่อย่างเดียวเท่านั้นคือความรักชาติรักประชาชนของคนที่มีอำนาจในบ้านเมืองที่จะต้องเลิกแกล้งโง่เขลาเบาปัญญา ปลดแอกสติปัญญาจากการครอบงำของพวกขายชาติทั้งหลาย นำทองคำเขียวหรือปิโตรเลียมเขียวมาใช้ในการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ "...เมื่อนั้นประเทศไทยจะหายจน ประชาชนจะหายป่วย..."



ที่มา: https://siamrath.co.th/n/97182