5 สายพันธุ์กัญชาที่ดีที่สุดสำหรับบำบัดโรคกลัวการเข้าสังคม

Last updated: Jan 16, 2020  |  Exclusive

วันที่ 16 มกราคม 2563 - 09:37 น.

"Exclusive"
หมายเหตุ : เผยแพร่ครั้งแรกเป็นภาษาไทยเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2563 โดย Cannhealth
เขียน/แปล: วันดี กุศลธรรมรัตน์/ Wandee K.
เรียบเรียง : ณัฐวุฒิ จงจิตร/ Natthawut J.

 

โรคกลัวการเข้าสังคม (SAD) เป็นหนึ่งในโรควิตกกังวล ซึ่งสมาคมโรควิตกกังวลและภาวะซึมเศร้าแห่งสหรัฐอเมริกา  (The Anxiety and Depression Association of America - ADAA) เชื่อว่าผู้ใหญ่ชาวอเมริกันกว่า 40 ล้านคนได้รับผลกระทบจากโรควิตกกังวลซึ่งเท่ากับ 18% ของประชากรผู้ใหญ่ และมีประมาณ 15 ล้านคน (ทุกเพศทุกวัย) หรือเกือบ 7% ของประชากรทั้งหมดได้รับผลกระทบจากโรคกลัวการเข้าสังคม (SAD)  ซึ่งจากการสำรวจในปี 2007 พบว่า 36% ของผู้ที่มีปัญหาด้านความวิตกกังวลทางสังคมต้องรอนานเป็นระยะเวลากว่าสิบปีก่อนได้รับความช่วยเหลือ!


โรควิตกกังวลทางสังคมหรือโรคกลัวการเข้าสังคม (Social Anxiety Disorder หรือที่เรียกว่า SAD) นั้นเป็นความกลัวต่อการถูกเฝ้ามองหรือถูกวิจารณ์ ประเมินจากคนอื่น คิดว่าตัวเองจะตกเป็นเป้าสายตาของการถูกวิพากษ์วิจารณ์ คนเป็นโรคนี้จะรู้สึกว่าเขาเหมือนถูกตัดสิน จะมีอาการประหม่า วิตกกังวล ซึ่งโรคนี้อาจจะทำลายชีวิตคนได้อย่างสิ้นเชิง มีผลต่อการดำเนินชีวิตประจำวันหากไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาโดยเร็วที่สุด

เป็นการยากที่จะระบุสาเหตุที่แท้จริงของโรค SAD แต่อาจเกิดจากปัจจัยที่ผสมผสานกันระหว่างทางพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม ตัวอย่างเช่นบุคคลจะมีแนวโน้มที่จะมีโรควิตกกังวลทางสังคมมากขึ้นหากเคยเป็นเหยื่อของการล่วงละเมิดทางเพศ การข่มขู่ หรือจากความขัดแย้งในครอบครัว ความไม่สมดุลขอสารสื่อประสาทเซโรโทนิน (serotonin) อาจเป็นสาเหตุเนื่องจากเป็นสารเคมีในสมองที่ช่วยควบคุมอารมณ์

อาจเป็นไปได้ว่าสมองในส่วนของอมิกดาลา -amygdala  (หนึ่งในโครงสร้างในสมองที่สามารถควบคุมความรู้สึกวิตกกังวลและการตอบสนองต่อความกลัว) มีปฏิกริยาที่ไวเกินจึงทำให้ปฏิกิริยาต่อความกลัวเพิ่มมากขึ้นและรู้สึกตื่นกลัวได้รวดเร็ว ในขณะที่โรคกลัวการเข้าสังคม (SAD)  ก็ดำเนินได้ในครอบครัวอันน่าจะเป็นเพราะปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมมากกว่าพันธุกรรม

คนที่เป็นโรคกลัวการเข้าสังคม (SAD) จะประสบกับความทุกข์ทางอารมณ์เมื่อต้องเจอกับสถานการณ์ ดังต่อไปนี้:

