ปลูกกัญชา 101: ปลูกกลางแจ้ง vs ปลูกในโรงเรือน

Last updated: Jan 24, 2020  |  Exclusive

วันที่ 24 มกราคม 2563 - 11:40 น.

"Exclusive"
หมายเหตุ : เผยแพร่ครั้งแรกเป็นภาษาไทยเมื่อวันที่ 24 มกราคม 2563 โดย Cannhealth
เขียน/แปล: สิริญา มิตรศรัทธา/Siriya Mitsattha
เรียบเรียง : ณัฐวุฒิ จงจิตร/ Natthawut J.

 

วันนี้ CANNHEALTH จะพาคุณไปเรียนรู้ถึงการปลูกกัญชากลางแจ้ง vs ปลูกในโรงเรือน ประเทศไทยนั้นเป็นประเทศแห่งเกษตรกรรม ซึ่งคนไทยสืบทอดมายาวนาน จึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมไทย มาเป็นเวลานาน อีกทั้งกัญชง พืชชนิดเดียวกันกับกัญชาก็ยังเป็น พืชเศรษฐกิจที่สำคัญในอุตสาหกรรมเส้นใยและการทำเยื่อกระดาษ

แม้ว่าการปลูกกัญชาในกรณีของบุคคลทั่วไปจะยังไม่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่การเข้าใจความแตกต่างของวิธีการปลูกรวมไปถึงปัจจัยต่างๆ ที่มีผลต่อผลผลิตกัญชาก็เป็นความรู้ที่สำคัญ ซึ่งทำให้เราเข้าใจเรื่องกัญชาตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำได้

 

 

อ้างอิงจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ผู้ที่มีสิทธิ์ในการปลูกกัญชาได้นั้น คือ

1. หน่วยงานรัฐที่มีหน้าที่ศึกษาวิจัย
หรือจัดการเรียนการสอนทางการแพทย์ เภสัชกรรม วิทยาศาสตร์ เกษตรศาสตร์ หน่วยงานรัฐที่มีหน้าที่ป้องกันปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด สภากาชาดไทย

2. ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม
เภสัชกรรม ทันตกรรม สัตวแพทย์หรือแพทย์แผนไทย หมอพื้นบ้าน ตามเงื่อนไขที่รัฐมนตรีว่าก ารกระทรวงสาธารณสุขกำหนด

3. สถาบันอุดมศึกษาเอกชน
ที่มีหน้าที่ศึกษาวิจัยและจ ัดการเรียนการสอนด้านการแพทย์
หรือเภสัชศาสตร์

4. เกษตรกรที่รวมกลุ่มเป็นวิสา หกิจชุมชน
หรือสหกรณ์การเกษตรซึ่งจดทะเบียนตามกฎหมายและร่วมดำเนินการ
กับหน่วยงานรัฐหรือสถาบันอุดมศึกษา

5. ผู้ขออนุญาตที่ไม่ใช่หน่วยงานรัฐ
เป็นบุคคลธรรมดาต้องมีสัญชาติไทยและมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย
เป็นนิติบุคคลต้องจดทะเบียนตามกฎหมายไทยและกรรมการหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นอย่างน้อย 2 ใน 3 ต้องมีสัญชาติไทยและมีสำนักงานในประเทศไทย

 

 

1. เลือกสายพันธุ์ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและอุณหภูมิ เลือกสายพันธุ์ที่สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมและอุณหภูมิได้หากปลูกกลางแจ้งก็ควรเลือกสายพันธุ์ที่ทนทานต่ออุณหภูมิที่สูงกว่าปลูกในโรงเรือน

2. เลือกสถานที่ที่ดีที่สุด
ควรคำนึงว่าจะปลูกลงดินหรือ ในตู้คอนเทนเนอร์หรือแบบไฮโดรโปนิกส์ คำนึงถึงแสง ลม อุณหภูมิ แมลง ฝน หากปลูกกลางแจ้งควรเป็นสถานที่ที่มีการรักษาความปลอดภั ยที่รัดกุม

3. เลือกดินที่ไม่ระบายน้ำหรือ อุ้มน้ำจนเกินไป
ควรเข้าใจส่วนประกอบของดินเพื่อจะปรับเปลี่ยนการเลือกใช้ให้เข้ากับสายพันธุ์ที่เลือกปลูกซึ่งเนื้อดินควรเป็นเนื้อร่วนระบายน้ำดี ไม่ทำให้เกิดบ่อน้ำแต่ดินก็ ควรอุ้มน้ำจนทำให้เกิดโคลน

4. เลือกปุ๋ยที่มีคุณค่าทางสาร อาหารสูง
ต้นกัญชาต้องการคุณค่าทางสารอาหารอย่างฟอสฟอรัส ไนโตรเจนและโพแทสเซียมสูง สารอาหารเหล่านี้สามารถผสมในน้ำและรดใส่ต้น แต่ไม่ควรรดมากจนเกินไป

