เรื่องที่ควรรู้ของกัญชากับลำไส้

Last updated: Dec 3, 2019  |  Exclusive

วันที่ 3 ธันวาคม 2562 - 15:59 น.

"Exclusive"
หมายเหตุ : เผยแพร่ครั้งแรกเป็นภาษาไทยเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2562 โดย Cannhealth
เขียน/แปล: วันดี กุศลธรรมรัตน์/ Wandee K.
เรียบเรียง : ณัฐวุฒิ จงจิตร/ Natthawut J.

 

ดูเหมือนว่าข่าวสุขภาพในทุกวันนี้จะกลับมาที่เรื่องเกี่ยวกับลำไส้ (gut) อีกครั้ง สิ่งที่เรากินเข้าไปและการที่ร่างกายผลิตเอนไซม์เพื่อย่อยสลายอาหารนั้นมีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพของแต่ละบุคคล

 

จากโพรไบโอติกส์ (Probiotics) ซึ่งเป็นเชื้อจุลินทรีย์มีชีวิตกลุ่มที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายไปจนถึงอาหารสำหรับประเด็นปัญหาสุขภาพโดยเฉพาะดูจะได้รับความสนใจในเรื่องเกี่ยวกับกระเพาะอาหาร (และสิ่งที่บรรจุอยู่ข้างใน) มากกว่าที่เคยเป็นมา และสาร CBD ในกัญชาก็เริ่มได้รับความสนใจสำหรับประโยชน์ที่มีต่อสุขภาพของลำไส้

 

การเชื่อมโยงของลำไส้กับสาร CBD   (The CBD-gut link)

Dr. Aimée Gould Shunney แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านธรรมชาติบำบัด (naturopathic) เชื่อในประสิทธิภาพของแบคทีเรียในลำไส้ที่ดี และมีความคิดเห็นว่าประโยชน์ของ  CBD  ยังไม่ได้รับการเข้าใจอย่างสมบูรณ์ ในระหว่างการให้สัมภาษณ์เมื่อเร็วๆ นี้เธอให้ข้อมูลว่า“ CBD เป็นสารปรับปรุงภูมิคุ้มกัน (immune modulator) และยาต้านการอักเสบที่มีศักยภาพ นอกจากนี้ยังช่วยสร้างความสมดุลให้กับระบบเอ็นโดแคนนาบินอยด์- ECS (endo-cannabinoid system)  ดังนั้น CBD จึงมีศักยภาพอย่างมากที่จะส่งผลกระทบเชิงบวกต่อโรคที่หลากหลายเกี่ยวกับการย่อยอาหาร "

 

ขอบคุณภาพจาก : thegrowthop.com

 

การก้าวไปอีกขั้นหนึ่ง Dr. Shunney สาธิตให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างความเครียด ความวิตกกังวลและระบบย่อยอาหารของร่างกายการซึ่งอ้างอิงว่า “ความเครียดทำให้ลำไส้ของเราแย่ลงและการจัดการกับความเครียดเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันไม่ให้อาการเข้ามาใกล้กว่านี้ ซึ่ง CBD แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพเพื่อส่งเสริมความสามารถในการฟื้นฟูความเครียด และลดความวิตกกังวล เพิ่มบทบาทที่มีประสิทธิภาพในการทำงานของลำไส้”

การศึกษาสำรองคำกล่าวอ้างของ Dr. Shunned รวมถึงการวิจัยในปี 2017 โดยหอสมุดแพทย์แห่งชาติสหรัฐอเมริกา (the U.S. National Library of Medicine-NLM) ที่ตรวจสอบถึงความเจ็บป่วยที่มักจะเข้าใจผิดว่าเป็นโรคระบบทางเดินอาหารอักเสบและศักยภาพของสาร cannabinoids การศึกษาพบว่าสาร cannabinoids มีแววจะประสบผลสำเร็จในการต่อสู้กับพวกเป็นกลุ่มโรคที่มีการอักเสบของระบบทางเดินอาหาร (เช่นโรคลำไส้แปรปรวน (IBS) และโรคโครน Crohn's,) และจำเป็นต้องมีการวิจัยเพิ่มเติม