  • การเผชิญหน้าทางสังคม โดยเฉพาะกับคนแปลกหน้า
  • เมื่อถูกรังแก กลั่นแกล้ง ล้อเลียน หรือถูกคุกคาม
  • เมื่อต้องเป็นจุดสนใจของผู้คน (center of attention)
  • เมื่อได้รับการแนะนำให้รู้จักกับคนอื่น
  • หากถูกบังคับให้พูดกับผู้คนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาพแวดล้อมที่เป็นทางการ
  • ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล มิตรภาพหรือความรัก


คนที่มีภาวะความวิตกกังวลทางสังคม หรือกลัวการเข้าสังคม  (SAD)  เมื่อเจอสถานการณ์กระตุ้นดังกล่าวข้างต้น จะแสดงอาการทางกายภาพ ดังต่อไปนี้

  • มีอาการคลื่นไส้ (Nausea)
  • หน้าแดง (Blushing)
  • ตัวสั่น ใจสั่น เสียงสั่น  (Shaking or trembling)
  • พูดไม่ออก (Difficulty speaking)
  • หน้ามืดหรือวิงเวียนศีรษะ (Lightheadedness or dizziness)
  • อัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มขึ้น (Increased heart rate)


เป็นเรื่องปกติของผู้ที่มีภาวะความวิตกกังวลในสังคมหรือกลัวการเข้าสังคมที่มักจะพลาดการนัดหมายต่างๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการพบปะกับใครก็ตาม พวกเขาอาจแกล้งป่วยเพื่ออยู่บ้าน หลีกเลี่ยงจากโรงเรียนหรือที่ทำงาน และใช้แอลกอฮอล์ในทางที่ผิดเพื่อให้เกิดความกล้าเมื่อถูกบังคับให้รับมือกับสถานการณ์ทางสังคม

โรคกลัวการเข้าสังคมอาจส่งผลให้เกิดปัญหาต่อไปนี้:

  • ติดยาเสพติด
  • ปัญหาในที่ทำงาน
  • ปัญหาในครอบครัว สัมพันธภาพกับคนรัก
  • ดื่มแอลกอฮอล์เกินขนาด
  • อาการหดหู่ อาการซึมเศร้า
  • ฆ่าตัวตาย


ผู้ป่วยโรคกลัวการเข้าสังคม (SAD) นี้หากไม่ได้รับการดูแลรักษาที่เหมาะสม สิ่งที่ตามมามักจะเป็นปัญหาต่างๆ เกิดผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต การงาน ครอบครัว และสังคม เช่น ปัญหาที่เกิดในที่ทำงาน ทำงานได้ไม่มีประสิทธิภาพ รวมไปถึงการสร้างความสัมพันธ์กับเพื่อน คนรัก


การรักษาแบบมาตรฐานสำหรับโรควิตกกังวลทางสังคม หรือโรคกลัวการเข้าสังคม (Conventional Remedies for Social Anxiety)

การบำบัด (Therapy)

การบำบัดความวิตกกังวลทางสังคมมีหลายประเภท ได้แก่ :


- การบำบัดพฤติกรรมทางความคิด  (Cognitive Behavioral Therapy):  
  โดยการเรียนรู้ที่จะควบคุมความวิตกกังวลผ่านการหายใจ และการผ่อนคลายและค้นพบวิธีคิดในเชิงบวกมากกว่าเชิงลบ

- การบำบัดด้วยการสัมผัส กลัวสิ่งใดให้เผชิญกับสิ่งนั้น (Exposure Therapy) :
  โดยเรียนรู้ที่จะเผชิญกับสถานการณ์ทางสังคมทีละน้อย ค่อยเป็นค่อยไป

- การทําจิตบําบัดแบบกลุ่ม (Group Therapy): เป็นรูปแบบการดูแลด้านจิตใจ
  โดยเรียนรู้ทักษะทางสังคมโดยการปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น โดยการเข้าร่วมการบำบัดกับผู้ที่มีปัญหาคล้ายกันอาจทำให้รู้สึกโดดเดี่ยวน้อยลง

