“ฟาร์มสุขใจ” นำคณะผู้บริหารขอพรเส้นทางเมืองนครบาดาลริมโขงหนองคาย หวังสร้างปาฏิหาริย์ให้เกษตรกรได้ปลูกกัญชาและกัญชงอย่างง่าย และเป็นพืชเศรษฐกิจไทย

Last updated: Feb 11, 2020  |  แพทย์

วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563 - 10:33 น.


วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 นายดิชฐ์พิเชษ สุวรรณโพธิ์ ประธานโครงการฟาร์มสุขใจ ภายใต้ บริษัทฟาร์มสุขใจ วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด(มหาชน) นางสาวนงนุช บัวใหญ่ CEO บริษัทฟาร์มสุขใจ วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด(มหาชน) ผศ.ดร.อานนท์ แสนน่าน ประสมาพันธ์วิจัยและพัฒนากัญชาเพื่อประโยชน์แพทย์ไทย ประธานเครือข่าย ประธานวิสาหกิจชุมชน และ สมาชิก เดินทางไป “กราบสักการะขอพรสิ่งศักดิสิทธิ์เส้นทางเมืองนครบาดาล” ตามริมฝั่งแม่น้ำโขงจังหวัดหนองคาย เพื่อให้เกิดปาฏิหาริย์เกษตรกรได้ปลูกกัญชาและกัญชงเพื่อเป็นพืชเศรษฐกิจไทยอย่างง่ายดาย ไม่ติดขัด และดลบันดาลใจให้ผู้นำรัฐบาลไทย ขอปลดล็อคอนุสัญญาต่อทางองค์การสหประชาชาติเกษตรกรจะได้ปลูกกัญชาแบบเสรี


ขอบคุณภาพจาก: siamrath


ผศ.ดร.อานนท์ แสนน่าน ประสมาพันธ์วิจัยและพัฒนากัญชาเพื่อประโยชน์แพทย์ไทย ได้กล่าวว่า จุดแรกคณะได้เดินทางไปนมัสการขอพร ณ เมืองนครบาดาล “ถ้ำเพียงดิน” หรืออีกชื่อ “ถ้ำดินเพียง” วัดถ้ำศรีมงคล ต.ผาตั้ง อ.สังคม จ.หนองคาย สถานที่ที่มีเรื่องเล่าและตำนานเกี่ยวกับเรื่องพญานาค โดยภายในวัดแห่งนี้จะมีถ้ำที่อยู่ลึกลงไปในพื้นดินมีชื่อว่าถ้ำดินเพียง ชาวบ้านเชื่อว่าในอดีตถ้ำแห่งนี้เป็นที่อยู่อาศัยและหนทางในการสัญจรไปมาของนครบาดาลและพญานาค ประกอบกับภายในถ้ำมีน้ำชื้นอยู่ตลอดเวลาและมีลักษณะเป็นโพรงลอดผ่านเข้าไป


ขอบคุณภาพจาก: siamrath


จุดสองคือ “วัดผาตากเสื้อ” ต.ผาตั้ง อ.สังคม จ.หนองคาย เดิมชื่อวัดถ้ำพระ หลวงปู่เพชร ปะทีโป พระสายวิปัสสนากรรมฐาน ท่านได้เดินทางมาปฏิบัติธรรมบริเวณถ้ำพระและได้ก่อตั้งวัดผาตากเสื้อขึ้น เมื่อปี พ.ศ.2477 เป็นวัดที่มีทิวทัศน์สวยงามมาก สูงจากระดับน้ำทะเล 550 เมตร มองจากบนผาลงมามองเห็นความเป็นอยู่ของชาวไทยลาว ภายในวัดมีธรรมชาติที่สมบูรณ์ สามารถเดินเลาะ ตามหน้าผาเพื่อชมธรรมชาติและบริเวณนี้เคยเป็นที่สนทนาธรรมระหว่างพระสายวิปัสสนากรรมฐาน และเหล่าพญานาค จุดสามคือ “วัดศรีชมพูองค์ตื้อ บ้านน้ำโมง ต.น้ำโมง อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย ที่ประดิษฐานของ “หลวงพ่อพระเจ้าองค์ตื้อ” เป็นพระพุทธรูปที่เก่าแก่สร้างขึ้นด้วยเนื้อทองสัมฤทธิ์ ฝีมือศิลปกรรมล้านนาผสมล้านช้าง ขนาดหน้าตักกว้าง 3 เมตร 29 เซนติเมตร สูง 4 เมตร เป็นพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์มีอิทธิปาฏิหาริย์ และเป็นที่เคารพของพุทธศาสนิกชน และเหล่าพญานาคมากราบไหว้บูชาขอพร ถือได้ว่าเป็นพระพุทธรูปเก่ามีอายุกว่า 447 ปี และเป็นพระพุทธรูปที่ใหญ่ที่สุดก็ว่าได้ในจังหวัดหนองคายที่เป็นเนื้อสัมฤทธิ์เก่า


ขอบคุณภาพจาก: siamrath


ผศ.ดร.อานนท์ กล่าวอีกว่า และจุดสุดท้ายคือ “พระธาตุบังพวน” ต.พระธาตุบังพวน อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย ถือได้ว่าเป็น “ สัตตมหาสถาน” โบราณวัตถุ 7 สิ่งหนึ่งเดียวในโลก เดิมทีก่อนที่จะมาเป็น วัดพระธาตุบังพวนในปัจจุบัน ในสมัยพุทธกาลพื้นที่แห่งนี้คือ “ภูเขาลวง” ริมน้ำบางพวน (หรือภูลวง) เป็นที่อยู่อาศัยของพญานาคจนกระทั่งพระพุทธเจ้าได้เสด็จมาประทับ เหล่าพญานาคได้มาเข้าเฝ้าฯ และยกให้ดินแดนแห่งนี้ เป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ความเกี่ยวเนื่องดังเห็นได้จาก ปรากฏการณ์ที่บริเวณ สระมุจลินท์ หรือ สระพญานาค หลังพิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุบรรจุ ได้มีสายน้ำพวยพุ่งออกมาจากพื้นดิน เชื่อกันว่า เป็นปากปล่องของพญานาคที่คอยปกป้ององค์พระธาตุ จึงได้มีการขุดสระน้ำ และสร้างรูปปั้นพญานาค 7 เศียร ขึ้นจนถึงปัจจุบัน ที่สำคัญน้ำในสระแห่งนี้ ยังถือเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ในการประกอบพิธีสำคัญๆ ต่างๆ อีกด้วย.


ขอบคุณภาพจาก: siamrath


อ้างอิง: https://siamrath.co.th/n/131870