5. เรียนรู้ขั้นตอนการดูแลระหว่างการปลูก
การรดน้ำต้องทำให้เหมาะสมโด ยคำนึงถึงสภาพแวดล้อม เช่น อากาศร้อน แห้ง หรืออากาศเย็น ชื้น ส่วนการจัดทรงและตัดแต่งต้นกัญชาก็ควรทำเป็นประจำ เพื่อความสวยงามและให้ใบรับ แสงได้ทั่วถึง

 

 

การปลูกกลางแจ้งและในเรือนมีความแตกต่างกันในแต่ละปัจจัยเช่น สภาพแวดล้อม ค่าใช้จ่าย คุณภาพของผลผลิต

การปลูกในโรงเรือน
- ระบบปิดควบคุมสภาพแวดล้อม
- มักใช้พื้นที่น้อยกว่าปลูกกลางแจ้ง
- พลังงานแสงมาจากหลอดไฟ เช่นหลอด LED
- ควบคุมอุณหภูมิและความชื้นภายในโรงเรือน
- ปลอดภัยจากลม พายุ ศัตรูพืชอย่างแมลง
- ปลูกได้หลายรอบต่อปี

การปลูกกลางแจ้ง
- ปลูกกลางแจ้งในพื้นที่โล่ง เช่น ไร่ สวน แปลง
- ปลูกภายใต้ระบบความปลอดภัยที่รัดกุม
- รับแสงแดดธรรมชาติ
- อุณหภูมิ ความชื้นธรรมชาติขึ้นอยู่กับพื้นที่
- เจอฝน ลม พายุ
- พบเจอศัตรูพืช เช่น แมลง เชื้อรา
- มักปลูกได้ 1 ครั้งต่อปี

 

 

ปัจจัย “การควบคุม” เป็นปัจจัยหลักสำคัญของการป ลูกกัญชา การควบคุมเรื่องสภาพแวดล้อม ให้เหมาะสมสำหรับการเติบโต ของต้นกัญชาคือตัวกำหนดคุณภาพของผลผลิต ปัจจัยย่อย เช่นอุณหภูมิ แสง ความชื้น แสง รวมไปถึงปัจจัยทางธรรมาชาติ  เช่น ฝน ลม พายุ ศัตรูพืชอย่างแมลง โรคของพืช ล้วนมีผลกระทบต่อผลผลิตอย่างมาก

ในโรงเรือน
- ควบคุมอุณหภูมิ แสง ความชื้น และการผลิตคาร์บอนไดออกไซด์ ให้เป็นสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตของกัญชา
- ผลผลิตไม่โดนฝน ลม พายุ
- ผลผลิตเกิดความเสียหายจากแม ลงน้อย มีโรคน้อยและศัตรูพืชน้อยกว่า

กลางแจ้ง
- ไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิ แสง ความชื้น
- ผลผลิตโดนลม ฝน พายุ
- ผลผลิตเกิดความเสียหายจากแมลงมีโรคมาก

 

 

ปัจจัย “ค่าใช้จ่าย” เป็นปัจจัยต้นๆ ที่ผู้ปลูกหรือเจ้าของธุรกิจมักจะคำนึงถึงว่าจะคุ้มค่า หรือไม่ ซึ่งในการปลูกกัญชาทั้งในโรงเรือนและกลางแจ้งนั้นมีค่าใช้จ่ายแตกต่างกันทั้งค่าใช้จ่ายในการปฎิบัติ การและการดูแลรักษาแปลงปลูก กัญชา

ในโรงเรือน
- ค่าใช้จ่ายสูงกว่ารวมไปถึงค่าน้ำ ค่าไฟ
- ใช้แรงงานคนปลูกและดูแลน้อยกว่า
- เปลืองทรัพยากรพลังงานไฟฟ้ามากกว่า
- ค่าใช้จ่ายในการติดตั้งไฟและการระบายอากาศภายในโรงเรือน

กลางแจ้ง
- ค่าน้ำ ค่าไฟน้อยกว่า
- ค่าแรงงานคนปลูกและคนดูแลมากกว่าเนื่องมาจากขนาดของแปลงปลูก
- ใช้ทุนในการเริ่มต้นมากกว่า  เช่น การซื้อที่ดินการติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัย การเริ่มปฏิบัติการ
 
 
 
 

 

ปัจจัย “คุณภาพ” ของผลผลิตมีความแตกต่างกันระหว่างปลูกในโรงเรือนและกลางแจ้ง แม้ว่าผลผลิตในโรงเรือนจะดูสวยงามและสมบูรณ์ขายได้ราคามากกว่า แต่ผลผลิตกลางแจ้งอาจได้เปรียบในเรื่องของสี กลิ่นและความเป็นธรรมชาติที่มากกว่าแต่ในที่สุดแล้วผลผลิตที่ได้ จากการปลูกที่แตกต่างก็ยังคงเรื่องรสชาติ และคุณสมบัติเอาไว้

