กัญชา ใช้บรรเทาอาการเจ็บปวดแทนยาแก้ปวดกลุ่มโอปิออยด์ (opioids) ได้หรือไม่?

Last updated: Sep 26, 2019  |  Exclusive

วันที่ 26 กันยายน 2562 - 10:27 น.

"Exclusive"
หมายเหตุ : เผยแพร่ครั้งแรกเป็นภาษาไทยเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2562 โดย Cannhealth
เขียน/แปล: วันดี กุศลธรรมรัตน์/ Wandee K.
เรียบเรียง : ณัฐวุฒิ จงจิตร/ Natthawut J.

 

งานวิจัยชิ้นใหม่ได้ปลดล็อกกุญแจสู่วิธีที่กัญชาสามารถสร้างโมเลกุลบรรเทาอาการปวดที่ยาวนานกว่ายาแอสไพรินถึง 30 เท่า ซึ่งให้ศักยภาพอย่างมหาศาล เป็นอีกทางเลือกใหม่ที่จะมาใช้แทนยาแก้ปวดกลุ่มโอปิออยด์ (opioids) วิกฤตเสพติดยาโอปิออยด์  (the opioid crisis) ในปี 2017  ได้รับการจัดให้เป็นเหตุฉุกเฉินด้านสาธารณสุขโดยรัฐบาลแคนาดาและกระทรวงสาธารณสุขและมนุษย์ของสหรัฐอเมริกา

 

การวิจัยที่ดำเนินการเมื่อปี 2018 ได้แสดงให้เห็นว่ากฎหมายกัญชาทางการแพทย์และการใช้งานสำหรับผู้ใหญ่มีศักยภาพในการลดการใช้ยาแก้ปวดกลุ่มโอปิออยด์ (opioids) ที่ออกใบสั่งยาไว้สำหรับผู้มีรายได้น้อยที่เข้ารับโครงการช่วยเหลือด้านสุขภาพ (Medicaid enrollees) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของประชากรที่มีความเสี่ยงสูงต่อการใช้ยาแก้ปวดกลุ่มโอปิออยด์ผิดปกติและในปริมาณเกินขนาดสำหรับอาการเจ็บปวดเรื้อรัง กัญชาสามารถใช้เป็นยาแก้ปวดได้ด้วยตัวมันเองและตามการวิจัยใหม่หวังจะเสนอเป็นอีกทางเลือกใหม่เพื่อใช้แทนยาแก้ปวดกลุ่มโอปิออยด์ (opioids)

งานวิจัยใหม่นี้ได้ปลดล็อกกุญแจสู่วิธีที่กัญชาสร้างโมเลกุลบรรเทาอาการปวดที่สำคัญซึ่งมีประสิทธิภาพมากกว่ายาแอสไพรินถึง 30 เท่าซึ่งเปิดประตูโอกาสสู่การสร้างการรักษาอาการปวดตามธรรมชาติที่จะให้การบรรเทาที่มีศักยภาพแก่ผู้ป่วยโดยไม่มีความเสี่ยงต่อการติดยาที่มาพร้อมกับการใช้ยาแก้ปวดตามใบสั่งแพทย์อื่นๆ

ศาสตราจารย์ Tariq Akhtar  ภาควิชาชีววิทยาโมเลกุลและเซลลูลาร์ (Department of Molecular and Cellular Biology) ของมหาวิทยาลัย Guelph (the University of Guelph) แคนาดา ซึ่งทำงานด้านการศึกษากับ MCB ร่วมกับศาสตราจารย์ Steven Rothstein กล่าวว่า:  “มีความจำเป็นอย่างชัดเจนที่จะต้องพัฒนาทางเลือกอื่นเพื่อบรรเทาอาการปวดเฉียบพลันและอาการปวดเรื้อรังที่ดีกว่ายาแก้ปวดกลุ่มโอปิออยด์ (opioids) โดยที่โมเลกุลเหล่านี้ไม่ออกฤทธิ์ทางจิตประสาทและตั้งเป้าหมายไปที่แหล่งเกิดการอักเสบทำให้ซึ่งทำให้โมเลกุลเหล่านี้เป็นยาแก้ปวดที่ดีมาก”

 

แคนน์ฟลาวิน หรือฟลาโวนอยด์ (Cannflavins or Flavonoids)

สาร Cannflavin A และ Cannflavin B ที่รู้จักกันในชื่อ “สารฟลาโวนอยด์” (flavonoids) ถูกค้นพบครั้งแรก     โดยนักวิจัยในปี 1985 เมื่อการวิจัยได้ยืนยันว่าสารเหล่านี้ให้ประโยชน์ในการต้านการอักเสบที่มีประสิทธิภาพมากกว่ายาสังเคราะห์อะซีติลซาลิไซลิก (acetylsalicylic acid) ซึ่งถูกจำหน่ายในชื่อแอสไพริน (Aspirin) เกือบ 30 เท่าเมื่อเทียบกันกรัมต่อกรัม โดยใช้การผสมผสานระหว่างชีวเคมี (biochemistry) และเทคโนโลยีชีวภาพ จีโนมิกส์ (genomics)  คณะนักวิจัยสามารถระบุได้ว่ากัญชาสร้างโมเลกุลสำคัญสองชนิดของสารฟลาโวนอยด์ ที่เรียกว่า cannflavin A และ cannflavin B ได้อย่างไร

