"กัญชา" ในวารสารการแพทย์ระดับโลก "ปลดล็อกกัญชาส่งผลต่อระบบสาธารณสุขอย่างไร"

Last updated: Nov 8, 2019  |  แพทย์

วันที่ 6 พฤศจิกายน 2562 - 11:23 น.

 

ไม่มีแพทย์แผนปัจจุบันคนใดที่ไม่รู้จัก The Lancet วารสารการแพทย์นี้จัดเป็นระดับท็อปด้านการแพทย์แข่งขันคู่ไปกับอีกฉบับคือ New England Journal of Medicine เนื้อหาสาระที่เผยแพร่มาสู่วงการแพทย์ทั่วโลกมักจะได้รับการยอมรับนับถือ เพราะต้องผ่านกระบวนการพิสูจน์ ตรวจสอบอย่างเข้มข้นก่อนได้รับการตีพิมพ์

ถ้าจะมีคนมาเถียงโดยใช้ตำแหน่งหน้าที่ บรรพบุรุษเทือกเถาเหล่ากอ ยศถาบรรดาศักดิ์ หรืออำนาจการเมืองหนุนหลัง ก็คงต้องเปิดประตูคุยกันดังๆ ว่า "จะคุยกันแบบแพทย์แผนปัจจุบันไหม?" ถ้าจะคุย ก็ใช้มาตรฐานทางคลินิกมาคุย ไม่เอาแต่หลอดทดลอง สัตว์ทดลอง หรืองานวิจัยแบบประสบการณ์ส่วนตัว เคสบางเคสมาโฆษณาชวนเชื่อแบบผลิตภัณฑ์ลดความอ้วน หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่เคลมแบบว่าสกัดจากองุ่นเอย ส้มเอย ทับทิมเอย มะละกอ ฟักแฟงแตงโมไชโยโห่ฮิ่ว แล้วรักษามะเร็ง ไม่แก่ไม่ตาย กินแล้วไม่หิว กล่องละหลายพัน ขายดิบขายดี โฆษณาเกินจริงเย้ยกฎหมายไม่งั้นก็ไปคุยกันแบบแพทย์แผนอื่นๆ เพราะมาตรฐานวิชาชีพที่แตกต่างกัน อย่าเอามาปนกันมั่วซั่วจนปั่นป่วนระบบสุขภาพของประเทศ

23 ตุลาคม 2019 นี้เอง The Lancet ตีพิมพ์เนื้อหาเรื่องกระแสปลดล็อกกัญชาว่าส่งผลต่อระบบสาธารณสุขอย่างไรบ้าง ไม่ว่าจะปลดล็อคทางการแพทย์ หรือจะเป็นเสรีกัญชาอย่างที่เราเห็นความคลุ้มคลั่งในหลายต่อหลายพื้นที่ในโลก ใจความสำคัญเป็นอย่างไร?

 

สรุปให้ฟังได้ดังนี้

ขณะนี้กัญชาเป็นยาเสพติดที่ใช้มากที่สุดทั่วโลก ประเทศแคนาดา และ 10 มลรัฐในประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ปลดล็อคให้มีการผลิตและขายกัญชา ทั้งในทางการแพทย์ และเสรีกัญชา ...แต่...ในประเทศแคนาดาและมลรัฐต่างๆ ในประเทศสหรัฐอเมริกานั้น ดอกกัญชา น้ำมันกัญชา และสารสกัดจากกัญชาแบบเข้มข้นนั้นถูกนำมาใช้เพื่อรักษาโรคต่างๆ หลายต่อหลายโรค โดย"ไม่มี"ข้อมูลวิชาการทางการแพทย์ที่พิสูจน์ความปลอดภัยและสรรพคุณที่เชื่อถือได้

 

การควบคุมการใช้กัญชาอ่ะ ทำได้ป่าว?

เค้าพบว่า ระบบการควบคุมการใช้กัญชาทางการแพทย์ในหลายมลรัฐของประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศแคนาดานั้น"อ่อนแอ" และไม่สามารถควบคุมการใช้ได้จริง ทำให้ผสมปนเปไปหมดระหว่างใช้ทางการแพทย์และใช้เสรี

 

หึหึ ประเทศข้าจะปราศจากปัญหาตลาดมืด และเศรษฐกิจเจริญรุ่งเรือง คนร่ำรวยจากค้าขายกัญชา สังคมดี๊ดี จริงไหม?