- ยารักษา (Medication): ยาที่ใช้กันมากที่สุดในการบำบัดรักษาโรควิตกกังวลทางสังคม คือยาหลักกลุ่ม
  Selective Serotonin Reuptake Inhibitors (SSRIs) เช่นยา Paroxetine (Paxil) และยา Sertraline (Zoloft)และอาจได้รับยากลุ่ม SNRIs เช่น Effexor XR, benzodiazepines หรือ beta blockers ซึ่งผลข้างเคียงของยาเหล่านี้ ได้แก่

  • อาการปวดหัว (Headaches)

  • มองเห็นภาพไม่ชัด ภาพซ้อน  (Blurred vision)

  • พูดอ้อแอ้ พูดเสียงฟังไม่รู้เรื่อง (Slurred speech)

  • สมาธิไม่ดี (Poor concentration)

  • ปัญหาด้านความจำ (Memory problems)


การวิจัยทางการแพทย์เกี่ยวกับกัญชา..เพื่อใช้บำบัดรักษาอาการกลัวการเข้าสังคม (Medical Research on Marijuana for Social Anxiety)

เชื่อหรือไม่..กัญชาถูกใช้ครั้งแรกเพื่อการรักษาความวิตกกังวลในปี ค.ศ. 1563 เมื่อแพทย์ชาวโปรตุเกสได้เขียนบันทึกไว้ว่า กัญชาช่วยบรรเทาความกังวลทั้งหมดของผู้ป่วย!

จากการศึกษาวิจัยในปี 2010 (2010 study) โดย Crippa et al. ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Psychopharmacology ได้พิจารณาถึงผลของสาร CBD ในกัญชาที่มีต่อผู้ป่วยโรควิตกกังวลทางสังคม (SAD) ซึ่งเป็นการศึกษาขนาดเล็กที่มีอาสาสมัครเพียง 10 คน แต่พบว่าสาร Cannabidiol หรือ CBD ช่วยลดอาการวิตกกังวลทางสังคม

การศึกษาวิจัยโดย Bergamaschi et al. ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Neuropsychopharmacology ในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2011 ยังพบว่าสาร CBD ในกัญชาช่วยลดความวิตกกังวลที่เกิดจากการพูดในที่สาธารณะ เนื่องจากบางแบบสอบถามรายงานว่าคนรู้สึกกลัวการพูดต่อหน้าสาธารณะมากกว่ากลัวตาย มันเป็นการตรวจพบที่สำคัญ!

การศึกษาวิจัยโดย Purcell et al., ตีพิมพ์ในวารสาร Cannabis and Cannabinoid Research ในเดือนมกราคม ปี2019 มีผู้ป่วยกัญชาทางการแพทย์จำนวน 146 คนที่ใช้ยาเบนโซไดอะซีปีน (benzodiazepines) ด้วย ซึ่งยานี้เป็นยาที่ใช้ในการรักษาอาการทางระบบประสาทต่างๆ รวมถึงคลายความวิตกกังวลและเป็นยาตามใบสั่งแพทย์  หลังจากรักษาด้วยกัญชาทางการแพทย์เป็นเวลาสองเดือนแล้วพบว่าผู้ป่วยมากกว่า 30% ของกลุ่มได้หยุดใช้ยาตามใบสั่งแพทย์ คือยาเบนโซไดอะซีพีน (benzodiazepines) โดยสิ้นเชิง และหลังจากสี่เดือนผ่านไปตัวเลขเปอร์เซ็นต์นี้เพิ่มขึ้นเป็น 44.5%!

