พยาบาลกัญชาสหรัฐฯ กับคำแนะนำช่วยเหลือเพื่อผู้ป่วย

Last updated: Aug 16, 2019  |  375 จำนวนผู้เข้าชม  |  บทความ

วันที่ 16 สิงหาคม 2562 -17:17 น.

"Exclusive" 
หมายเหตุ : เผยแพร่ครั้งแรกเป็นภาษาไทยเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2562 โดย Cannhealth
เขียน/แปล: วันดี กุศลธรรมรัตน์/ Wandee K.
เรียบเรียง : อภินันท์ อุ่นทินกร: /Apinan Untinkorn 


Dr. Carey Clark ประธานสมาคมพยาบาลกัญชาอเมริกัน (the American Cannabis Nurse Association: ACNA) ได้สรุปส่วนสำคัญในภารกิจของพวกเขา วิธีที่พวกเขาทำงานเพื่อสนับสนุนการให้ความรู้และส่งเสริมเพื่อเพิ่มการรับรู้ในชุมชนพยาบาล

กัญชามีบริการและหาได้มากขึ้นในสหรัฐอเมริกา แต่ความอัปยศ รอยมลทินที่ยังคงอยู่และการให้ความรู้ที่ไม่เพียงพอกำลังขัดขวางความก้าวหน้าต่อไป ทาง Health Europa ได้พูดคุยกับ Dr. Carey Clark ประธานสมาคมพยาบาลกัญชาอเมริกันซึ่งได้อธิบายถึงการทำงานที่องค์กรกำลังทำอยู่เพื่อแก้ไขปัญหานี้และการทำงานร่วมกันอาจเป็นกุญแจสำคัญในการเข้าถึงอย่างมืออาชีพมากขึ้นเพื่อประโยชน์ของผู้ป่วย

คุณเริ่มตระหนักรู้ถึงประโยชน์ของกัญชาทางการแพทย์ได้อย่างไรและเมื่อไหร่?

“เมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้วผมเริ่มตระหนักรู้ถึงการใช้กัญชาเป็นยารักษาโรคและผมอาศัยอยู่ในพื้นที่ของรัฐแคลิฟอร์เนียที่มีผู้คนจำนวนมากปลูกต้นกัญชากลางแจ้ง ผมเชื่อว่ามันใช้ได้ผลเพื่อบรรเทาอาการหลายอย่าง แต่ทว่าในเวลานั้นผมไม่เข้าใจระบบเอนโดแคนนาบินอยด์ (endocannabinoid system) และพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ของผลกระทบของกัญชา เมื่อผมย้ายไปอยู่ที่ Maine ผมสร้างกลุ่มนักศึกษาจากคณะของสมาคมพยาบาลองค์รวมแห่งอเมริกา  (the American Holistic Nurses Association) และนักศึกจะวางแผนกิจกรรมต่างๆ และเชิญวิทยากรมาที่มหาวิทยาลัย  มีช่วงโอกาสหนึ่งที่พวกเขานำแพทย์ประจำท้องถิ่นชื่อ Dustin Sulak ไปที่มหาวิทยาลัยซึ่งนายแพทย์ผู้นี้ได้อธิบายเกี่ยวกับทางชีวภาพหรือกายภาพว่ากัญชาทำงานอย่างไรในร่างกายโดยผ่านระบบ endocannabinoid  ผมรู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้เรียนรู้พื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ว่ากัญชาสามารถช่วยบรรเทาอาการและรักษาโรคต่างๆได้อย่างไรบ้าง”

“Dr. Sulak กลับมาที่มหาวิทยาลัยอีกหลายครั้งเพื่อเป็นวิทยากรบรรยายและในที่สุดเขาก็บอกผมเกี่ยวกับสมาคมนี้ที่เรียกว่าสมาคมพยาบาลกัญชาอเมริกัน (the American Cannabis Nurse Association) ซึ่งผมไม่ทราบมาก่อน ดังนั้นผมจึงเข้าร่วมกับสมาคมฯ ผมพัฒนาคณะกรรมการการวิจัยและการศึกษา และเมื่อสมาคมกำลังมองหาใครสักคนที่จะสมัครเข้ารับเลือกตั้งเป็นประธานของสมาคมผมก็ตัดสินใจที่จะสมัครเข้าชิงตำแหน่ง”

