วิธีการที่กุมารแพทย์ใช้ CBD และกัญชาดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง

Last updated: 2020-02-25  | 

วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 - 13:36 น.

"Exclusive"
หมายเหตุ : เผยแพร่ครั้งแรกเป็นภาษาไทยเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 โดย Cannhealth
เขียน/แปล: วันดี กุศลธรรมรัตน์/ Wandee K.
เรียบเรียง : ณัฐวุฒิ จงจิตร/ Natthawut J.

 

 

แม้ว่าการสั่งจ่ายกัญชาทางการแพทย์ยังผิดกฎหมาย แต่ทว่านายแพทย์เดวิด ไซน์ ได้พบจุดที่พอดีสำหรับกลุ่มผู้ป่วยของเขาเพื่อแจ้งให้พวกเขาทราบถึงตัวเลือกทั้งหมดที่มี

แรงผลักดันของนายแพทย์ เดวิดไซน์ เพื่อลดความเจ็บปวดและสร้างแนวทางใหม่สู่คุณภาพชีวิตในการดูแลผู้ป่วยระยะท้ายแบบประคับประคอง (palliative care) และแนวทางการดูแลสุขภาพที่ให้ความสำคัญกับการเพิ่มคุณภาพชีวิตช่วงท้าย ทั้งของผู้ป่วยและของคนใกล้ชิด (hospice) เพิ่มขึ้นในช่วงแปดปีที่ผ่านมาเท่านั้น นายแพทย์ไซน์เป็นผู้บุกเบิกด้านการดูผู้แลผู้ป่วยเด็กโดยให้ความสนใจ มุ่งเน้นไปที่เด็กที่มีความเจ็บป่วยที่ตัวโรคทำให้มีเวลาจำกัด และต้องการความสนใจในระดับที่สูงขึ้นเพื่อช่วยให้พวกเขาฟื้นตัวหรือเปลี่ยนแปลง

นายแพทย์ไซน์เป็นที่รู้จักในเรื่องการรวมกัญชาทางการแพทย์เข้ากับแนวการปฏิบัติของเขา ซึ่งนายแพทย์ไซน์ใช้เวลาเกือบหนึ่งทศวรรษในการแจ้งและช่วยเหลือครอบครัวผู้ป่วยในกระบวนการที่ซับซ้อนในการรวมกัญชาทางการแพทย์เข้ากับยารักษาของพวกเขา

แม้ว่าเขาจะไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายของรัฐบาลกลางในการออกใบสั่งจ่ายกัญชาทางการแพทย์ แต่นายแพทย์ไซน์ได้พบจุดที่พอดีสำหรับผู้ป่วยของเขาเพื่อให้ผู้ป่วยรู้ตัวเลือกทั้งหมดที่มี ซึ่งนายแพทย์ไซน์สามารถให้คำแนะนำทางการแพทย์ได้โดยทำให้แน่ใจว่าเป็นเรื่องถูกกฎหมายสำหรับผู้ปกครองที่จะให้กัญชาทางการแพทย์แก่บุตรหลานของตน

นายแพทย์ เดวิดไซน์กล่าวในงานประชุมสัมมนา SONO Symposium ปีพ. ศ. 2019  โดยอธิบายว่ากัญชาไม่ได้เป็นแฟชั่นหรือเทรนด์ในแนวทางการดูแลสุขภาพที่ให้ความสำคัญกับการเพิ่มคุณภาพชีวิตช่วงท้าย ทั้งของผู้ป่วยและของคนใกล้ชิด (hospice) เขาใช้กัญชาเป็นเครื่องมือทางการแพทย์มานานหลายปีแล้ว งานของแพทย์ในด้านกุมารเวชศาสตร์ช่วยให้เขานำสิ่งที่ค้นพบไปยังผู้ป่วยที่ต้องการดูแลสุขภาพที่ให้ความสำคัญกับการเพิ่มคุณภาพชีวิตช่วงท้าย (hospice patients) ในสถานพยาบาลเด็กและผู้สูงอายุซึ่งทำให้ทุกคนได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น

การรักษาผู้ป่วยกัญชาทางการแพทย์มากกว่าหนึ่งพันคน นายแพทย์ไซน์ย้ำว่าวิธีการดูแลของเขาสามารถสรุปได้ด้วยคำพูด “the sum is greater than the parts” ซึ่งหมายถึงเมื่อได้รวมส่วนเหล่านี้เข้าด้วยกันจะได้ผลจากการรวมกันซึ่งได้คุณค่าและมีประโยชน์เป็นพิเศษ เขามักจะจับคู่สาร THC กับ CBD เพราะช่วยในเรื่องการดูแลความเจ็บปวดได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีการใช้ประโยชน์จากกัญชาเพื่อรักษาอาการชักในเด็ก ซึ่งนายแพทย์ไซน์ได้ทำงานกับผู้ป่วยด้วยการค่อยๆ ลดการสั่งจ่ายยามอร์ฟีนและหยุดยาสำหรับการขับถ่ายทำให้เด็กได้กลับไปโรงเรียน