จากหลักฐานที่เป็นข้อมูลอ้างอิงบางอย่างที่เชื่อมโยงศักยภาพของกัญชากับการลดความวิตกกังวล ทาง Cannhealth ขอพาไปรู้จักกับสายพันธุ์กัญชาที่ใช้ในการบำบัดรักษาอาการวิตกกังวลทางสังคม หรือกลัวการเข้าสังคม (SAD)  

 

5 สายพันธุ์กัญชาที่ดีที่สุดสำหรับโรคกลัวการเข้าสังคม (5 Best Marijuana Strains for Social Anxiety)

 

1.  เดอะทรูธ (The Truth)

 

ขอบคุณภาพจาก: marijuanabreak.com

 
The Truth เป็นชื่อที่น่าสนใจของสายพันธุ์กัญชาที่ทำให้คุณคิดว่ามันจะมีประสิทธิภาพในการรักษาได้เกือบทุกอย่าง ในความเป็นจริงมีการกล่าวกันว่ากัญชาสายพันธุ์นี้ช่วยบรรเทา ปลดปล่อยความเครียดและความวิตกกังวลที่ยอดเยี่ยม เป็นสายพันธ์ลูกผสมของพันธุ์ SFV OG , Chemdawg และ Triangle Kush ที่พัฒนาโดย True Canna Genetics ซึ่งเป็นบริษัทผู้เพาะพันธุ์ในสหรัฐฯ  The Truth เป็นกัญชาลูกผสม Sativa-dominant เล็กน้อยและได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ในการแข่งขัน the High Times Cannabis Cup เมื่อปี 2014 ในกัญชาชนิด Indica ที่กรุงอัมสเตอร์ดัม เนเธอร์แลนด์


นี่ไม่ใช่พันธุ์กัญชาที่จะมาล้อเล่น เพราะมีปริมาณสาร THC 18-22% และการลดปริมาณบางอย่างทำให้มีสาร CBD  1%  กัญชาสายพันธุ์ The Truth ช่วยให้ผู้บริโภคมีความรู้สึกเคลิบเคลิ้มทางจิตใจ ซึ่งทำให้พวกเขามีแรงกระตุ้น จูงใจและกระปรี้กระเปร่า และดูเหมือนว่าจะปล่อยสารเอ็นดอร์ฟิน (endorphins) ที่ทำให้รู้สึกดีซึ่งนำไปสู่ความรู้สึกสบายใจเป็นภาวะเคลิ้มสุข (euphoria) ซึ่งในที่สุดอาการเคลิบเคลิ้มก็ไหลลงสู่ร่างกายและให้ความรู้สึกผ่อนคลายอย่างเต็มที่ กัญชาพันธุ์ The Truth  ให้กลิ่นหอมอันแสนวิเศษของกลิ่น musky, earth และตามมาด้วยรสชาติ classic woody และ earthy

The Truth เป็นสายพันธุ์กัญชาที่มีฤทธิ์และมีผลข้างเคียง คือ อาการตาแห้งและปากแห้ง หากคุณกำลังมองหาความเคลิ้มที่เข้มข้นและออกฤทธิ์ต่อสมอง การค้นหาของคุณจะจบลงด้วยสายพันธุ์ The Truth !  มีการใช้กัญชาพันธุ์นี้กันอย่างแพร่หลายในกลุ่มคนที่มีความเครียดเรื้อรัง และภาวะซึมเศร้าและมีผู้คนพูดกันว่า The Truth เป็นสายพันธุ์กัญชาที่มีคุณสมบัติต้านการอักเสบ (anti-inflammatory)

 

2.  แจ็ค เฮอร์ (Jack Herer)

 

ขอบคุณภาพจาก: marijuanabreak.com


Jack Herer สายพันธุ์ลูกผสมเล็กน้อยของ Sativa-dominant นี้คือกัญชาที่เป็นลูกผสมข้ามพันธุ์ของพันธุ์ Shiva Skunk, Northern Lights # 5 และ Haze  ชื่อพันธุ์ของกัญชาได้รับการตั้งชื่อตามนักกิจกรรมกัญชาในตำนาน Jack Herer ผู้มีชื่อเสียง และเป็นคนเขียน The Emperor Wears No Clothes ซึ่งเป็นหนังสือเล่มหนึ่งที่มักถูกอ้างถึงโดยผู้ที่คิดจะทำให้กัญชาเป็นสิ่งถูกกฎหมาย หรืออย่างน้อยก็ลดทอนความเป็นอาชญากรรมของพืชสมุนไพรนี้

