จับตากัญชาเพื่อนบ้านส่งไทยผลิตยา

Last updated: Dec 19, 2019  |  แพทย์

วันที่ 19 ธันวาคม 2562 - 11:15 น.


18 ธันวาคม 2562 ป.ป.ส.แนะผู้ป่วยอย่าซื้อยากัญชาตลาดมืด ต้องพบแพทย์ให้วินิจฉัยจ่ายยาให้ตรงกับอาการป่วย พบ หลังผ่อนปรนให้ใช้กัญชาทางการแพทย์จำนวนผู้เสพ -ผู้ป่วยจากการเสพกัญชาเพิ่มมากขึ้น ขณะที่ข้อมูลการข่าวพบกัญชาเพื่อนบ้านส่งเข้าไทยสกัดยาก่อนกระจายประเทศที่สาม 

นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ตรวจเยี่ยมการปลูกกัญชาทางการแพทย์ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน (วทร.) วิทยาเขตสกลนคร ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาที่ได้รับอนุญาตให้ปลูกกัญชา 500 ต้น

โดยพบว่าแปลงกัญชา มีระบบการดูแลอย่างเข้มงวดตามมาตรฐานของคณะกรรมการควบคุมยาเสพติด โดยมีการสร้างรั้วรอบและประตูไฟฟ้ารอบพื้นที่ รวมทั้งติดตั้งกล้องวงจรปิดดูแลความปลอดภัยตลอด24 ชั่วโมง ส่วนบริเวณโรงเรือนปลูกกัญชา 500 ตารางเมตร ยังมีระบบควบคุมบุคคลเข้าออกและควบคุมผลผลิตอีก 1 ชั้น


ขอบคุณภาพจาก: komchadluek.net


เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวถึงสถานการณ์กัญชาหลังจากมีการผ่อนปรนให้ใช้กัญชาทางการแพทย์ ว่า มาตั้งเต่ช่วงกลางปี 2562 จนถึงปัจจุบัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีความตื่นตัวในการพัฒนาผลิตภัณฑ์รวมทั้งพัฒนาสายพันธุ์กัญชา เพื่อตอบโจทย์ความต้องการใช้ของผู้ป่วย

จากระบบการติดตามและตรวจสอบพบว่ามีการควบคุมและดำเนินการตามมาตรฐานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่มีปัญหา แต่ในทางกลับกันพบว่าในส่วนของประชาชนเมื่อมีการผ่อนปรนให้ใช้กัญชาทางการแพทย์ ก็ได้มีการสั่งซื้อกัญชาหรือน้ำมันกัญชาจากตลาดมืดมาใช้เพิ่มขึ้น ด้วยความเข้าใจผิดว่าสามารถใช้ได้อย่างเสรี ทั้งๆที่กัญชายังคงเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 เหมือนเดิม ส่งผลให้หลังการผ่อนปรนให้ใช้กัญชาทางการแพทย์มาประมาณครึ่งปีเศษ มีการจับกุมคดีเกี่ยวกับกัญชาเพิ่มมากขึ้นกว่าช่วงยังไม่มีการผ่อนปรน โดยเฉพาะกลุ่มผู้เสพและครอบครองกัญชา 

นายนิยม กล่าวอีกว่า ตัวเลขประมาณการจำนวนผู้เสพยาเสพติด ปี2562 เพิ่มขึ้น 130,000 ราย โดยจำนวนที่เพิ่มขึ้นเกือบ 100 % ของจำนวนผู้เสพ เป็นกลุ่มเสพกัญชา นอกจากนี้จากการประสานงานกับกลุ่มพิษวิทยา พบตัวเลขผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาตัวจากการใช้กัญชาเกินขนาดเพิ่มมากขึ้นกว่า 100 ราย ขณะที่สถิติการจับกุมกัญชาจากตัวเลขระยะ 5 ปีที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้ไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก มีการจับกุมได้ของกลางเฉลี่ยปีละ 20 - 30 ตัน และพบข้อมูลการข่าวว่า เริ่มมีการส่งกัญชาเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้านเพื่อผลิตสารสกัดกัญชาในประเทศไทย ก่อนจะส่งออกไปยังประเทศที่สาม


ขอบคุณภาพจาก: komchadluek.net


“กัญชายังคงเป็นยาเสพติดที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท การใช้ด้วยวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ก็ต้องปรึกษาแพทย์ไม่สามารถใช้ได้ด้วยตนเองเพราะยังเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ผู้ป่วยอาจมีอันตรายจากอาการข้างเคียง และขอให้ระวังกัญชาในตลาดมืดที่ปนเปื้อนเชื้อราและสารเคมี เพราะขนาดกัญชาของกลางบางล็อตก็พบว่าขึ้นรา จนนำมาสกัดเป็นยาไม่ได้”นายนิยมกล่าว

สำหรับแปลงกัญชาของ วทร.สกลนคร ปลูกกัญชาสายพันธุ์พื้นเมืองสกลนคร-นครพนม คือสายพันธ์ุหางเสือและหางกระรอก ผลผลิตกัญชาสดจะส่งให้กับโรงพยาบาลพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร โดยผลผลิตกัญชาล็อตแรก จำนวน 400 กิโลกรัม ถูกนำไปผลิตเป็นยาเข้ากัญชา 7 ตำรับยา ส่งให้กรมการแพทย์แผนไทยกระจายให้ผู้ป่วยที่ลงทะเบียนทั่วประเทศ ส่วนรากลำต้นและแกนที่เหลืออีกประมาณ 800 กิโลกรัมได้ทำบันทึกไว้ รอกรมการแพทย์เตรียมนำไปใช้ประโยชน์ในการวิจัยกับตำรับยาอื่นๆต่อไป


อ้างอิง: https://www.komchadluek.net/news/breaking-news/405315