การปลดล็อคกฎหมายให้ผลิตกัญชาในประเทศสหรัฐอเมริกานั้นอาจจะเป็นไปเพื่อหวังที่จะลดการค้าขายในตลาดมืด และหวังจะให้รัฐบาลได้ควบคุมและเก็บภาษีได้ แต่สุดท้ายแล้ว สถานการณ์จริงกลับพบว่าความแรงของกัญชาในผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ไปถึงประชาชนนั้นไม่สามารถควบคุมดูแลได้เลย นอกจากนี้ราคาค่างวดของกัญชาก็ตกฮวบฮาบภายในไม่กี่ปีหลังประกาศใช้กฎหมาย สถิติชี้ชัดว่า ประกาศปลดล็อคกฎหมายไปแล้ว เกิดการบูมของธุรกิจกัญชา และทำให้ประชาชนวัยผู้ใหญ่ในประเทศสหรัฐอเมริกาใช้กัญชามากขึ้นมาก ผลที่หลายคนคาดหวังว่า เอากัญชาเข้ามาในสังคมแล้วจะลดปัญหาเหล้า บุหรี่ และยาเสพติดประเภทฝิ่นนั้น ยังไม่เห็นผลกระเตื้องอย่างที่คาดหวังไว้

เค้าทบทวนงานวิจัยต่างๆ และสรุปมาเหมือนกับที่เคยสื่อสารกันไปแล้วว่า สารสกัดจากกัญชานั้นมีที่ใช้ทางการแพทย์ในไม่กี่โรค และไม่ใช่ทางเลือกแรกในการรักษา การวิจัยต่างๆ ที่มีการพิสูจน์นั้นส่วนใหญ่คุณภาพยังไม่ดีนัก และหลายต่อหลายข้อบ่งชี้ก็ไม่ได้เทียบกับยามาตรฐาน

ที่น่าสนใจอย่างยิ่งคือ การตบท้ายอย่างแสบๆ คันๆ แต่เจ็บปวดนักคือ กว่าเราจะตอบคำถามมากมายเกี่ยวกับกัญชาที่ยังค้างท่ออยู่นั้นได้อย่างมั่นใจ ป่านนั้นการปลดล็อคกัญชาก็คงทำให้สังคมโลกมีสิ่งเสพติดชนิดที่ 4 ขึ้นมาอย่างถูกกฎหมายแล้ว...นั่นคือ คาเฟอีน เหล้า บุหรี่ และกัญชา นั่นแปลความได้ว่า สังคมไทยและสังคมโลกคงต้องเตรียมรับมือผลกระทบจากกัญชาในฐานะสิ่งเสพติดในสังคมอย่างเป็นทางการในไม่ช้านี้ หากไม่มีปาฏิหาริย์มาช่วยทำให้ตาสว่างได้ ประโยชน์นั้นยังมีจำกัด และต้องใช้เวลาในการพิสูจน์ตามขั้นตอนมาตรฐาน เพื่อให้แน่ใจเรื่องความปลอดภัยและสรรพคุณ ส่วนโทษนั้นมีชัดเจน มากมายหลายหลาก แต่ไม่เคยได้รับการสื่อสารให้รู้เท่าทัน

การปั่นความโลภหวังรวยจากการปลูกขายนั้น ข้อมูลชี้ชัดแล้วว่า รายย่อยคงยากนักที่จะลืมตาอ้าปากอย่างที่บางคนบางกลุ่มโฆษณา รวยกระจุกจนกระจายคงจะเป็นสถานการณ์ที่พอคาดการณ์ได้ เงินกำลังจะหมุนไปเข้ากระเป๋าใครจากการปั่นกระแส ตรงนั้นคงรอความจริงพิสูจน์ให้เห็น ตัวอย่างของกระแสความเชื่องมงายจากการปั่นข่าวสรรพคุณเว่อร์วังของกัญชานั้น อาจก่อให้เกิดปัญหาหนักตามมาสู่ระบบสุขภาพในระยะยาว รวมถึงสถานะงบประมาณด้านการดูแลสุขภาพของประเทศ ทั้งจากการใช้ในทางที่ผิดทั้งโดยตั้งใจ เต็มใจ และไม่ตั้งใจ ทั้งเด็กและผู้ใหญ่

และดีไม่ดี โปรดระวังว่า นี่จะเป็นตัวอย่างที่แท้จริงของเรื่อง Moral hazard ในระบบสุขภาพ รวมถึงระบบหลักประกันสุขภาพทุกกองทุน อย่างที่คาดไม่ถึง และยากที่จะตามหาคนมารับผิดชอบ (วันหลังจะมาเล่าเรื่อง Moral hazard ให้ฟัง แต่ใครอยากรู้ให้ลองค้นหาอ่านกันดูไปก่อนละกัน)

 

ถามว่าเราตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้แล้วจะทำอย่างไร?

ส่วนตัวแล้วผมคงบอกเพียงว่า คน กลุ่มคน และ/หรือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ควรยอมรับความจริง กลับตัวกลับใจ สื่อสารสิ่งที่เป็นมาตรฐานที่พิสูจน์ตามขั้นตอนทางการแพทย์ และเตรียมองคาพายพทุกภาคส่วนให้วางแผนรับมือผลกระทบที่เกิดขึ้นจากกระแสกัญชาในสังคมโลกและสังคมไทย ตั้งอยู่บนความไม่ประมาท อย่าเล่นกับกิเลส อย่าเล่นกับความกลัว เพราะสิ่งที่ทำกันอยู่นั้น เปรียบเหมือนมีดสองคม ที่เรายังไม่มีปลอกไว้สวมเลย

ลดละเลิกโปรปากานด้าเปิดคลินิกกัญชาเป็นดอกเห็ดโดยเหมาเข่งรวมวิชาชีพหลากหลายมามะรุมมะตุ้มใช้ยาเสพติดรักษาโรค โดยรู้ทั้งรู้ว่ามันไม่ใช่มาตรฐาน และความรู้นั้นยังไม่นิ่งไม่ชัด โทษนั้นชัดเจนและมากกว่าคุณประโยชน์ หากคิดจะเข็นต่อ ก็จงท่องคาถาไว้ในใจว่า "ข้ากำลังทำบุญหรือทำบาป?" และ "Beneficence, Non-maleficence, Justice, and Respect for person...เราทำตามหลักจริยธรรมทางการแพทย์ครบทุกข้อไหมน๊า?"

เลิกโพนทะนาเรียกน้ำตาเรียกคะแนนสงสาร และปรักปรำคนอื่นว่าไม่เห็นใจคนป่วยรุนแรงหรือคนยากจน เพราะหลักฐานวิชาการแพทย์นั้นชี้ชัดว่านี่ไม่ใช่หนทางที่ถูกต้องเหมาะสม ยามาตรฐานที่ดีมีอยู่มากมาย และราคาถูกลงเรื่อยๆ ใช้ตามมาตรฐานวิชาชีพ ย่อมมีราคาค่างวดที่ไม่เกินเลย อยากจะผลักดันยาเสพติดมาเป็นยา ก็ต้องพิสูจน์ความปลอดภัย ขนาดยา วิธีใช้ สรรพคุณ ตามมาตรฐานสากล จะได้แน่ใจว่าใช้เป็นยาได้จริง ไม่ได้ทำให้เกิดความเชื่องมงาย ใช้ผิดๆ ใช้มั่วๆ อย่างที่เราเห็นเคสมากมายต้องหามส่งโรงพยาบาลในช่วงที่ผ่านมา

ส่วน "ใคร" ที่ได้ประโยชน์จากการใช้ข่าวลวง หรือทำธุรกิจอาหารเสริมที่โฆษณาเกินจริงหรือผลิตภัณฑ์ผิดกฎหมายอยู่ ไม่ว่าจะวงในวงนอก ก็โปรดระลึกไว้ว่าบาปกรรมนั้นมีจริง จะตามทันไม่ทันก็จะรู้กันด้วยตัวเอง จะช้าหรือเร็วก็เท่านั้น บรรพบุรุษ ลาภยศสรรเสริญ รางวัล หรืออะไรก็แล้วแต่ก็ช่วยลบล้างบาปไม่ได้ ดังนั้นการ"หยุด" และ"ยุติบทบาททั้งหมด" ณ ตอนนี้ ก็น่าจะดีกว่า ก่อนจะสายเกินไป ยุติอย่างเงียบๆ ตอนนี้ดีกว่าทางเลือกอื่นยามที่วิกฤติ

ในขณะที่สิ่งที่อยากฝากประชาชนคือ ขอให้มีสติ เวลาเจ็บป่วยที่รุนแรง โปรดปรึกษาหารือกับแพทย์ที่ดูแลตัวท่าน หากสงสัยหรืออยากได้รับคำแนะนำในการปฏิบัติตัว จะใช้หรือไม่ใช้ยาใด สมุนไพรใด หรือยาผีบอกใด ก็ปรึกษาได้ ไม่ต้องกลัวว่าหมอจะดุ แต่กลับจะทำให้คุณหมอเข้าใจและช่วยให้คำแนะนำได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ สิ่งสำคัญสำหรับทุกคนคือ โปรดดูแลลูกหลานและคนในครอบครัวให้ดี สอนให้รู้เท่าทันความเปลี่ยนแปลงในสังคม

ด้วยรักต่อทุกคนครับ

รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

ขอขอบคุณภาพจาก : hfocus.org

 

อ้างอิง : https://www.hfocus.org/content/2019/11/17996