Jack Herer เป็นสายพันธุ์กัญชาที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก ก่อให้เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศเนเธอร์แลนด์ในยุค 1990s  (ปี 1990-1999) เป็นพันธุ์กัญชาที่มีฤทธิ์และมีปริมาณสาร THC 18-23%  และมีค่า CBD น้อยที่สุด เมื่อได้ลองใช้กัญชาสายพันธุ์นี้ ผู้บริโภคจะพบว่าตัวเองล้อมรอบไปด้วยความคิดที่มีความสุข ในขณะที่รู้สึกผ่อนคลายรวมไปถึงรู้สึกเคลิบเคลิ้มมาก!  Jack Herer สามารถให้พลังงานเพิ่มขึ้นแบบพุ่งกับคุณได้และร่างกายที่สดชื่นและไม่คุกคามที่จะนำมาซึ่งอาการ ‘Couch Lock’ ที่ทำให้มีอาการอยู่นิ่งๆ เหมือนก้อนหิน (Stone) มีความรู้สึกอยากจะนอนอย่างเดียว

กัญชาสายพันธุ์นี้มีกลิ่นหอมของต้นสน (pine) และเครื่องเทศ (spice) ที่มีเสน่ห์ ดึงดูดใจและมีรสชาติเหมือนกับกลิ่น ผู้บริโภคอาจได้รับรสชาติของผลไม้เมืองร้อนเล็กน้อย แม้ว่ารสชาติที่โดดเด่นจะเป็น spice และ earth ผู้บริโภคควรมีน้ำเปล่าสักแก้ว เพราะกัญชาพันธุ์ Jack Herer นี้อาจนำไปสู่ภาวะขาดน้ำ (dehydration)  กัญชาพันธุ์ Jack Herer ใช้บำบัดรักษาคนที่มีอาการเหนื่อยล้าเรื้อรัง และเป็นควันที่ถูกเลือกสำหรับคนจำนวนมากที่มีภาวะซึมเศร้า

 

3. คริททิเคิล คิวเออ  (Critical Cure)

 

ขอบคุณภาพจาก: headsite.com


กัญชาสายพันธุ์นี้ได้รับการเพาะจาก Barney’s Farm ซึ่งเป็นทางเลือกที่อ่อนโยน ไม่รุนแรงสำหรับผู้ที่มีอาการของความวิตกกังวล มีสาร CBD มากถึง 8%  และสาร THC ประมาณ 5%  เป็นพันธุ์ลูกผสม indica-dominant และเชื่อกันว่าผสมข้ามพันธุ์มาจากสายพันธุ์ Crush Kush และ Ruderalis  ซึ่งทำให้เป็นพันธุ์กัญชาที่มีลักษณะเฉพาะเป็นเอกเทศ

หากคุณมีความวิตกกังวลและเป็นห่วงเกี่ยวกับผลกระทบของกัญชาที่อาจเกิดขึ้น สายพันธุ์ Critical Cure เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี สายพันธุ์นี้มีความสม่ำเสมอและอาการเคลิบเคลิ้มที่เบิกบานสดชื่น ช่วยให้ร่างกายผ่อนคลายซึ่งเป็นประสบการณ์ที่น่าพึงพอใจอย่างมากและผู้บริโภครู้สึกถึงผลที่เกิดขึ้นในช่วงแรกประมาณ 25-30 นาทีและอาการเคลิบเคลิ้ม (high) จะไปถึงร่างกายหลังจากนั้นประมาณสองชั่วโมง และทำงานเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อและคลายความตึงเครียด