 

ยารักษาก็ทำร้ายลำไส้ได้ (Medicine can hurt the gut as well)

การศึกษาเมื่อไม่นานมานี้จากประเทศเนเธอร์แลนด์รายงานว่ายาที่มีเครื่องหมายว่าปลอดภัยนั้นอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อไมโครไบโอม (Microbiome) ซึ่งก็คือ จีโนมของจุลินทรีย์ทั้งหมดที่อาศัยในร่างกายของสิ่งมีชีวิตอีกชนิดหนึ่งที่อาศัยอยู่ในลำไส้  กำจัดแบคทีเรียที่ดีและแฝงตัวมาในการเกิดการติดเชื้อและโรคอ้วน

Arnaut Vich Vila หัวหน้านักวิจัยได้ให้ข้อมูลว่า “เรารู้อยู่แล้วว่าประสิทธิภาพและความเป็นพิษของยาบางชนิดนั้นได้รับอิทธิพลจากองค์ประกอบของแบคทีเรียในทางเดินอาหารและจุลินทรีย์ไม่ครไบโอม (Microbiome) ที่อยู่ในลำไส้นั้นเกี่ยวข้องกับสภาวะทางสุขภาพหลายอย่าง” Vich Vila กล่าวต่อ “งานของเราเน้นความสำคัญของการพิจารณาบทบาทของจุลินทรีย์ไม่โครไบโอม (Microbiome) ในลำไส้เมื่อออกแบบการรักษาและชี้ไปที่สมมติฐานใหม่ที่สามารถอธิบายผลข้างเคียงบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับการใช้ยา”


 

ในความเป็นจริงการศึกษาที่ตีพิมพ์ในเดือนตุลาคมและนำเสนอในงาน UEG Week ( United European Gastroenterology) ในประเทศสเปน พบว่ามากกว่าครึ่งหนึ่งของยารักษาที่ใช้กันทั่วไปส่งผลกระทบต่อลำไส้และมีความเสี่ยง รายการยาที่มีความเสี่ยงมากที่สุด มีดังนี้

  • เมทฟอร์มิน (Metformin)  คือยาที่ใช้ในการรักษาโรคเบาหวาน
  • ยาปฏิชีวนะ หรือแอนตี้ไบ่โอติก (Antibiotic) มักใช้สำหรับการติดเชื้อแบคทีเรีย
  • ยาระบาย (Laxatives) เพื่อรักษาอาการท้องผูก
  • ยากลุ่ม proton pump inhibitors หรือ PPIs เป็นยายับยั้งการหลั่งกรดในกระเพาะอาหารใช้สำหรับอาการปวดท้องหรือไม่สบายท้องหรืออาหารไม่ย่อย


เนื่องด้วยสุขภาพของลำไส้มักจะเป็นตัวกำหนดความเป็นอยู่ที่ดีของร่างกายมนุษย์ทั้งหมด จึงมีการเจรจาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่น่าสนใจหากกัญชาหรือน้ำมัน CBD สามารถช่วยร่างกายจากผลกระทบจากยาอื่นๆ ในขณะที่การวิจัยเพิ่มเติมจำเป็นต้องมี เพื่อทำความเข้าใจบทบาทของ cannabinoids ในร่างกายและผลที่มีต่อยาบางชนิด แต่ก็เป็นสิ่งที่ต้องพูดคุยกับผู้เกี่ยวข้องที่ดูแลของคุณอย่างแน่นอน

 

อ้างอิง

The Fresh Toast/ Nov. 27, 2019

By: Kate-Madonna Hinde

https://www.thegrowthop.com/cannabis-health/cannabis-and-the-gut-what-you-should-know