อย่างไรก็ดีการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไปในโมเลกุลต้องหยุดชะงักในส่วนนี้มานานหลายสิบปี เนื่องจากการวิจัยเกี่ยวกับกัญชาถูกควบคุมด้วยกฎระเบียบเป็นอย่างมาก  ด้วยปัจจุบันกัญชาเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมายในแคนาดาและการวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพจีโนมิกส์ก้าวหน้าเป็นอย่างมาก ทาง Akhtar และ Rothstein จึงตัดสินใจวิเคราะห์กัญชาเพื่อทำความเข้าใจว่ากัญชาวงศ์ซาติวา (cannabis sativa) สังเคราะห์กับสาร cannflavins ได้อย่างไร

Akhtar กล่าวว่า: “วัตถุประสงค์ของเราคือเพื่อให้เข้าใจได้ดีขึ้นว่าโมเลกุลเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นมาอย่างไร ซึ่งเป็นการดำเนินการที่ค่อนข้างไม่ยุ่งยากซับซ้อนในปัจจุบันนี้ และมีจีโนม (genomes) ที่เป็นลำดับมากมายที่เป็นมาตรฐานเผยแพร่รวมไปถึงจีโนมของกัญชาวงศ์ซาติวาซึ่งมีแนวโน้มเพื่อข้อมูลความรู้

 

อีกทางเลือกหนึ่งเพื่อมาใช้แทนยาแก้ปวดกลุ่มโอปิออยด์  (An alternative to opioids)

สถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐฯ (US National Institute of Health) ระบุว่ามีผู้เสียชีวิตมากกว่า 130 คนทุกวัน ในสหรัฐฯ หลังจากกินยาแก้ปวดกลุ่มโอปิออยด์ (opioids) ปริมาณเกินขนาดซึ่งรวมไปถึงยาแก้ปวดตามใบสั่งแพทย์ เช่นยาเฟนทานีล (fentanyl) ซึ่งในปี 2018 จำนวนผู้เสียชีวิตทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการใช้ยาแก้ปวดกลุ่มโอปิออยด์ (opioids) ในแคนาดาคือ 4,460 ราย ทำให้เกิดอัตราการเสียชีวิต 12.0 ต่อประชากร 100,000 คนสำหรับปีที่เลือกรายงาน 

ความกังวลนี้ทำให้ทางสหราชอาณาจักร (UK) เห็นถึงปัญหาชัดขึ้นในช่วงเร็วๆ นี้ว่าจะต้องปฏิบัติตามอย่าง โดยสถิติของรัฐบาลแสดงให้เห็นว่าตั้งแต่ปี 2017 ถึงปี 2018 มีผู้คนที่ต้องพึ่งพายาแก้ปวดกลุ่มโอปิออยด์ (opioids) คิดเป็นสัดส่วนที่ใหญ่ที่สุดของจำนวนทั้งหมดในการรักษา (53% หรือ 141,189 คน)

Rosanna O'Connor ผู้อำนวยการ Alcohol, Drugs, Tobacco and Justice  แห่งสาธารณสุขอังกฤษกล่าวว่า “แม้ว่าขนาดและลักษณะของการกำหนดยาแก้ปวดกลุ่มโอปิออยด์ (opioids) ไม่ได้แสดงให้เห็นถึงสิ่งที่เรียกกันว่า วิกฤตในอเมริกาเหนือแต่ระบบบริการดูแลสุขภาพแห่งชาติ (NHS) ของ UK จำเป็นต้องเริ่มลงมือปฏิบัติการในตอนนี้เพื่อปกป้องผู้ป่วย”

ในปัจจุบันผู้ที่ต้องทนทุกข์ทรมานกับอาการปวดเรื้อรังมักต้องใช้ยาแก้ปวดกลุ่มโอปิออยด์ (opioids) ซึ่งทำงานโดยกีดขวางและหยุดตัวรับความเจ็บปวดของสมองแต่ทว่ามีความเสี่ยงสูงมากที่จะเกิดผลข้างเคียงและการเสพติด Cannflavins หรือ Flavonoids จากกัญชามีเป้าหมาย คือการรักษาอาการเจ็บปวดด้วยวิธีต่างๆ โดยลดการอักเสบซึ่งมีศักยภาพสูงในการนำมาใช้ทดแทนยาแก้ปวดกลุ่มโอปิออยด์  (opioids)

“ถ้าคุณรู้สิ่งที่คุณกำลังค้นหาเราสามารถนำยีนมาสู่ชีวิตได้ ดังนั้นเพื่อแสดงความเห็นและรวบรวมข้อมูลว่าโมเลกุล เช่น cannflavin A และ B จะรวมตัวกันได้อย่างไร” ด้วยข้อมูลจีโนมที่อยู่ใกล้มือ พวกเขาประยุกต์ใช้เทคนิคทางชีวเคมีแบบดั้งเดิมเพื่อตรวจสอบยีนของกัญชาที่จำเป็นในการสร้าง cannflavins A และ B  ซึ่งการค้นพบทั้งหมดของพวกเขาถูกตีพิมพ์ในวารสาร Phytochemistry  เมื่อไม่นานมานี้

Rothstein กล่าวว่า: “ความสามารถในการเสนอตัวเลือกใหม่ในการบรรเทาอาการปวดเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นและเราภูมิใจที่งานของเรามีศักยภาพพอที่จะเป็นเครื่องมือใหม่ในคลังสรรพาวุธบรรเทาอาการเจ็บปวด”

 

 

อ้างอิง: 

Source: HEALTH EUROPA / Sep. 10, 2019

https://www.healtheuropa.eu/cannabis-alternative-to-opioids/93225/