มันมีกลิ่นของดิน (earthy) และมีฤทธิ์ที่ทำให้ดูเหมือนว่ามันจะเข้มข้นกว่าที่เป็นอยู่ คุณอาจได้กลิ่นผลเบอร์รีสุก รสชาติของมันคือการผสมผสานที่ดีเยี่ยมของผลเบอร์รีและดินที่เปียก และรสชาติของต้นสน (pine) ก็น่าพึงพอใจอย่างยิ่ง

กัญชาพันธุ์ Critical Cure นี้มีสาร THC ต่ำมาก ผลข้างเคียงจึงจำกัดอยู่เฉพาะในสภาพที่ตาแห้งและปากแห้งเท่านั้น  Critical Cure จะถูกใช้เป็นประจำในการบำบัดรักษาภาวะซึมเศร้าและความวิตกกังวล

 

4.  เอซีดีซี (ACDC)

 

ขอบคุณภาพจาก: marijuanabreak.com


ACDC ได้รับรางวัล Cannabis Cup awards หลายครั้งและได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวางว่าเป็นหนึ่งในสายพันธุ์กัญชาที่ดีที่สุดสำหรับรักษาความวิตกกังวล ACDC เป็นกัญชาพันธุ์ลูกผสมที่สมดุล 50/50 และลักษณะที่ปรากฏออกมาให้เห็นภายนอก (phenotype) ของสายพันธุ์ Ruderalis และ Cannatonic  ซึ่งได้รับการเพาะโดย Resin Seeds (กลุ่มพัฒนาสายพันธุ์กัญชา)  ซึ่งมีความกระตือรือร้นที่จะค้นหากัญชาอีกสายพันธุ์ที่มีค่า CBD สูงและ THC ต่ำ สำหรับใช้เป็นยารักษา

กัญชาสายพันธุ์ ACDC  มีสาร THC อยู่ระหว่าง 2% ถึง 6%  อย่างไรก็ตามนี่เป็นมากกว่าการชดเชยด้วยการมีสาร CBD สูงถึง 16-24%  ด้วยปริมาณสาร CBD ที่มีอยู่! หากผู้บริโภคต้องการอาการเคลิบเคลิ้ม นิ่งๆ พันธุ์ ACDC ไม่ใช่ตัวเลือกที่ถูกต้อง แทนที่จะออกฤทธิ์ต่อสมองที่ให้ความเคลิบเคลิ้ม กัญชาสายพันธุ์นี้ให้การผ่อนคลายร่างกายอย่างสมบูรณ์ อย่างไรก็ตามมันไม่ได้ทำให้เกิดอาการ ‘Couch Lock’ ที่ทำให้มีอาการอยู่นิ่งๆ เหมือนก้อนหิน แต่สามารถช่วยให้คุณทำงานได้มากขึ้น!

กัญชาสายพันธุ์ ACDC มีกลิ่นของส้ม (citrus) และมีรสหวาน, เผ็ดร้อน, และรสชาติอ่อนๆ ของต้นสน (pine) /แมกไม้  (woody)  ซึ่งผลข้างเคียงหลักที่เกี่ยวข้องกับสายพันธุ์นี้ คือปากแห้ง  ด้วยปริมาณของสาร THC ต่ำ

แสดงถึงว่าผู้ที่ต้องการบริโภคเพื่อความบันเทิง สันทนาการ (recreational users) อาจมองข้าม ไม่สนใจ แต่กลุ่มที่มองหากัญชาเพื่อใช้ประโยชน์ทางการรักษานั้น ยากที่จะบอกปฏิเสธ

 

5. ไวท์  ไฟ’เออะ โอจี (White Fire OG)  

 

