อนุทิน เผยแพทย์สั่งใช้กัญชาทางการแพทย์แค่ 80 ขวด จากหมื่นขวด

Last updated: Sep 18, 2019  |  แพทย์

วันที่ 18 กันยายน 2562 - 10:27 น.


วานนี้(17 ก.ย.) นายอนุทินชาญวีรกูลรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(รมว.สธ.) กล่าวระหว่างเป็นประธานงานประกาศเจตนารมณ์ขับเคลื่อนเรื่องPatient and Personnel Safety ในวันแห่งความปลอดภัยผู้ป่วยโลก(World Patient Safety Day) และวันแห่งความปลอดภัยของผู้ป่วยและบุคลากรสาธารณสุขของประเทศไทย(Thailand Patient and Personnel Day) ประจำปี2562 จัดโดยสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยบาล(องค์การมหาชน) หรือสรพ. ตอนหนึ่งว่าสารสกัดกัญชาทั้งสูตรทีเอชซีเด่นและซีบีดีเด่นที่ผลิตโดยองค์การเภสัชกรรม(อภ.)  ได้ถูกส่งไปยังสถานพยาบาลสังกัดสธ.แล้วกว่า1 หมื่นขวดแต่พบว่าแพทย์ยังมีการสั่งจ่ายสารสกัดกัญชาให้กับผู้ป่วยจำนวนน้อยเพียง80 ขวดเท่านั้นส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะแพทย์ยังไม่มีการเรียนรู้เกี่ยวกับสรรพคุณอย่างลึกซึ้งซึ่งต้องให้แพทย์และบุคลากรมีการเรียนรู้เกี่ยวกับสรรพคุณที่ใช้ในทางการแพทย์เพิ่มมากขึ้นโดยได้แจ้งไปยังผู้อำนวยการโรงพยาบาลทุกแห่งเพื่อให้องค์ความรู้ในการใช้สารสกัดกัญชารักษาผู้ป่วยเพิ่มขึ้น


ขอบคุณภาพจาก: bangkokbiznews


ทั้งนี้ตัวของสารสกัดกัญชาเองไม่ได้มีผลเสียมากถ้าเป็นการใช้ถูกวิธีและตรงตามข้อบ่งใช้ที่สำคัญแพทย์และเภสัชกรที่ผ่านการอบรมการใช้กัญชาทางการแพทย์แล้วต้องมีความมั่นใจในการที่จะสั่งจ่ายให้กับผู้ป่วยที่มีข้อบ่งใช้ที่สามารถใช้กัญชาได้เพราะสารสกัดกัญชาที่ผลิตโดยอภ.ก็มีความปลอดภัยเป็นระดับเกรดทางการแพทย์หรือเมดิคัลเกรดสามารถใช้รักษาโรคได้ตามสรรพคุณที่มีข้อมูลทางวิชาการสนับสนุน


"ที่ยังมีการใช้น้อยเป็นเพราะแพทย์ยังไม่กล้าที่จะสั่งจ่ายและผู้ป่วยเองยังไม่ได้เข้ามาสู่ระบบการรักษาทางสถานพยาบาลมากขณะเดียวกันผู้ป่วยที่เข้ามาขอรับสารสกัดกัญชาหากแพทย์วินิจฉัยแล้วว่าเป็นผู้ป่วยที่ยังสามารถใช้ยาปกติตามมาตรฐานได้แพทย์ก็ย่อมเลือกจ่ายยาให้ตามมาตรฐานการรักษาอย่างไรก็ตามแม้จะมีการสั่งใช้น้อยแต่ไม่ได้ตำหนิหรือชี้นำอะไรแต่ควรมีการเข้าใจถึงสรรพคุณที่ถ่องแท้มากขึ้นและยืนยันว่าต้องสั่งใช้ตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์เท่านั้นซึ่งในส่วนที่มีการสั่งใช้เบื้องต้นก็ได้รับรายงานว่าอย่างน้อยก็ทำให้คนไข้มีคุณภาพชีวิตช่วงที่เจ็บป่วยดีมากขึ้นและมีการบันทึกผลการรักษาเพื่อนำมาศึกษาต่อยอดพัฒนายาให้มีสรรพคุณดีมากยิ่งขึ้นจึงอยากฝากให้แพทย์ช่วยทำให้สารสกัดกัญชาเกิดประโยชน์สูงสุดจะช่วยลดค่าใช้จ่ายภาครัฐและปัจจุบันยังให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย" นายอนุทินกล่าว