“ขณะเดียวกันผมได้ทำการค้นคว้าข้อมูลอย่างละเอียดเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์กัญชาและผมก็เริ่มทำการนำเสนอเกี่ยวกับระบบ endocannabinoid และสิ่งที่พยาบาลจำเป็นต้องรู้เพื่อสนับสนุนช่วยเหลือผู้ป่วยที่ใช้กัญชาทางการแพทย์โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมได้ทำงานกับทีมพยาบาลเฉพาะทางด้านรักษาโรคมะเร็ง (Oncology Nurse) จำนวนมากทั้งในสถานที่,ในที่ประชุมระดับชาติและระดับภูมิภาคเพื่อสนับสนุนเขาเหล่านั้นในการทำความเข้าใจว่าพวกเขาจะสนับสนุนการใช้กัญชาทางการแพทย์ของผู้ป่วยได้ดีที่สุดได้อย่างไร ขณะนี้ผมกำลังตรวจแก้ เรียบเรียงสิ่งที่เราคิดว่าจะเป็นตำราคู่มือแรกสำหรับทีมพยาบาลเพื่อให้ความรู้แก่พวกเขาเกี่ยวกับประโยชน์ทางยาของพืชกัญชา”

คุณช่วยเล่าให้เราฟังหน่อยได้ไหมว่าสิ่งที่นางพยาบาลกัญชาต้องทำคืออะไร? และเหตุใดจึงมีความจำเป็นในการสร้างสมาคมพยาบาลกัญชาแห่งสหรัฐอเมริกา?

ความเป็นจริงคือมันเป็นฝ่ายข้อมูลที่เกิดขึ้นใหม่ ณ ที่นี้ในสหรัฐอเมริกา ผู้ป่วยสามารถรับคำแนะนำสำหรับเรื่องกัญชา 
อีกทั้งมักจะมีคำแนะนำหรือการสนับสนุนที่น้อยมากจนถึงไม่มีเลยที่จะให้คำแนะนำแก่ผู้ป่วยในการไทเทรตยาด้วยตนเอง ซึ่งผู้ป่วยจะกำหนดขนาดของยาเองเพื่อให้เหมาะสมว่าต้องการมากหรือน้อย (self-titrating) โดยจะแตกต่างกันไปในแต่ละรัฐ ทั้งนี้ในอดีตโดยถือหลักประวัติศาสตร์ไม่มีข้อมูลที่ดีพอให้กับผู้ป่วยเกี่ยวกับวิธีการใช้ยา (กัญชา), วิธีการให้ขนาดของยาอย่างถูกต้อง, การหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงของยา, วิธีจัดการกับระดับของสาร THC (เพราะนี่คือสิ่งที่ทำให้เกิดผลข้างเคียงบ่อย), วิธีการจัดการกับการใช้กัญชาทางการแพทย์จากมุมมองทางการเงินและที่สำคัญที่สุดคือวิธีการใช้กัญชาได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

ช่องว่างของปัญหาดังกล่าวนี้เป็นสถานที่ที่พยาบาลกัญชากำลังเข้ามาเติมเต็ม มีพยาบาลบางคนที่ทำงานในร้านขายยากัญชา (dispensary) และพวกเขาได้ให้ความรู้กับผู้ป่วยเกี่ยวกับวิธีการใช้ยา (กัญชา) นี้อย่างปลอดภัย นอกจากนี้ยังมีพยาบาลที่ทำหน้าที่ให้คำปรึกษาส่วนตัวเพื่อช่วยให้ผู้ป่วยเข้าใจสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดเพราะมันล้นหลามยากที่จะรับมือ  มีผู้ป่วยที่อาจเดินเข้าไปในร้านขายยาและอาจมีดอกกัญชา, ลูกอม, ช็อกโกแลต, ข้าวโพดคั่วและอื่น ๆ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีคำแนะนำในบางระดับ พยาบาลที่ปฏิบัติงานในร้านขายยากัญชายังคงมีน้อย หาได้ยาก แต่ก็ยังมีพยาบาลฝึกหัดที่ขึ้นทะเบียนแล้วบางรายหรือผู้ปฏิบัติงานพยาบาลขึ้นอยู่กับรัฐที่พวกเขาฝึกปฏิบัติงานซึ่งอาจจะแนะนำกัญชาให้กับผู้ป่วยได้