ขอบคุณภาพจาก: weedadvisor.com



ดูเหมือนว่าจะแปลกๆ ที่รวมกัญชาสายพันธุ์ White Fire OG นี้ไว้ในรายการนี้ (ลดอาการวิตกกังวล) เพราะหากคุณบริโภคกัญชาสายพันธุ์นี้มากเกินไปก็อาจทำให้เกิดความวิตกกังวลได้  อย่างไรก็ตามผู้ที่บริโภคกัญชาพันธุ์นี้อย่างมีวิจารณญาณบอกว่า White Fire OG เป็นวิธีที่มหัศจรรย์อันจะทำให้ความรู้สึกแย่ๆ เริงร่าขึ้นด้วยปริมาณของสาร THC สูงถึง 28%  ซึ่งผู้บริโภคจะต้องรอบคอบ ระมัดระวังในการใช้

White Fire OG หรือที่รู้จักกันในชื่อ WiFi OG เป็นกัญชาผสมข้ามสายพันธุ์ของ Fire OG และ The White WiFi OG ออกฤทธิ์ต่อสมองให้ความรู้สึกเคลิบเคลิ้มที่เข้มข้น ซึ่งผู้ใช้รายงานว่ารู้สึกมีความสุขและและแทบไม่สามารถควบคุมเสียงหัวเราะของพวกเขาได้ มันช่วยลดความกังวลของคุณออกไปและช่วยเพิ่มพลังงานพิเศษ ในการเริ่มต้นทำงาน หากคุณรู้สึกแย่ๆ ลองใช้ White Fire OG ในปริมาณน้อยและจะเกิดความรู้สึกยอดเยี่ยมรวมไปถึงยกระดับอารมณ์

กัญชาสายพันธุ์นี้มีกลิ่นหอมเข้มข้นของ pepper และ diesel ควบคู่ไปกับกลิ่นสน (pine)  รวมไปถึงการมีรสชาติเหมือนกับกลิ่น และความรู้สึกที่ล้นหลามหากคุณเพิ่งเป็นผู้เริ่มต้นที่ไม่เคยมีประสบการณ์การใช้ โชคดีที่กลิ่นและรสชาติสนสดเป็นประสบการณ์การใช้ที่สนุกสนานยิ่งขึ้น โดยแนะนำให้บริโภคจำนวนเล็กน้อยในตอนแรก หากผู้ใช้หักโหมจะมีผลข้างเคียง คืออาการวิงเวียนศีรษะ


ความคิดเห็นทิ้งท้าย..เกี่ยวกับกัญชาและความวิตกกังวลทางสังคม (กลัวการเข้าสังคม) (Final Thoughts about Marijuana and Social Anxiety)

โรคกลัวการเข้าสังคม เป็นเรื่องสำคัญไม่ใช่สิ่งที่เราสามารถละเลยได้ เนื่องจากเป็นสภาวะที่ทำให้ร่างกายอ่อนแอ ทรุดโทรมลงอย่างแท้จริง ซึ่งส่งผลเสียต่อชีวิตของผู้ประสบกับอาการวิตกกังวลทางสังคมนี้ ซึ่งเป็นความรู้สึกที่แย่มากที่จะเชื่อว่าโลกนี้ต่อต้านคุณ และขัดขวางไม่ให้คุณใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ และยังมีผลต่อการดำเนินชีวิตส่งผลกระทบต่อการทำงาน ปัญหาความสัมพันธ์กับครอบครัว กับเพื่อน แต่โชคดีที่มีสายพันธุ์กัญชาจำนวนมากที่สามารถช่วยคุณต่อสู้กับอาการวิตกกังวลทางสังคม (social anxiety) และจะช่วยให้คุณได้รู้จักเพื่อนใหม่ๆ รวมถึงการรักษาความสัมพันธ์กับกลุ่มเพื่อนเก่าไว้

 

อ้างอิง:

marijuanabreak. / Jan 2, 2020

By: Nicole Richte

1.https://www.marijuanabreak.com/marijuana-strains-for-social-anxiety

2.https://www.facebook.com/D2JED/photos/a.749209918545577/468750106591561/?type=1&theater