ยอดจับ ‘กัญชา’ พุ่ง คนเข้าใจผิดซื้อใช้รักษาโรคเอง

Last updated: Dec 19, 2019  |  การเมือง

วันที่ 19 ธันวาคม 2562 - 10:12 น.

 

ป.ป.ส.เผยสถานการณ์หลังผ่อนปรนใช้กัญชาทางการแพทย์ พบประชาชนเข้าใจผิดประเด็นเปิดเสรี สั่งซื้อน้ำมันกัญชาจากตลาดมืดมาใช้เอง ทำยอดจับกุมผู้เสพยาเสพติดเพิ่ม 1.3 แสนราย 100% เป็นผู้เสพกัญชา ขณะที่ตัวเลขผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาตัวจากการใช้กัญชาเกินขนาดพุ่งเป็น 100 เท่าตัว ย้ำเร่งสร้างความเข้าใจ

นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ป.ป.ส. )เดินทางตรวจเยี่ยมการผลิตกัญชาทางการแพทย์ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสานวิทยาเขตสกลนคร จังหวัดสกลนครซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาที่ได้รับอนุญาตให้ปลูก มีระบบดูแลเข้มงวดตามมาตรฐานของคณะกรรมการควบคุมยาเสพติด โดยสร้างรั้วรอบขอบชิดรอบพื้นที่ปลูก 500 ตารางเมตร ควบคุมบุคคลเข้าออกและผลผลิต รวมทั้งตั้งกล้องวงจรปิดดูแลความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง

ผลผลิตที่ได้ส่งให้โรงพยาบาล(รพ.)พระอาจารย์ฝั้น อาจาโรซึ่งได้ผลผลิตลอตแรกส่งให้โรงพยาบาลแล้ว 400 กิโลกรัม เป็นส่วนใบและดอก เพื่อใช้เข้าตำรับยาสำหรับยา 4 ตำรับแรก ที่โรงพยาบาลผลิต ส่วนราก ลำต้นและแกนที่เหลืออีกประมาณ 800กิโลกรัมได้ทำบันทึกไว้ รอกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข(สธ.)เตรียมนำไปใช้ประโยชน์ในตำรับยาอื่นๆต่อไป

 

ขอบคุณภาพจาก: thebangkokinsight.com

 

เลขาธิการ ป.ป.ส.ยังกล่าวถึงสถานการณ์กัญชาหลังมีการผ่อนปรนให้ใช้กัญชาทางการแพทย์ มาตั้งเต่กลางปีจนถึงขณะนี้ว่าภาพรวมมีความก้าวหน้าชัดเจนในส่วนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีความตื่นตัว ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำมันกัญชาทางการแพทย์รวมทั้งพัฒนาสายพันธุ์เพื่อตอบโจทย์ ความต้องการใช้ของผู้ป่วยซึ่งหน่วยงานที่ได้รับอนุญาตให้ปลูกและผลิตยาที่มีส่วนผสมของกัญชา จากการติดตามตรวจสอบพบว่ามีการควบคุมและดำเนินการตามมาตรฐานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่มีปัญหา ในทางกลับกันพบว่า

ในส่วนประชาชนเมื่อมีการผ่อนปรนให้ใช้ทางการแพทย์ มีการสั่งซื้อกัญชาหรือน้ำมันกัญชาจากตลาดมืดมาใช้เพิ่มขึ้น ด้วยความเข้าใจผิดว่าสามารถใช้ได้เสรี ทั้งที่กัญชายังเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5

“หลังการผ่อนปรนให้ใช้กัญชาทางการแพทย์มาประมาณครึ่งปีเศษ มีการจับกุมคดีเกี่ยวกับกัญชาเพิ่มมากขึ้นกว่าช่วงยังไม่มีการผ่อนปรน โดยเฉพาะกลุ่มผู้เสพและครอบครองกัญชา ส่งผลให้ตัวเลขประมาณการจำนวนผู้เสพยาเสพติด ปี 2562 เพิ่มขึ้นถึง 1.3 แสนราย และเกือบ 100% ของจำนวนผู้เสพที่เพิ่มขึ้นนี้ เป็นกลุ่มเสพกัญชา”

จากการประสานงานกับกลุ่มพิษวิทยา ยังพบตัวเลขผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาตัวจากการใช้กัญชาเกินขนาดเพิ่มมากขึ้นเป็น 100 เท่าตัว ขณะที่สถิติการจับกุมกัญชาจากตัวเลขระยะ 5 ปีที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้ไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก มีการจับกุมได้ของกลางเฉลี่ยปีละ 20-30 ตัน แต่ระยะหลัง จากการข่าวพบว่าเริ่มมีการส่งกัญชาเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อผลิตสารสกัดกัญชาในประเทศไทย ก่อนส่งออกไปยังประเทศที่สามเนื่องจากในตลาดมืดให้การยอมรับเรื่องฤทธิ์ของกัญชาไทย

เลขาฯป.ป.ส. ย้ำว่า อยากให้ประชาชนเข้าใจว่ากัญชายังคงเป็นยาเสพติดที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท การใช้ด้วยวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ต้องปรึกษาแพทย์เท่านั้น ไม่สามารถใช้ได้ด้วยตนเอง เพราะยังเป็นสิ่งผิดกฎหมาย สิ่งสำคัญสูงสุดคือ ทั้งหน่วยงานป.ป.ส.รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องช่วยกันสร้างความรับรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องให้ภาคประชาชน เพื่อลดปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อให้การผ่อนปรนการใช้กัญชาทางการแพทย์เกิดประโยชน์และประสิทธิภาพสูงสุดต่อประชาชน

 

อ้างอิง: https://www.thebangkokinsight.com/257434/