มีการตีพิมพ์เผยแพร่แนวทางที่เกี่ยวกับวิธีการไทเทรตยานี้ (การให้ขนาดของยาที่เหมาะสมด้วยตนเอง) และที่สำคัญคือการเริ่มต้นใช้สาร THE ในระดับที่ต่ำมาก และก่อตัวขึ้นอย่างช้ามาก การให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงยาที่มีป้ายกำกับอย่างพอเหมาะ จากนั้นพวกเขาสามารถเริ่มต้น THC ด้วยปริมาณ 1 มก. แล้วค่อยๆ เพิ่มขึ้นจากปริมาณนั้น ค่อยๆ เพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึงปริมาณที่จำกัด THC คือประมาณ 15-20 มก. ซึ่งเป็นปริมาณสูงสุดต่อวัน มีแนวทางที่กำหนดไว้แล้วแต่ไม่ได้นำมาใช้อย่างเหมาะสมให้เกิดบรรลุผล และแน่นอนในส่วนที่อยู่ที่ร้านขายยากัญชาพวกเขาอยู่ที่นั่นเพื่อหารายได้  ดังนั้นบางครั้งพวกเขาก็มีความสนใจที่แตกต่างกันเมื่อเทียบกับการช่วยเหลือผู้ป่วยในการใช้กัญชาอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

เราต้องการช่วยเหลือผู้ป่วย ซึ่งทางเว็บไซต์ของเราคุณสามารถค้นหาขอบเขตและมาตรฐานการปฏิบัติงานของเรา โดยเอกสารนี้ได้สรุปและแสดงให้เห็นว่าเราสนับสนุนผู้ป่วยได้อย่างไร ทว่าการสนับสนุนให้กำลังใจพวกเขาในการทำตามขั้นตอนจะเป็นการเสริมสร้างระบบ endocannabinoid ของพวกเขาให้ดียิ่งขึ้น

เมื่อผู้คนมีความบกพร่องในการสร้าง endocannabinoid  ด้วยตนเองเขาเหล่านั้นก็สามารถได้รับประโยชน์จากแหล่งภายนอก เช่นกัญชา นอกจากนี้ยังมีสิ่งอื่นๆ ที่เราสามารถทำได้เพื่อสนับสนุนสภาวะสมดุลและระบบ endocannabinoid เช่นการออกกำลังกายโยคะ,การทำสมาธิ, การฝังเข็มและการรับประทานอาหารที่มีสารฟลาโวนอยด์สูงและมีกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่เพียงพอ

พยาบาลกัญชาเป็นพยาบาลแบบองค์รวม (holistic nurse) ที่แท้จริงเพราะพวกเขาสนับสนุนและช่วยเหลือผู้ป่วยในการเรียนรู้ถึงวิธีเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิตเพื่อให้พวกเขามีสุขภาพดีได้โดยรวม


อะไรคือเป้าหมายเมื่อสมาคมพยาบาลกัญชาแห่งสหรัฐอเมริกาถูกสร้างขึ้น และความท้าทายใดที่เผชิญมาโดยตลอด?

เป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นที่สุดที่จะต้องให้ความรู้ทั้งพยาบาลและคนไข้ แต่ทั้งนี้มีสมาชิกที่แตกต่างกันหลายกลุ่มในวงการแพทย์  นอกจากนี้เรายังช่วยเหลือให้ผู้ป่วยเข้าถึงยาที่ผ่านการทดสอบและปลอดภัย และท้ายที่สุดเราต้องการเห็นการพยาบาลปรากฏตัวมากขึ้นในด้านการวิจัยของสิ่งต่างๆ

ความท้าทาย แน่นอนที่สุด..มักจะเกี่ยวข้องกับข้อเท็จจริงที่ว่ากัญชายังคงเป็นสิ่งผิดกฎหมายของรัฐบาลกลาง ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่อีกประการคือความอัปยศ รอยมลทินที่เอ้อระเหยรอบๆ การใช้กัญชา เรายังคงใช้หลายๆ วิธีในการพยายามต่อสู้กับต้นแบบที่บ้าคลั่งของภาพยนตร์ Reefer Madness ภาพลักษณ์ที่มีทัศนคติไม่ดีที่โยนบาป สิ่งไม่ดีให้กับกัญชา ในขณะที่เรากำลังช่วยให้ผู้คนเข้าใจวิทยาศาสตร์และเข้าใจว่ากัญชาทำงานทางกายภาพเพื่อสนับสนุนช่วยเหลือสภาวะสมดุลของระบบร่างกาย

