‘AI’ กับการปลูกกัญชา!

Last updated: Dec 24, 2019  |  แพทย์

วันที่ 24 ธันวาคม 2562 - 11:03 น.


ในปี 2562 ที่กำลังจะผ่านพ้นไปนี้ประเทศไทยของเราตื่นตัวกับการวิจัยกัญชามาใช้ในทางการแพทย์อย่างมาก แม้แต่เจเอสพีเองก็ได้เข้าไปทำ MOU กับคณะแพทย์ของสถาบันอุดมศึกษาหลายแห่งเพื่อร่วมมือกับค้นคว้าและวิจัยกัญชาตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ นั่นคือร่วมกันคัดเลือกสายพันธ์ การลงมือปลูก การดูแลเพื่อให้เติบโต ไปจนถึงขั้นตอนการสกัด และวิจัยเพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ รวมถึงการผลิตเป็นยาแผนปัจจุบัน


อย่างไรก็ตาม ล่าสุดก็มีเรื่องน่าตื่นเต้นเกิดขึ้นอีกเกี่ยวกับการวิจัยกัญชา โดยเฉพาะในขั้นตอนการปลูก นั่นคือการทำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เข้ามาช่วยในการควบคุมการปลูกกัญชา เรื่องนี้แม้จะไม่ใช่เรื่องใหม่ในต่างประเทศแต่สำหรับประเทศไทยก็ยังถือว่าเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นและน่ายินดีครับ

เมื่อกลางเดือนธันวาคมที่ผ่านมา “เจเอสพี” ได้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามระหว่างบริษัทบิ๊กเทคอินโนเวชั่น และคณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อศึกษาวิจัยพัฒนาการเพาะปลูกกัญชาใช้วัตถุดิบในการศึกษาวิจัยพัฒนาสู่การขึ้นทะเบียนเป็นยาพัฒนาสมุนไพรใช้ในการบำบัดรักษาทางแพทย์ ซึ่งการร่วมมือครั้งนี้บริษัทบิ๊กเทคฯซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านไฟ LED นี่แหละครับที่จะเข้ามาสร้างความแตกต่างในวงการของการปลูกและวิจัยกัญชา ด้วยการนำ LED มาใช้ในการช่วยกระบวนการเติบโตของกัญชาโดยการควบคุมด้วย AI ทำให้เกิดความแม่นยำในกระบวนการให้แสง ซึ่งเรื่องนี้ในต่างประเทศมีการใช้ แสง LED ในการปลูกพืช อย่างแพร่หลาย เช่น บริษัท Aerofarm ประเทศสหรัฐอเมริกา บริษัท Infarm ประเทศเยอรมนี บริษัท Mirai ประเทศญี่ปุ่น และยังมีบริษัทอื่นๆทั่วทุกมุมโลก ใช้แสงLED และระบบ Indoor farming ในการปลูกพืช ผัก เพื่อจำหน่าย

การลงทุนของบริษัทเหล่านั้นล้วนแล้วเกิดจากแนวคิดที่จะผลิตผักปลอดสารพิษ คุณภาพสูง รวมถึงตอบสนองต่อความต้องการกลุ่มเป้าหมายแต่ละกลุ่ม เช่นผู้ที่มีโรคประจำตัว เด็กผู้สูงอายุที่ต้องการผักแต่ละชนิดและสารอาหารในผักที่แตกต่างกันออกไปโดยเทคโนโลยีนี้สามารถควบคุมสารอาหารในผักบางชนิดที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่มได้ซึ่งแตกต่างจากการปลูกพืชแบบดั้งเดิมและลดขั้นตอนการขนส่งเพื่อให้ผู้บริโภคได้ประโยชน์สูงสุด

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันการนำแสง LED มาใช้ในการปลูกพืชยังถือว่ามีต้นทุนที่ค่อนข้างสูง แต่หากมีการใช้อย่างแพร่หลายก็อาจจะคุ้มค่ากับประสิทธิภาพที่ดีกว่าการปลูกแบบดั้งเดิมสามารถรับรองเรื่องการปลอดยาฆ่าแมลงและสารพิษได้ ซึ่งคุ้มค่ากับความมีสุขภาพที่ดีที่ได้มาอย่างสมเหตุสมผล ซึ่งคาดว่าอนาคตข้างหน้าเมื่ออุปกรณ์ต่างๆราคาถูกลง อีกทั้งปัจจุบันทั่วโลกหันมาสนใจการปลูกพืชระบบนี้กันอย่างมาก ทำให้อนาคตอันใกล้อุปกรณ์ต่างๆจะมีราคาถูกลงอย่างแน่นอน ทั้งนี้ ณ ปัจจุบัน ผู้ประกอบการหลายท่านเริ่มนำระบบปลูกนี้มาผลิต พืชที่มีราคาสูง หรือ พืชที่ปลูกด้วยระบบอื่นทำได้ยากหรือทำไม่ได้ และสามารถปลูกที่ใดก้อได้แม้ในอวกาศ ซึ่งแสงจาก LED เป็นส่วนที่สำคัญในการปลูกพืชแบบ Plant Factory with Artificial Lighting (PFAL) ซึ่งเป็นระบบปิด ระบบนี้ทำให้ผู้ประกอบการสามารถ ผลิตพืชตามความต้องการ ยกตัวอย่างเช่น สามารถ เพิ่มหรือลดสารสำคัญในพืชได้ รวมไปถึงสารสำคัญในต้นกัญชา (CBD THC) ซึ่งการปลูกพืชในระบบอื่นและใช้แสงแดดธรรมชาติปกติ ทำได้ยากมาก หรือไม่สามารถทำกระบวนการนี้ได้เลย

สำหรับการร่วมมือลงนามกันในครั้งนี้ “เจเอสพี” ก็จะเข้าไปมีบทบาทในขั้นตอนของการผลิตยา เนื่องจากเรามีประสบการณ์ด้านการผลิตยาที่ได้มาตรฐาน PIC/s โดยภาพรวมห่วงโซ่อุปทานในการทำธุรกิจกัญชาภายใต้การวิจัยพัฒนาของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในครั้งนี้ด้านภาคเอกชนคือบริษัท บิ๊กเทคอินโนเวชั่น ทำการปลูกในระบบไฟ LED และบริษัท เจเอสพี จะนำผลิตภัณฑ์ที่ได้ไปเข้าตำรับยาทั้งยาแผนโบราณ และยาแผนปัจจุบัน รวมถึงจะจัดให้ได้สารบริสุทธิ์ หลังจากนั้นทางบริษัท ทรีซาย อินโนเวชั่น ซึ่งเป็นบริษัทปรุงยาสำหรับผู้ป่วยเฉพาะรายก็จะนำผลิตภัณฑ์เหล่านี้ไปเข้าตำรับยาสำหรับการใช้เฉพาะรายในอนาคต ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้คาดว่าภายในปี 2563 จะสามารถเริ่มปลูกต้นกัญชารุ่นแรกได้ จะสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิต เพื่อนำไปสู่ขบวนการสกัดสารสำคัญ เพื่อผลิตยา ในรูปลักษณะต่างๆ และจึงส่งมอบให้ทาง คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในการนำไปดำเนินการศึกษาและวิจัยทางการแพทย์ต่อไป


อ้างอิง: https://www.thebangkokinsight.com/260185/