ยอดบริโภคแอลกอฮอล์ในสหรัฐฯลดลง ในขณะที่มีการใช้กัญชาเพิ่มมากยิ่งขึ้น

Last updated: Nov 11, 2019  |  Exclusive

วันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 - 15:40 น.

"Exclusive"
หมายเหตุ : เผยแพร่ครั้งแรกเป็นภาษาไทยเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 โดย Cannhealth
เขียน/แปล: วันดี กุศลธรรมรัตน์/ Wandee K.
เรียบเรียง : ณัฐวุฒิ จงจิตร/ Natthawut J.

 

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาอัตราการบริโภคแอลกอฮอล์ของสหรัฐลดลงอย่างรวดเร็ว และปล่อยให้ผู้บริโภคหาทางเลือกใหม่อย่างเห็นได้ชัดว่าธุรกิจกัญชามีความสัมพันธ์โดยตรงกับการลดลงของการบริโภคแอลกอฮอล์ในสหรัฐฯ โดย Cowen & Co. ซึ่งเป็นบริษัทวาณิชธนกิจ (Investment-bank firm) ได้รายงานว่านับตั้งแต่ปี 2016 ที่มีการใช้กัญชาอย่างถูกกฎหมายสำหรับผู้ใหญ่ในรัฐที่ได้รับอนุญาตได้ระบุว่ามีอัตราการดื่มสุราลดลง ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ 9%  และต่ำกว่ารัฐที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้กัญชา 11%

อย่างไรก็ตาม รัฐที่เพิ่มเข้ามาใหม่ เช่นแคลิฟอร์เนียและเนวาดานั้นมีอัตราการบริโภคแอลกอฮอล์ที่สูงขึ้นและอัตราการใช้กัญชาลดลง  ไม่ว่าอย่างไรก็ตามทางบริษัท Cowen คาดว่าจะมีอัตราการเปลี่ยนแปลงในการบริโภคแอลกอฮอล์และกัญชาในรัฐเฉพาะเหล่านั้น ดังนั้นบริษัท Cowen จึงแสดงความเห็นว่ามีเหตุผลที่จะสันนิษฐานได้ว่าในขณะที่รัฐอื่นๆ ยังคงดำเนินการเพื่อทำให้การใช้กัญชาสำหรับผู้ใหญ่ถูกกฎหมาย อัตราการดื่มสุราจะยังคงเดินสะดุด

 

ขอบคุณภาพจาก : healtheuropa.eu

 

การลดลงของการบริโภคแอลกอฮอล์ (Alcohol consumption falling)

นอกจากนี้ทางศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (the Centers for Disease Control and Prevention) ได้ประมาณการว่า 17% ของประชากรสหรัฐฯ มีส่วนร่วมในการดื่มสุรา ซึ่งหมายความว่า 1 ใน 6 ของประชากรรายงานว่าดื่มแอลกอฮอล์สี่ครั้ง หรือมากกว่านั้นต่อเดือน ส่วนในรัฐที่ออกกฎหมายให้ผู้ใหญ่ใช้กัญชาได้ถูกกฎหมายนั้น จำนวนการดื่มสุราต่อเดือนเท่ากับ 9%  ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ

ตัวอย่างเช่น รัฐวอชิงตันซึ่งเป็นรัฐแรกพร้อมๆ กับรัฐโคโรลาโดที่ทำให้กัญชาเพื่อการผ่อนคลาย สันทนาการ (recreational use) ถูกกฎหมายได้รับรู้ถึงอัตราการบริโภคแอลกอฮอล์ลดลงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่ปี 2018 ตามรายงานของ  America’s Health Rankings United Health Foundation ในวอชิงตันระบุว่าประมาณ 15.6% ของจำนวนประชากรระดับผู้ใหญ่ มีโอกาสที่จะทีดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 4 แก้วขึ้นไปในเดือนที่ผ่านมา เมื่อเปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยของประเทศที่ 17.4%. โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้บริโภคกลุ่มคนรุ่นใหม่ วัยทำงาน (millennials) ได้เลือกที่จะบริโภคกัญชามากกว่าดื่มแอลกอฮอล์

จากบทความของ MarketWatch (เว็บเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารและการลงทุน) ผู้หญิงซึ่งเป็นคนกลุ่ม millennials บอกไว้ว่า เธอชอบที่จะบริโภคกัญชามากกว่าแอลกอฮอล์เพราะช่วยประหยัดเงินได้มากขึ้นและไม่ก่อให้เกิดผลกระทบที่ทำให้มึนเมาจากแอลกอฮอล์

จากผลสำรวจของ Yahoo News ในปี 2017  สรุปได้ว่าผู้ใช้กัญชา 55 ล้านคนในสหรัฐอเมริกาส่วนมากเป็นคนรุ่นใหม่ วัยทำงาน (millennials) และเมื่อการบริโภคแอลกอฮอล์มีปริมาณลดลง อุตสาหกรรมกัญชาคาดว่าจะได้รับประโยชน์โดยตรงเมื่อผู้ใช้หันไปหาทางเลือกที่ใช้กัญชากันมากขึ้น ตามข้อมูลที่รวบรวมโดย Grand View Research  ระบุว่าตลาดกัญชาทั่วโลกที่ถูกกฎหมายคาดว่าจะมีมูลค่าถึง 66.3 พันล้านดอลลาร์ภายในสิ้นปี 2025 ในขณะที่ขยายตัวที่อัตราการเติบโตต่อปี (CAGR) ที่  23.9% ในช่วงระยะเวลาคาดการณ์

ในขณะที่สหรัฐฯ กำลังประสบกับอัตราการลดลงของการบริโภคแอลกอฮอล์ แคนาดาก็ดูเหมือนว่าจะไม่เปลี่ยนแปลง โดยรัฐในแคนาดาที่มีอัตราการบริโภคกัญชาถูกกฎหมายสูงสุด ดูเหมือนว่าจะไม่ดื่มแอลกอฮอล์น้อยลงภายใต้กฎหมาย

Michael Armstrong ศาสตราจารย์ทางธุรกิจของ Brock University ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยในแคนาดากล่าวว่า เหตุผลที่การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยังค่อนข้างสูงในประเทศ คือผู้บริโภคยังคุ้นเคยกับลักษณะนิสัยของการดื่ม และการมีเครื่องดื่มผสมแบบมีสาร THC จะช่วยผลักดันตลาดไปข้างหน้า แต่กระนั้นก็ตามผู้บริโภคจำนวนมากยังคงมีแนวโน้มที่จะชอบบริโภคดอกกัญชาแบบดั้งเดิมหรือไอระเหยจากสารสกัดที่เข้มข้นแทนที่จะดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของกัญชา

จากสถิติของแคนาดาพบว่า 5.3 ล้านคนหรือ 18% ของชาวแคนาดาที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป รายงานว่าใช้กัญชาในไตรมาสแรกของปี 2019  เปรียบเทียบกับ 14% ที่รายงานว่าใช้กัญชาเพียงหนึ่งปีก่อนหน้านี้ในขณะที่เครื่องดื่มที่ผสมกัญชาถูกคาดการณ์ว่าจะเป็นตัวผลักดันตลาดขนาดใหญ่ในอนาคตอันใกล้  สัดส่วนใหญ่ในตลาดยังคงเป็นดอกกัญชา
 

 

อ้างอิง :

Health Europa /Oct. 27, 2019 

https://www.healtheuropa.eu/alcohol-consumption-falling-cannabis-use-increases/94421/