เรามีสิ่งที่ดีเกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ เมื่อปีที่ผ่านมาในสหรัฐอเมริกา ทางคณะกรรมการการพยาบาลแห่งชาติสภาแห่งรัฐได้ตีพิมพ์เอกสารในวารสารระเบียบการพยาบาลซึ่งสรุปประเด็นสำคัญ 6 ประการที่พยาบาลทุกคนต้องได้รับการศึกษาเพื่อช่วยเหลือสนับสนุนผู้ป่วยที่ใช้ยากัญชา มีพูดถึงการรู้เรื่องกฎหมายในรัฐของคุณและโปรแกรมกัญชาทางการแพทย์ (แม้ว่าเราจะเรียกมันว่ากัญชา) แบบใดที่มีให้บริการ พยาบาลจำเป็นต้องรู้เรื่องวิทยาศาสตร์, หลักฐานที่มีรวบรวมและเราไม่สามารถประทับตราบาปให้กับผู้ป่วยสำหรับการตัดสินใจของตนเองในการใช้ยานี้

“เอกสารนี้เป็นประโยชน์มากในการเริ่มต้นสนับสนุน ส่งเสริมพยาบาลด้วยความพยายามทางการศึกษาของพวกเขาผมยังมีบัตรจากคณะกรรมการการพยาบาลแห่งชาติสภาซึ่งมีลิงก์เชื่อมโยงไปยังบทความและเราสามารถส่งต่อให้กับพยาบาลในการประชุมเพื่อให้เขาสามารถนำข้อมูลกลับไปที่ทำงานของพวกเขา ด้วยวิธีการนี้เมื่อพยาบาลพบกับการต่อต้านจากพยาบาลหรือเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ พวกเขาสามารถแสดงให้เห็นว่าพวกเขาจำเป็นจะต้องได้รับการศึกษาในเขตพื้นที่นี้และกัญชาทางการแพทย์ได้กลายเป็นการสนทนา แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในสถานที่ทำงานที่ถูกกฎหมาย”


สมาคมพยาบาลกัญชาอเมริกัน (ACNA) เพิ่มความตระหนักรู้และส่งเสริมการให้การศึกษาอย่างไร?


เรามีออกไปประชุมการพยาบาลแห่งชาติและตั้งโต๊ะประชุมร่วมกัน ในปีนี้เราได้รับเชิญเข้าร่วมประชุมจาก Hospice & Palliative Association, American Nurses Association, American Holistic Nurses Association และ Oncology Nursing Society Conference  เราสร้างการรับรู้โดยไปที่แหล่งข้อมูลโดยตรงกับพยาบาลด้วยการให้ข้อมูลกัญชาทางการแพทย์ขั้นพื้นฐานแก่พวกเขา และสนับสนุนให้พวกเขาเข้าร่วมสมาคมด้วยเช่นกัน เพราะเรามีสิ่งต่าง ๆ เช่นชุดการสัมมนาผ่านเว็บเพื่อการศึกษาอย่างต่อเนื่อง เราพร้อมที่จะเข้าร่วมการประชุมการพยาบาลกัญชาในเดือนธันวาคมนี้ที่ New Orleans การกระทำสู่ภายนอกเช่นนี้กับพยาบาลคนอื่นๆ เป็นเรื่องสำคัญมากและเราจะเริ่มร่วมมือกับสมาคมอื่นๆ เพื่อการเข้าถึงพยาบาลที่มากขึ้น ซึ่งมีวิธีการแตกต่างมากมายที่เราสามารถทำได้ในอนาคต


ในเรื่องของกัญชาที่เริ่มพลิกสถานการณ์ไปทั่วโลก (เปลี่ยนสิ่งที่ดูเหมือนจะพ่ายแพ้ให้เป็นชัยชนะ)  คุณคาดหวังว่าบทบาทของสมาคมพยาบาลกัญชาอเมริกันจะพัฒนาไปสู่อนาคตได้อย่างไร?

“พวกเราก้าวหน้าไปมากในช่วงที่ผมรับผิดชอบงานประธานคนเดียวของสมาคม ขอบคุณทีมงานพยาบาลที่เยี่ยมยอดซึ่งมีความกระตือรือร้นเกี่ยวกับสมาคม ปัจจุบันนี้เราเป็นสมาชิกสหพันธ์สมาคมการพยาบาล (The Nursing Organization Alliance) ซึ่งครอบคลุม 50-100 สมาคมการพยาบาลอื่นๆ พวกเขาให้การฝึกอบรมและส่งเสริมเกี่ยวกับการทำงานในองค์กรการพยาบาลมืออาชีพ ดังนั้นผมจึงเห็นว่าพวกเรามีการพัฒนาไปสู่การเป็นที่ยอมรับและรับรู้โดยสมาคมการพยาบาลอื่นๆ ซึ่งมีความสำคัญมาก ในระดับโลกผมชอบที่จะเห็นพวกเรามีช่วงเวลาหรือมารวมกันในความเป็นสากลมากขึ้นกับพยาบาลจากทั่วโลกเพราะพวกเขามีความต้องการทางด้านการศึกษาเดียวกัน  สมาคมพยาบาลกัญชาอเมริกัน (ACNA) ยังสามารถสนับสนุน ช่วยเหลือประเทศอื่นๆ, รัฐหรือภูมิภาคอื่นๆ ในการพัฒนาองค์กรของตนเองได้เช่นกัน”