นายอนุทิน  กล่าวอีกว่าประเทศไทยมีอสม.กว่า1 ล้านคนทำหน้าที่ช่วยเหลือบุคลากรทางการแพทย์ในการคัดกรองดูแลประชาชนช่วยลดภาระของบุคลากรเพราะฉะนั้นต้องฝึกฝนการรักษาพยาบาลขั้นปฐมของปฐมภูมิให้อสม.เข้าใจเพื่อที่จะช่วยดูแลประชาชนเมื่อเจ็บป่วยเบื้องต้นได้ไม่ต้องเข้ามารับบริการที่โรงพยาบาลก็จะทำให้ระบบการสาธารณสุขและการแพทย์ของประเทศไทยมีความแข็งแกร่งมากขึ้นซึ่งต้องพยายมใช้เครือข่ายที่มีอยู่ดำเนินการสร้างความเชื่อมั่นเชื่อถือให้แก่ประชาชนเพื่อที่ผู้ที่มีความจำเป็นและต้องการการรักษาจริงๆจะได้ประสิทธิผลเกิดขึ้นการที่รัฐบาลเสียงบค่าตอบแทนให้แก่อสม.กว่า1 ล้านคนเดือนละ1 พันล้านบาทหรือปีละประมาณ1.2 หมื่นล้านบาทหากอสม.สามารถใช้ความรู้พื้นฐานมาแบ่งเบาภาระบุคลากรทางการแพทย์ได้ก็ไม่น่าเสียดายกับงบประมาณในส่วนนี้


"สำหรับงบประมาณภาครัฐให้ความสำคัญกับระบบการสาธารณสุขอย่างมากแม้จะถูกตัดงบแต่ก็เป็นจำนวนน้อยและไม่น่ากังวลเพราะเชื่อว่าหากมีความจำเป็นเมื่อไรก็จะได้รับการสนับสนุนแน่นอนซึ่งเมื่อวันที่16 ก.ย. มีกลุ่มเอ็นจีโอเข้ามาพบและแสดงความกังวลว่างบประมาณหลักประกันสุขภาพแห่งชาติถูกตัดไป600 กว่าล้านบาทแต่เมื่อหารือร่วมกับผู้อำนวยการสำนักงบประมาณก็ได้รับกลับคืนมา500 กว่าล้านบาทส่วนที่เหลืออีก170 ล้านบาทหากจำเป็นต้องใช้ก็จะหาคืนมาได้ไม่ว่าจะเป็น1-2 พันล้านบาทก็จะสามารถหาได้เพราะรัฐบาลไม่มีทางที่จะไม่ให้ความสำคัญกับการดูแลคุณภาพชีวิตของประชาชน" นายอนุทินกล่าว


 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับสารสกัดกัญชาทางการแพทย์ที่ผลิตโดยอภ. ได้ส่งมอบให้กับสธ.เมื่อวันที่7 ส.ค. 2562 และได้ทยอยส่งไปยังรพ.สังกัดสธ. 12 แห่งที่นำร่องในการสั่งใช้กัญชาทางการแพทย์ประกอบด้วย  รพ.ลำปางรพ.พุทธชินราชจ.พิษณุโลกรพ.สวรรค์ประชารักษ์จ.นครสวรรค์รพ.สระบุรีรพ.ราชบุรีรพ.ระยองรพ.ขอนแก่นรพ.อุดรธานีรพ.บุรีรัมย์รพ.สรรพสิทธิประสงค์จ.อุบลราชธานีรพ.สุราษฎร์ธานีและรพ.หาดใหญ่จ.สงขลาโดยเริ่มทยอยเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่19 ส.ค.2562


อ้างอิง: https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/847602