ในโรงเรือน
- ผลผลิตที่มีดอกสวยงามกว่าเนื่องจากได้รับการดูแลและตกแต่ง
- จำนวนผลผลิตน้อยกว่า
- ผลผลิตมีความสมบูรณ์กว่าเพราะได้รับความเสียหายจาก ลม ฝนและศัตรูพืชน้อยกว่า

กลางแจ้ง
- ผลผลิตมีสีเข้มกว่า เบากว่า แต่ดอกแน่นกว่าดอกที่ปลูกใน โรงเรือน
- ได้จำนวนผลผลิตมากกว่าในโรง เรือน
- สามารถขายผลผลิตได้ในราคาที ่เหมาะสมมากกว่า

 

 

ปัจจัย “ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม” อาจเป็นหัวข้อใหม่ที่มีบทบาทมากขึ้นในยุคปัจจุบันที่เริ่มเกิดการตระหนักถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากกิจกรรมของมนุษย์ การปลูกกัญชานั้นก็มีส่วนส่งผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมมากน้อยต่างกันไปขึ้นอยู่กับวิธีการปลูก

ในโรงเรือน
- ใช้พลังงานมากกว่าทั้งไฟฟ้าและน้ำ
- ผลิตปริมาณก๊าซเรือนกระจกมา กกว่า

กลางแจ้ง
- เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากกว่า
- มีความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม (sustainability)
 
 

 

1. พันธุ์แคลิฟอร์เนีย อินดิก้า (California Indica)
- ชอบสภาพแวดล้อมที่มีแดดจัด

2. พันธุ์ฮอลแลนด์ โฮป (Holland’s Hope)
- ไม่ชอบน้ำมากเกินไป ชอบดินชื้น ปลูกในอากาศหนาว ชื้นได้

3. พันธุ์อาจาน เฮส (Arjan’s Haze)
- ชอบอากาศร้อน เหมาะสำหรับกลางแจ้ง

4. พันธุ์ชาแมน (Shaman)
- ต้านอากาศหนาว ความชื้น ศัตรูพืชรังควานได้

5. พันธุ์บลูเบอร์รี่ สกั๊งค์ (Blueberry Skunk)
- ชอบอากาศอุณหภูมิที่อุ่น

 

 

1. พันธุ์สกั๊งค์ คุช (Skunk Kush)
- ให้ผลผลิตดี ดอกใหญ่ ปลูกง่าย

2. พันธุ์ไวท์ วิโดว์ (White Widow)
- ไม่ต้องการการดูแลใส่ใจมากนัก

3. พันธุ์อีซี่ บัด (Easy Bud)
- ใช้เวลาในการปลูกจากเมล็ดสู่ดอกภายใน 8-9 สัปดาห์

4. พันธุ์ดีเซล คุช (Diesel Kush)
- ให้ผลผลิตที่มีดอกแน่น เขียวเข้ม

5. พันธุ์นอร์ทเทิร์น ไลท์ (Northern Light)
- สามารถเก็บเกี่ยวได้หลัง 8 สัปดาห์ของการออกดอก
 
 

อ้างอิง: 

1. Top 5 Easiest Cannabis Strains for Indoor Cultivation, Piverto

https://piverto.com/blogs/news/top-5-easiest-cannabis-strains-for-indoor-cultivation

2. Growing Cannabis Indoors vs. Outdoors: 3 Key Differences, Trevor Hennings

https://www.leafly.com/news/growing/indoor-vs-outdoor-cannabis-growing-3-key-differences

3. Outdoor vs Indoor: Cannabis 101, Agate Dreams

https://www.agatedreams.com/outdoor-vs-indoor-cannabis/

4. Cultivating Cannabis: Indoor vs Outdoor vs Greenhouse, American Cannabis Company

https://americancannabisconsulting.com/cannabis-indoor-vs-outdoor-cultivation/

5. Differences Between Growing Marijuana Indoors vs Outdoors, Joseph Misulonas

https://www.civilized.life/articles/differences-growing-marijuana-indoors-vs-outdoors/

6. Indoor vs Outdoor Growing: What’s the Difference?

https://www.civilized.life/articles/differences-growing-marijuana-indoors-vs-outdoors/

7. The Best Outdoor Cannabis Strains, Growbarato

https://www.growbarato.net/blog/en/the-best-outdoor-cannabis-strains/

8. How to Grow Marijuana Outdoors: Growing Marijuana Outdoors Beginner’s Guide

https://www.weekendgardener.net/growing-marijuana-outdoors/