มีความจำเป็นอย่างต่อเนื่องสำหรับการให้ความรู้และการยุติความอัปยศ รอยมลทินในเรื่องของกัญชา มีเพียงกลุ่มผู้สนับสนุน 501c3 จำนวนหนึ่งซึ่งไม่ใช่องค์กรที่แสวงหาผลกำไรที่นี่ที่สามารถทำได้  ดังนั้นการเคลื่อนไหวทางการเมืองจึงเป็นเรื่องยากภายใต้สมาคมนี้  อย่างไรก็ดีนั่นไม่ได้หมายความว่าเราไม่สามารถให้การสนับสนุนคนอื่นที่กำลังก้าวกระโดดทางการเมืองครั้งใหญ่ 

“ผมคิดว่าทั่วโลกกำลังก้าวออกจากยุคการสั่งห้าม (ตามกฎหมาย- Prohibition) และเข้าสู่ยุคการมีกฎระเบียบ (ควบคุม-Regulation) การเปลี่ยนแปลงนี้อาจเริ่มต้นขึ้นในประเทศสหรัฐอเมริกาที่กัญชาทางการแพทย์ (medical cannabis) กลายเป็นรัฐที่ชอบด้วยกฎหมายตามแต่ละรัฐและปัจจุบันนี้เรามีสถานที่ เช่นประเทศแคนาดาที่กัญชาไม่เป็นสิ่งผิดกฎหมายจากรัฐบาลกลางอีกต่อไป ขณะที่เราเคลื่อนออกจากยุคของการสั่งห้าม (ตามกฎหมาย) เรายังคงเสี่ยงต่อการสูญเสียความสำคัญกับประโยชน์ทางยาของสมุนไพรจากกัญชาและอาจถูกลดความสำคัญลงด้วยการเคลื่อนไหวของกัญชาเพื่อสันทนาการ มีบางคนที่บอกว่าพืชกัญชาทั้งหมดเป็นยา  แต่มีคนที่มีเจตนาที่จะใช้ประโยชน์จากมันในผู้ใหญ่มากขึ้นในมุมมองด้านสันทนาการ ดังนั้นหนึ่งในสิ่งที่เราต้องพิจารณาเกี่ยวกับระดับมาตรฐานทั่วโลกที่กำลังเสี่ยงอันตรายโดยกัญชานี้จะถูกควบคุมด้วยกฎระเบียบเหมือนแอลกอฮอล์หรือยาอื่นๆ เมื่อเป็นพืชสมุนไพรที่มีคุณค่าทางยาชัดเจน”

“พืชกัญชาเติบโตได้อย่างอิสระตามธรรมชาติ  ฉะนั้นผมคิดว่าเราอยู่ในยุคที่น่าสนใจแบบนี้ในการเคลื่อนไปข้างหน้าสู่กฎระเบียบควบคุมที่ไม่จำเป็นต้อง "ปลดปล่อย" กัญชาให้เสรีโดยไม่มีข้อจำกัด  มีบางสิ่งที่ดีมากๆ เกี่ยวกับการควบคุม; เช่นยากัญชาที่มีสาร cannabinoids สามารถพร้อมใช้งานได้มากขึ้น, มีการทดสอบและการติดฉลากของผลิตภัณฑ์กัญชาและการลดการใช้สารกำจัดศัตรูพืช แต่เรายังเสี่ยงต่อการมีประชากรที่มีจุดอ่อนบางอย่างที่ไม่สามารถเข้าถึงยาได้เนื่องจากค่าใช้จ่ายและกัญชากำลังเข้าสู่โมเดลองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ พร้อมกับผู้คนที่ไม่สามารถเกี่ยวข้องโดยตรงกับกัญชาได้อีกต่อไป  สิ่งต่างๆ กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและเป็นที่น่าสนใจที่จะสังเกตว่ายุคต่อไปจะคลี่คลายได้อย่างไร”


 

ที่มา:Healtheuropa / July 31, 2019
https://www.healtheuropa.eu/american-cannabis-nurses-association/92670/