รมว.ยุติธรรม เดินหน้าปลดล็อกพืชกระท่อมย้ำคุณสมบัติเป็นยา

Last updated: Dec 26, 2019  |  แพทย์

วันที่ 26 ธันวาคม 2562 - 10:41 น.


วันที่ 25 ธ.ค. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณาญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาเรื่องใบกระท่อมอย่างเป็นระบบ เสนอโดยนายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์
 
นายเทพไท กล่าวว่า พืชใบกระท่อมเป็นพืชสมุนไพร เป็นวิถีชีวิตของคนภาคใต้ ซึ่งบริโภคใบกระท่อมมาตั้งแต่ยุคสมัยโบราณ จุดเริ่มต้นเกิดจากพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง ขยายไปยังพื้นที่อื่นๆ ทั่วภาคใต้ ตามการย้ายถิ่นฐานของคนในพื้นที่ลุ่มนำ้ปากพนัง มีประโยชน์ทางสรรพคุณการรักษาโรคได้หลายชนิด เช่นโรคความดัน โรคเบาหวานโรคกระเพาะ แก้ปวดเมื่อย แก้ไอ ได้ชื่อว่าเป็นยาขยัน และยาชูกำลังของเกษตรกร ผู้ใช้แรงงาน ซึ่งในอนาคตสามารถส่งเสริมปลูกกระท่อมและแปรรูปเป็นสินค้าส่งออกออก นำไปจัดจำหน่ายในต่างประเทศ เพื่อหารายได้เข้าสู่ประเทศไทยได้
 
สำหรับแนวทางแก้ไขปัญหาพืชกระท่อม ให้เป็นพืชกระท่อม เป็นพืชสมุนไพรที่ถูกต้องตามกฏหมายมีอยู่ 3 แนวทางคือ
1.แก้ไขพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษปี 2522
2. ปลดพืชใบกระท่อมออกจากประกาศบัญชียาเสพติดประเภท 5 ตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุข
3.ยกเลิกกฎหมายเกี่ยวกับพืชใบกระท่อม ออกจากประมวลกฎหมายยาเสพติด จำนวน 7 ฉบับ ของกระทรวงยุติธรรม
 
จึงขอเสนอให้ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาพืชใบกระท่อมอย่างเป็นระบบต่อไปหลังผู้เสนอญัตติอภิปรายแล้ว นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ตนได้เสนอเรื่องการปลดพืชกระท่อมออกจากกฎหมายยาเสพติดต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีแล้ว ส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งมี พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ 2522 และประกาศที่เกี่ยวข้อง นายอนุทิน ชาญวีรกูล รมว.สาธารณสุข มีแนวโน้มที่เห็นด้วยอยู่แล้ว แต่ท่านเดินทางไปต่างประเทศ เมื่อกลับมา 27 ธ.ค.จะพูดคุยกันและทำบันทึกข้อตกลง หรือ MOU เพื่อให้ประชาชนสบายใจ

นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่า ส.ส.หลายยุคมีการศึกษาพืชกระท่อมมาเป็นลำดับ และระบุว่าไม่ใช่ยาเสพติด ซึ่งตนตรวจสอบแล้วบัญชีประกาศของสหประชาชาติก็ไม่ได้กำหนดให้พืชกระท่อมเป็นยาเสพติด เกณฑ์ของ องค์การอนามัยโลก WHO กำหนดว่า ยาเสพติด ต้องมีผลกระทบต่อร่างกายถ้าเสพไปแล้วมีผลเช่น ลงแดง กระวนกระวาย ไม่มีประโยชน์ทางการแพทย์

แต่กระท่อมมีสาร ไมตราจินีน มีคุณสมบัติระงับการปวด มากกว่ามอร์ฟีน 13-17 เท่า ซึ่งมอร์ฟีน ประเทศมหาอำนาจ เช่น สหรัฐอเมริกา, อังกฤษ, ฝรั่งเศส, ออสเตรเลีย ผลิตขาย ถ้าเราจดทะเบียน ไมตราจินีน ก็สามารถจะมาทดแทนได้

นอกจากนี้ ผลกระทบต่อสภาพร่างกายหรือสังคมก็ไม่เหมือนยาเสพติดอื่น เช่น ยาบ้า ที่เสพแล้วมีผลเสียต่อร่างกายและมีผลกระทบลักชิงวิ่งราว แต่เสพกระท่อมแล้วไม่เป็น ความเสียหายจากคดีต่างๆ 10 เดือนที่ผ่านมา คดีที่เกี่ยวกับใบกระท่อม 4 หมื่นกว่าคดี ทำให้เสียเวลาเจ้าหน้าที่ รกศาล เพราะไม่ใช่ยาเสพติด

“กระทรวงยุติธรรม ตั้งใจและพยายามเต็มที่จะเร่งรัดดำเนินการให้เร็วที่สุดและเกิดประโยชน์สูงสุด”


อ้างอิง: https://workpointnews.com/2019/12/25/kratom/