สรุปสาระงานวิจัยกัญชาในต้นปี 2020

Last updated: Jan 14, 2020  |  130 จำนวนผู้เข้าชม  |  แพทย์

วันที่ 14 มกราคม 2563 - 11:19 น.


ตอนนี้มีงานวิจัยที่ได้รับการเผยแพร่ทางออนไลน์ล่วงหน้าก่อนตีพิมพ์ในวารสารในฐานข้อมูลวิชาการระดับสากลอย่าง SCOPUS จำนวนถึง 172 เรื่อง



ส่วนใหญ่มักเป็นงานวิจัยในระดับห้องแล็บ และในสัตว์ แต่สำหรับที่เกี่ยวข้องในคน ขอเลือกงานที่น่าสนใจมาสรุปสาระสำคัญได้ดังนี้

1. งานวิจัยในเด็ก ม.6 (Grade 12) จำนวนกว่า 35,000 คนในอเมริกา พบว่า เด็กที่ไม่เสพกัญชาจะมีคะแนนหรือผลการเรียนดีกว่าอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนเด็กที่เสพกัญชา ยิ่งเริ่มเสพตอนอายุน้อย พบว่ามีผลการเรียนแย่ ขาดแรงบันดาลใจในการเรียน ขาดการวางเป้าหมายในชีวิต และโดดเรียนมากกว่ากลุ่มที่ไม่เสพอย่างชัดเจน

สั้นๆ : การเสพกัญชาส่งผลต่อการเรียนและพฤติกรรมของเด็ก

2. งานวิจัยในรัฐ Utah สหรัฐอเมริกา พบว่าผู้ป่วยจิตเวชที่เป็นโรคไบโพลาร์ครั้งแรกนั้นได้รับการตรวจปัสสาวะหาสารเสพติด เจอสารสกัดกัญชา (Cannabinoids) ถึงร้อยละ 47 ซึ่งพบว่ามีอัตราสูงกว่าประชากรทั่วไปอย่างมาก ชี้ให้เห็นความจำเป็นที่จะต้องศึกษาเจาะลึกดูต่อไปว่า การเสพกัญชานั้นเป็นสาเหตุของโรคดังกล่าวจริงหรือไม่ มากน้อยเพียงใด

สั้นๆ : เป็นโรคไบโพลาร์แล้วหันมาใช้กัญชาซะมาก หรือใช้กัญชาแล้วทำให้เป็นโรคไบโพลาร์...ไม่ว่าจะแบบไหน ก็ไม่น่าจะพึงปรารถนา

3. งานวิจัยสถานการณ์ค้าขายจากนโยบายกัญชาเสรี โดยประเมินลักษณะร้านขายผลิตภัณฑ์กัญชาในแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา จำนวน 163 ร้าน ซึ่งมีโรงเรียนอยู่ในพื้นที่ใกล้ร้านขายกัญชาถึง 333 แห่ง พบว่า มีเพียงร้อยละ 40 ที่มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ร้อยละ 84 ไม่มีป้ายจำกัดอายุ ร้อยละ 28 ละเมิดกฎหมายห้ามแจกตัวอย่างผลิตภัณฑ์ และที่น่ากังวลคือ ร้อยละ 74 มีการออกแบบผลิตภัณฑ์ หรือโฆษณาที่มีแนวโน้มสะดุดตาแก่เด็กและเยาวชน

สั้นๆ : การติดตามกำกับในเรื่องการจำกัดอายุ การรักษาความปลอดภัย และการตลาดที่จะใช้หลอกล่อเด็กและเยาวชน คือเรื่องสำคัญในยุคสังคมกัญชา

4. งานวิจัยความสัมพันธ์ของเว็บใต้ดินกับการเสพกัญชาของประชากรอเมริกา วิจัยพฤติกรรมของประชากรโดยใช้ Big data ตั้งแต่ 2011-2015 พบว่า การเข้าถึงเว็บใต้ดินดัง ๆ 8 เว็บไซต์มีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญกับพฤติกรรมของประชากร ทั้งในเรื่องอัตราการเสพกัญชาในแต่ละรัฐ และความถี่ในการเสพกัญชา สิ่งที่น่าสนใจคือ เว็บใต้ดินนั้นดูจะมีความสัมพันธ์กับประชากรวัยทำงานตั้งแต่อายุ 26 ปีขึ้นไป

สั้นๆ : จะทำให้มันถูกกฎหมายหรือผิดกฎหมาย ใต้ดินก็ยังครองใจคนในเรื่องแบบนี้ ท้าทายยิ่งนักว่าจะควบคุมอย่างไร

5. งานวิจัยลบคำโกหกว่ากัญชาไม่เกี่ยวกับพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง ศึกษาในเยาวชนและวัยทำงานในอเมริกา พบว่า ผู้ที่กระทำผิดที่เกี่ยวข้องกับการก่อความรุนแรงในรูปแบบต่าง ๆ นั้นจะมีโอกาสที่จะให้ประวัติเสพกัญชาในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมามากกว่ากลุ่มที่ไม่ได้ก่อความรุนแรงถึง 2.8 เท่า (ช่วงความเชื่อมั่น 95% คือ 1.3 เท่า -6.1 เท่า)

สั้น ๆ : การเสพยาเสพติดอย่างกัญชามีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมรุนแรงก้าวร้าว


อ้างอิง: https://www.tcijthai.com/news/2020/1/article/9764