กรมการแพทย์เตรียมบุคลากร หมอ-เภสัชกร เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ และการศึกษาวิจัย

Last updated: Aug 27, 2019  |  ข่าว

วันที่ 27 สิงหาคม 2562 -15:50 น.


กรมการแพทย์จับมือเขตสุขภาพที่ 8 จัดอบรมบุคลากรทางการแพทย์เสริมศักยภาพบุคลาการรองรับนโยบายการใช้สารสกัดจากกัญชาทางแพทย์ พร้อมถ่ายทอดสดไปยัง 5 เขตสุขภาพ ด้านอธิบดีกรมการแพทย์ย้ำน้ำมันกัญชาไม่ใช่ทางเลือกแรกในการรักษา วันที่ 26 สิงหาคม 2562 ที่ห้องประชุมรักธรรม ชั้น 7 ตึกอำนวยการ โรงพยาบาลอุดรธานี นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ พร้อมด้วยนายแพทย์สมิต ประสันนาการ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตสุขภาพที่ 8 นายแพทย์ณรงค์ ธาดาเดช ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอุดรธานี นายแพทย์ปรเมษฐ์ กิ่งโก้ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี ร่วมกันแถลงข่าว นโยบายการใช้สารสกัดจากกัญชาทางการแพทย์สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ โดยอธิบดีกรมการแพทย์ย้ำ น้ำมันกัญชาไม่ใช่ทางเลือกแรกในการรักษา กัญชามีทั้งประโยชน์และโทษ การใช้ต้องระวังและต้องอยู่ในการดูแลของบุคลากรทางการแพทย์ การใช้ไม่ระวังจะเกิดผลให้เกิดอาการทางจิตได้

ตามที่กระทรวงสาธารณสุข ได้มีนโยบายเร่งรัดให้นำสารสกัดกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ เพื่อการรักษา ควบคุมอาการของโรค/ ภาวะของโรคที่การรักษาด้วยวิธีมาตรฐานยังไม่ได้ผล ซึ่งการใช้กัญชาทางการแพทย์มีความก้าวหน้าและเป็นพลวัตอย่างยิ่ง และอาจก่อให้เกิดความสับสนในหมู่บุคลากรสาธารณสุขได้ ปัจจุบัน พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่7) พ.ศ. 2562 ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 มีสาระสำคัญ คือ กัญชายังคงจัดเป็นยาเสพติดประเภท 5 แต่คลายล็อกให้ใช้ประโยชน์ทางการแพทย์และการศึกษาวิจัยได้ ดังนั้น เพื่อให้การใช้สารสกัดจากกัญชาทางแพทย์เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ป่วย เป็นไปตามหลักการของกรมการแพทย์ 3 ประการ ได้แก่ ปลอดภัยต่อผู้ป่วย (do no harm) เป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วย (patient benefit) และ ไม่มีผลประโยชน์แอบแฝง (no hidden agenda) หลังการแถลงข่าวอธิบดีกรมการแพทย์ เป็นประธานเปิดอบรม "การใช้สารสกัดจากกัญชาทางการแพทย์ สำหรับบุคลากรทางการแพทย์" ปีงบประมาณ 2562 โดยมีแพทย์ เภสัชกร ทันตแพทย์ ที่มีใบประกอบวิชาชีพจากโรงพยาบาลศุนย์ โรงพยาบาลทั่วไป และโรงพยาบาลชุมชนในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 8 ซึ่งประกอบด้วยจังหวัดหนองคาย สกลนคร นครพนม เลย หนองบัวลำภู บึงกาฬ อุดรธานี และมีการถ่ายทอดสดด้วยระบบ Teleconference ไปยัง เขตสุขภาพที่ 2,7,10,11 และ เขต 12 รวมผู้เข้ารับการอบรมทั้งสิ้นกว่า 1,350 คน


ทั้งนี้เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์มีความรู้ ความเข้าใจในการนำสารสกัดจากกัญชามาใช้ทางการแพทย์ได้อย่างถูกต้องเหมาะสมและเกิดประโยชน์กับผู้ป่วยอย่างแท้จริง และสามารถนำความรู้ไปต่อยอดเชิงวิจัยพัฒนาแนวทางการใช้สารสกัดจากกัญชาเพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย โดยผู้เข้ารับการอบรมที่ผ่านเกณฑ์การทดสอบความรู้หลังการอบรมจะได้รับประกาศนียบัตรรับรองจากกรมการแพทย์ เพื่อใช้ประกอบการขออนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ในการเป็นผู้สั่งใช้-จ่ายผลิตภัณฑ์กัญชาทางการแพทย์ต่อไป ประโยชน์ที่ผู้ป่วยจะได้รับ คือ การใช้สารสกัดกัญชาอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิผลในการใช้เสริมการรักษามาตรฐานที่ได้รับในปัจจุบันเพื่อให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ภายใต้การดูแลของบุคลากรสาธารณสุขที่ผ่านการการอบรมหลักสูตรการใช้ประโยชน์กัญชาทางการแพทย์ ที่กระทรวงสาธารณสุขให้การรับรอง


นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า การใช้กัญชาเพื่อบำบัดรักษาโรค ยังมีข้อจำกัดเนื่องจากบุคลากรทางการแพทย์ที่ผ่านการอบรมในเขต 8 ยังมีน้อย จึงต้องจัดอบรมเพื่อตอบสนองการบริการประชาชนได้ และก็ยังมีข้อระวังในการใช้สาร THC ที่ลดปวดและบรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียนได้ แต่ THC ยังออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทด้วย หากใช้สารสกัดโดยไม่ระวังจะส่งผลให้เกิดอาการทางจิตได้ ดังนั้นหลักสูตรอบรมที่กรมการแพทย์ดำเนินการ จึงเป็นการให้ข้อมูลรอบด้านที่เกี่ยวข้องกับการใช้กัญชา มีทั้งในส่วนที่เป็นประโยชน์ว่าควรใช้ในผู้ป่วยกลุ่มใด ใช้อย่างไร ขณะเดียวกันก็มีการใช้ข้อมูลข้อพึงระวังในการนำมาใช้ การรักษาพิษจากกัญชา การเฝ้าระวังการเสพติดกัญชา เป็นต้น แพทย์และเภสัชกรที่เข้าอบรมจะได้รับทราบข้อมูลเพื่อนำไปประกอบการตัดสินใจใช้กัญชารักษาผู้ป่วย รวมถึงให้คำแนะนำการใช้และการปฏิบัติตัวของผู้ป่วยได้อย่างถูกต้องเหมาะสม


นายแพทย์สมศักดิ์ฯ กล่าวอีกว่า ทั่วประเทศมีแพทย์และเภสัชกรจำนวนมาก เพื่อการอบรมได้ทั่วถึง ทางกรมการแพทย์ได้จัดทำหลักสูตรออนไลน์ (e-lenrning) คาดว่าจะแล้วเสร็จและสามารถใช้ได้ในเดือนตุลาคม ทั้งนี้สามารถอบรมได้ทุกที่ ทุกเวลา หากผ่านเกณฑ์กำหนดก็จะได้รับประกาศนียบัตรจากกรมการแพทย์ และได้รับอนุญาตจาก อย.ให้เป็นผู้สั่งใช้-จ่ายสารสกัดกัญชาได้ นายแพทย์ปรเมษฐ์ กิ่งโก้ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า ได้มีการสำรวจข้อมูลภาพรวมเขตทั้ง 7 จังหวัด พบว่า ผู้ป่วยที่มีความจำเป็นต้องใช้ผลิตภัณฑ์กัญชาทางการแพทย์จาก 4 กลุ่มโรค ได้แก่ โรคมะเร็งที่มีภาวะคลื่นไส้อาเจียนจากเคมีบำบัด โรคลมชักที่รักษายากและดื้อต่อยารักษา โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็งและมีภาวะกล้ามเนื้อหดเกร็ง และภาวะปวดประสาท ประมาณ 1,500 คน มีผู้ป่วยที่ลงทะเบียนคาดว่าจะต้องใช้กัญชาทางการแพทย์ จังหวัดภายในเขต 8 ทั้งสิ้น 7,439 คน สำหรับจังหวัดอุดรธานีมีผู้ป่วย 4 กลุ่มโรค ผู้ป่วยมะเร็ง และผู้ป่วยที่ต้องรับการรักษาแบบประคับประคองที่ขึ้นทะเบียน คาดว่าจะต้องใช้กัญชาทางการแพทย์ของจังหวัดอุดรธานี รวมทั้งสิ้น 3,243 คน


ที่มา: http://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG190826190922989
ข้อมูลข่าวและที่มา
ผู้สื่อข่าว : ศรีภูมิ ทองใหญ่ ณ อยุธยา
ผู้เรียบเรียง : สุพจน์ กาบแก้ว
แหล่งที่มา : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุดรธานี