ภาพรวมทางวิทยาศาสตร์:กัญชาและโรคไต

Last updated: Nov 8, 2019  |  Exclusive

วันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 - 13:46 น.

"Exclusive"
หมายเหตุ : เผยแพร่ครั้งแรกเป็นภาษาไทยเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 โดย Cannhealth
เขียน/แปล: วันดี กุศลธรรมรัตน์/ Wandee K.
เรียบเรียง : ณัฐวุฒิ จงจิตร/ Natthawut J.

 

ผลของกัญชาที่มีต่อความผิดปกติของไตอย่างโรคไตเรื้อรัง (chronic kidney disease หรือ CKD) และภาวะไตวายเฉียบพลัน (Acute kidney injury หรือ AKI) นั้นเป็นเรื่องของการศึกษาทางวิทยาศาสตร์มากมาย แต่ผลเหล่านั้นยังไม่ได้รับการสังเกตอย่างใกล้ชิดที่เกี่ยวกับมนุษย์

จนถึงขณะนี้เราได้เห็นการศึกษาทางวิทยาศาสตร์และการวิจารณ์หลายครั้งที่เสนอความคิดเห็น (ค่อนข้างต่อต้าน) เกี่ยวกับผลของของกัญชาที่มีต่อไต ซึ่งยังคงให้ข้อมูลเชิงลึกที่มีค่าสำหรับทุกคนที่กำลังมองหาการใช้กัญชาให้เป็นประโยชน์จากสารที่ส่งผลทางการบำบัดรักษาที่มีศักยภาพ สิ่งที่แน่นอนก็คือเซลล์ไตมีตัวรับ endocannabinoid ซึ่งทำให้เซลล์เหล่านี้มีความไวต่อการเปลี่ยนแปลงทั้งจากendocannabinoids ภายในร่างกายของเราและ cannabinoids จากกัญชาซึ่งมีโครงสร้างคล้ายกันมาก

เซลล์ในส่วนต่างๆ ของร่างกายที่มีตัวรับ endocannabinoid นั้นถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของระบบทางสรีรวิทยาที่เรียกว่าระบบเอ็นโดแคนนาบินอยด์ (the endocannabinoid system: ECS) หน้าที่หลักของระบบเอ็นโดแคนนาบินอยด์ ( ECS)  คือการบำรุงรักษาสมดุลทางสรีรวิทยาภายในสิ่งมีชีวิตโดยผ่านกลไกที่ซับซ้อนนี้ สารประกอบทางเคมีจากกัญชาถูกนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์เพื่อส่งผลเชิงบวกต่อสภาวะของโรคและความผิดปกติต่างๆ

เพื่อที่จะให้รายละเอียดเรื่องราวเกี่ยวกับการเชื่อมโยงระหว่างกัญชาและโรคไต (kidney disease) เราจะดำเนินการทางวิทยาศาสตร์ห้าครั้ง และดำเนินงานทีละครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าเราได้ชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างในการสังเกตการณ์

 

(1) การใช้สารแคนนาบินอยด์ (cannabinoids) มีบทบาท หน้าที่อันชอบธรรมและเป็นที่ยอมรับได้ในการบำบัดรักษาอาการในโรคไตเรื้อรัง (chronic kidney disease) หรือไม่?

บทวิจารณ์ให้ความคิดเห็นที่ได้รับการเผยแพร่ตีพิมพ์ในวารสาร the Journal of Pain and Symptom เมื่อปี 2011 ได้ยืนยันว่าการบำบัดรักษาความเจ็บปวดด้วยสาร cannabinoids  ถือได้ว่าเป็นทางเลือกที่มีคุณค่าเพื่อใช้แทนยาแก้ปวดกลุ่ม opioids สำหรับผู้ป่วยที่ทุกข์ทรมานจากโรคไตเรื้อรัง (CKD)

ผู้เขียนได้โต้แย้งว่าการรักษาผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังด้วยยาแก้ปวดกลุ่มโอปิออยด์ (opioid) มักทำให้อาการทุกข์ยากที่มาพร้อมกับโรคไตเรื้อรังนั้นแย่ลง อาการเหล่านี้รวมไปถึงอาการคลื่นไส้ เบื่ออาหาร นอนไม่หลับและอาการคัน  (pruritus -มีอาการคันอย่างรุนแรงของผิวหนัง)

ผลไม่พึงประสงค์ (adverse effects) ที่เกิดจากการใช้ยาแก้ปวดกลุ่มโอปิออยด์ (opioids) อย่างมีนัยสำคัญส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพ (HRQL) ของผู้ป่วยที่ลดน้อยลง

ผู้เขียนบทวิจารณ์นี้กำลังประเมินวิทยาศาสตร์พื้นฐานและวรรณกรรมทางคลินิกที่เกี่ยวกับกัญชาเพื่อตรวจสอบว่าสามารถนำกัญชามาใช้ประโยชน์เพื่อการจัดการอาการในผู้ป่วยโรคไตเรื้องรัง (CKD) ได้หรือไม่ (โดยเฉพาะอาการเจ็บปวด) ในขณะเดียวกันก็ยอมรับผลกระทบต่อจิตประสาทจากสาร THC และการใช้ยาผิดวัตถุประสงค์ (potential abuse) โดยรวมบทวิจารณ์ได้สรุปว่ากัญชามีศักยภาพในการบำบัดรักษาโรค จัดการกับอาการของโรคโดยเฉพาะอย่างยิ่งการกระทำผ่านสารประกอบทางเคมีที่จับกับ receptor CB1 (THC) และ CB2 (CBD) แล้วมีการตอบสนองขึ้น (receptor agonists)

Receptor agonist เป็นสารประกอบทางเคมีที่จับกับตัวรับเซลล์เฉพาะ และเปิดการใช้งานรวมถึงสร้างการตอบสนองทางชีวภาพจากเซลล์เฉพาะนั้น ในกรณีนี้ทั้งสาร THC และ CBD เป็น receptor agonist แต่สารcannabinoids เหล่านี้แต่ละชนิดมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับตัวรับชนิดอื่น ผู้เขียนบทวิจารณ์ยังได้เสริมว่าไม่ควรเปิดรับ CB1 receptor agonist (เช่น สาร THC) ในระยะยาว แต่การเปิดรับ CB2 receptor agonist (สาร CBD) นั้นจะลดผลกระทบเชิงลบของสาร THC

 

(2) ไต และสารแคนนาบินอยด์ : ผลที่มีต่อโรคและสุขภาพ (Cannabinoids and the kidney: effects in health and disease)

บทวิจารณ์เพื่อแสดงความคิดเห็นนี้ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารอเมริกันสรีรวิทยา (สรีรวิทยาของไต) - the American Journal of Physiology (Renal Physiology) เมื่อปี 2017 ผู้ร่วมเขียนบทวิจารณ์ต่างเห็นพ้องกันว่าทั้งตัวรับ CB1 และ CB2 ที่มีอยู่ในไตถูกกระตุ้นให้เปิดทำงานโดยสาร cannabinoids ที่พบในพืชกัญชา

อย่างไรก็ตามพวกเขาเสริมว่าการกระตุ้นของตัวรับเหล่านี้โดยสาร cannabinoids นั้นมีผลต่อไตทั้งทางบวกและทางลบ และผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ ได้แก่:

  • ประเภทของการบาดเจ็บที่ไต
  • ช่วงเวลากำหนดของการเปิดใช้งานตัวรับสัญญาณ CB1 และ CB2 (ทั้งในระหว่างการบาดเจ็บเฉียบพลันหรือการบาดเจ็บเรื้อรังของไต)
  • การกระจายตัวรับสัญญาณ CB1 และ CB2

นักวิจัยเหล่านี้ยังระบุด้วยว่ากลไกที่แน่ชัดซึ่งตัวรับ CB1 และ CB2 เกี่ยวข้องในภาวะอาการของโรคไตนั้นยังไม่ได้รับการเข้าใจอย่างถูกต้อง พวกเขาคิดว่าการพัฒนาความเข้าใจของเราเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างสาร cannabinoids กับระบบไตนั้นอาจนำไปสู่การพัฒนายาทางการรักษาใหม่ๆ ที่มีศักยภาพในการรักษาโรคไตและสภาวะของโรค

ผู้เขียนบทวิจารณ์ได้สรุปว่าจำเป็นต้องมีการวิจัยทางคลินิกเพิ่มเติมเพื่อชี้แจงถึงผลที่เกิดขึ้นทางสรีรวิทยาที่ซับซ้อนของกัญชาในระบบไต และจากการศึกษาเชิงทดลองได้แสดงให้เห็นว่าสารแคนนาบินอยด์ (cannabinoids) อาจมีผลที่สำคัญต่อการทำงานของไต

 

(3) บทบาท หน้าที่ของการส่งสัญญาณสาร cannabinoid ในโรคไตเฉียบพลันและเรื้อรัง (The role of cannabinoid signaling in acute and chronic kidney diseases )

บทวิจารณ์ทางวิทยาศาสตร์นี้จัดพิมพ์โดยสมาคมโรคไตระหว่างประเทศ (the International Society of Nephrology) ในปี 2018  ทีมวิจัยยอมรับการมีอยู่ของตัวรับสัญญาณ CB1 และ CB2 ในเนื้อเยื่อของไต และระบุว่าตำแหน่งที่ตั้งของตัวรับเหล่านี้ได้รับอิทธิพลทั้งจาก endocannabinoids ที่ผลิตภายในร่างกาย (เช่น anandamide และ 2-AG) และ cannabinoids จากกัญชาได้ พวกเขากล่าวว่าในอดีตความสัมพันธ์ระหว่าง cannabinoids, ตัวรับ cannabinoid และระบบไต (rental system) ได้รับการพิจารณาอย่างสนใจเล็กน้อยจากชุมชนวิทยาศาสตร์ แต่จากการศึกษาในสัตว์เมื่อไม่นานมานี้เกี่ยวกับ cannabinoids และระบบ endocannabinoid (ECS) แสดงให้เห็นถึงการป้องกันผลกระทบต่อระบบการทำงานของไตซึ่งทำให้เกิดความหวังสำหรับการนำไปใช้ประโยชน์ในอนาคตกับมนุษย์ที่มีประเด็นปัญหาและโรคเกี่ยวกับไต ทีมวิจัยบอกเป็นนัยว่าระบบ endocannabinoid (ECS) อาจมีความเกี่ยวข้องกับโรคไตในผู้ป่วยเบาหวาน(ความผิดปกติของไตจากเบาหวาน), ความผิดปกติของไตที่เกิดจากยา (ยาเป็นพิษต่อไต) และโรคไตเรื้อรัง

 

(4) บทวิจารณ์แสดงความคิดเกี่ยวกับกัญชา และการจัดการกับอาการของโรคไตเรื้อรัง (A review of cannabis in chronic kidney disease symptom management)

บทวิจารณ์ทางวิทยาศาสตร์นี้ได้รับการพิมพ์เผยแพร่ในวารสารสุขภาพและโรคไตของแคนาดา (the Canadian Journal of Kidney Health and Disease) ในปี 2019

บทวิจารณ์เพื่อแสดงความคิดเห็นนี้กำลังตรวจสอบการศึกษาทางคลินิกที่สำคัญหลายอย่างที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ของ cannabinoids ที่ไม่สังเคราะห์ (เกิดขึ้นตามธรรมชาติ) และ CKD (โรคไตเรื้อรัง) และมองหาศักยภาพของสาร cannabinoids ธรรมชาติในการบำบัดรักษาอาการต่างๆ ที่เกี่ยวกับโรค CKD (โรคไตเรื้อรัง) อาการเหล่านี้รวมไปถึงอาการคลื่นไส้, อาเจียน, ปวดระบบประสาทเรื้อรัง, เบื่ออาหาร, อาการคัน (pruritus - มีอาการคันอย่างรุนแรงของผิวหนัง) และการนอนไม่หลับ

ทีมวิจัยกล่าวว่าจากการศึกษาที่ดำเนินการกับกลุ่มผู้ป่วยที่ไม่ได้มีการบกพร่องของไต (ไตของพวกเขาทำงานได้ตามปกติ) นั้น กลุ่มผู้ป่วย 43% ถึง 300%  ที่ได้รับการรักษาด้วยสาร cannabinoids ที่ไม่สังเคราะห์มีแนวโน้มที่จะรายงานว่ามีอาการปวดเรื้อรังลดลง~ 30% เมื่อเทียบกับการรักษาด้วยยาหลอก (placebo) พวกเขายังตั้งข้อสังเกตว่าจากการตรวจสอบเบื้องต้นสำหรับการรักษาอาการคันอย่างรุนแรงที่เกิดจาก uremia (ภาวะที่มียูเรียอยู่ในเลือดสูงกว่าปกติ) นั้น ยาทาเฉพาะภายนอกที่มีสาร cannabinoids มีแนวโน้มน่าจะประสบผลสำเร็จ

นักวิจัยยังกล่าวอีกว่าประโยชน์ใดๆ ของกัญชาอาจถูกชดเชยจากผลกระทบด้านลบที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้กัญชารวมไปถึงความบกพร่องทางสติปัญญาและภาวะความดันโลหิตต่ำเมื่อมีการเปลี่ยนท่า (ความดันโลหิตลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อบุคคลยืนขึ้นอย่างรวดเร็ว) รวมถึงอันตรายจากการระคายเคืองของระบบทางเดินหายใจและความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของมะเร็งจากกัญชารมควัน (smoked cannabis)

บทวิจารณ์แสดงความคิดเห็นนี้สรุปว่า จนกว่าจะมีการศึกษาเพิ่มเติมต่อไป การรักษาผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง (CKD) ด้วยสาร cannabinoids ควรจำกัดอยู่ที่การทำให้อาการปวดประสาทเรื้อรัง (chronic neuropathic pain) ลดน้อยลง

 

(5) ระบบ Endocannabinoid และไต: จากสรีรวิทยาของไตไปจนถึงการบาดเจ็บและโรค (Endocannabinoid system and the kidneys: from renal physiology to injury and disease)

บทวิจารณ์ปี 2019 นี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิจัยกัญชาและกระบวนการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญ (the peer-reviewed Cannabis and Cannabinoids Research Journal)

นักวิจัยชี้ให้เห็นว่าหลักฐานสะสมเมื่อไม่นานมานี้แสดงให้เห็นว่าระบบ endocannabinoid (ECS) มีบทบาท หน้าที่สำคัญในการทำงานที่เหมาะสมและการรักษาสมดุลของร่างกาย (homeostasis) เพื่อภาวะสมดุลของระบบไต พวกเขายังระบุด้วยว่าการเปลี่ยนแปลงเชิงลบในระบบเอ็นโดแคนนาบินอยด์ (ECS) อาจส่งผลให้เกิดความเจ็บป่วยต่างๆ (ความเสียหายของ tubulo-glomerular, พังผืด, ภาวะไตอักเสบและ glomerulopathy) ซึ่งนำไปสู่ AKI (โรคไตเฉียบพลัน) และ CKD (โรคไตเรื้อรัง)

ทีมวิจัยสรุปว่าการค้นพบเหล่านี้บ่งบอกว่าการจัดการระบบเอ็นโดแคนนาบินอยด์ (ECS) ให้เหมาะสมจะเป็นวิธีการรักษาโรคไตและการบาดเจ็บที่มีประสิทธิภาพ แต่จำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อแสดงจุดสำคัญของบทบาท หน้าที่ของระบบเอ็นโดแคนนาบินอยด์ (ECS) ที่แม่นยำ ชัดเจนในสภาวะและความผิดปกติจำนวนมากที่เกี่ยวข้องกับไต

 

สรุปผลความคิดเห็น (Conclusion)

ถึงแม้ว่าเป็นผลที่ไม่สามารถสรุปได้ การวิจัยจนถึงขณะนี้ชี้ให้เห็นว่ามีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกันที่ชัดเจนระหว่างระบบเอ็นโดแคนนาบินอยด์ (endocannabinoid system-ECS) และการทำงานของไต

การตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์เพิ่มเติมของความสัมพันธ์นี้จะนำมาซึ่งความเข้าใจที่ครอบคลุมมากขึ้นเกี่ยวกับวิธีการรักษาด้วยสาร cannabinoids ที่แตกต่างกันเพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในผู้ป่วยที่เป็นโรคไต

แม้ว่าจะไม่ได้รับการยืนยันจากชุมชนวิทยาศาสตร์ แต่ก็มีหลักฐานโดยเรื่องเล่า (anecdotal evidence) ที่ชี้ให้เห็นถึงศักยภาพที่เป็นประโยชน์ของสารสกัด cannabinoids ที่มีประสิทธิภาพสูง เช่นน้ำมัน RSO (Rick Simpson Oil) สำหรับภาวะอาการและโรคต่างๆ ซึ่งความผิดปกติของไตก็ถือเป็นส่วนหนึ่ง

 

อ้างอิง : 

Green Camp /Oct. 30, 2019

By: BY MARCO MEDIC

https://greencamp.com/marijuana-and-kidney-disease/

References

Sara N. Davison, MD, Joseph S. Davison, PhD; Is There a Legitimate Role for the Therapeutic Use of Cannabinoids for Symptom Management in Chronic Kidney Disease?; April 2011; 768–778

Frank Park, Praveen K. Potukuchi, Hamid Moradi, Csaba P. Kovesdy; Cannabinoids and the kidney: effects in health and disease; 2017 Nov

Barutta F, Bruno G, Mastrocola R, Bellini S, Gruden G; The role of cannabinoid signaling in acute and chronic kidney diseases; 2018 Aug; 252-258

Claudia Ho, Dan Martinusen, Clifford Lo; A Review of Cannabis in Chronic Kidney Disease Symptom Management; 2019 Feb

Janice T. Chua, Donovan A. Argueta, Nicholas V. DiPatrizio, Csaba P. Kovesdy, Nosratola D. Vaziri, Kamyar Kalantar-Zadeh, and Hamid Moradi; 2019 Mar; 10–20