 

ขอบคุณภาพจาก: thefreshtoast.com

 



ความสำคัญของการควบคุมคุณภาพ (The importance of quality control)

ในการสัมภาษณ์พิเศษเฉพาะกับสื่อ The Fresh Toast  นายแพทย์ไซน์ได้อธิบายว่าการรักษาดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายแบบประคับประคอง (palliative care) และแนวทางการดูแลสุขภาพที่ให้ความสำคัญกับการเพิ่มคุณภาพชีวิตช่วงท้าย ทั้งของผู้ป่วยและของคนใกล้ชิด (hospice) นั้นมีความซับซ้อนมากกว่าการดูแลแบบอื่น เนื่องจากเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุนั้นมีระบบภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอ ผู้ที่อยู่ในความดูแลแบบประคับประคองมักจะต้องการรายละเอียดอย่างมากในการจ่ายยาที่ต้องปราศจากสิ่งปนเปื้อน เมื่อเขาเริ่มทำงานที่เกี่ยวกับกัญชาทางการแพทย์ผู้ปกครองจะเสนอแนะกัญชาที่ซื้อมาจากร้านข้างถนนหรือร้านขายยาที่มีสารหนู ของเสียและแม้แต่สารเคมีที่รวมตัวกัน

การอธิบายถึงความสำคัญของการทำให้แน่ใจว่าผู้ป่วยของเขามีการใช้กัญชาในขนาดยาที่ถูกต้องที่สุดและเป็นกัญชาที่สะอาดที่สุด นายแพทย์ไซน์กล่าวว่ากัญชาอาจถูกมองว่าเป็นคุกกี้ช็อกโกแลตชิปไม่ใช่เพราะความหวาน แต่เนื่องจากคุกกี้แต่ละชนิดที่ทำจากแป้งชนิดเดียวกัน ซึ่งอาจมีช็อคโกแลตมากหรือน้อย ความกังวลปริมาณยาที่แทรกซ้อน

“ลองคิดดูสิว่าหากกัญชาเป็นคุกกี้ช็อกโกแลตชิปที่มีสาร THC เป็นชิป  ผมต้องมีความแม่นยำในการเติมเพื่อให้แน่ใจว่าแต่ละคุกกี้มีจำนวนขนาดและปริมาณของชิปที่เท่ากัน”

การทำงานกับ BioLife West [KH2]  ที่มีนักชีวเคมีที่เชี่ยวชาญในการปลูกและทดสอบกัญชา [KH3] ที่แต่ละต้นปลูกในห้องปฏิบัติการซึ่งทำให้มั่นใจได้ว่าดินปราศจากสารปนเปื้อนเพื่อให้ได้กัญชาที่มีคุณภาพสูงและมีระดับหลีกเลี่ยงความเสี่ยง ( risk-averse) มากที่สุด

การรู้ว่าขนาดการใช้ยา (dosing) นั้นเป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วงและจำเป็นต้องมีความเชี่ยวชาญในระดับส่วนผสมของแต่ละบุคคลสำหรับสาร THC, THCA และ CBD ในกัญชา นายแพทย์ไซน์และหุ้นส่วนของเขาได้พัฒนาวิธีในการสร้างการไหลเวียนของผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสำหรับผู้ป่วยแต่ละรายและสามารถดัดแปลงได้ทุกประเด็น

“กัญชาเป็นยาที่ดีที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมา ยาหนึ่งตัวสามารถรักษาอาการคลื่นไส้ การนอนหลับ ความวิตกกังวลการจัดการอาการชักแบบเสริมและความเจ็บปวด ซึ่งผมสามารถกำจัดและลดจำนวนยารักษาอื่นๆ ที่ผู้ป่วยใช้ได้อีกมากมายเช่นกัน” – นายแพทย์เดวิดไซน์ กล่าว

การสร้างระบบที่อยู่ในแนวทางของรัฐบาลกลางและรัฐ นายแพทย์ไซน์ทำงานร่วมกับครอบครัวเพื่อให้คำแนะนำสำหรับกัญชาทางการแพทย์แล้วเปลี่ยนครอบครัวให้เป็นเภสัชกรและพยาบาลที่ปฏิบัติตามผู้ป่วยแต่ละคนและผู้ดูแลอย่างใกล้ชิดมั่นใจในความปลอดภัยในทุกขั้นตอนและเปิดโอกาสให้เปลี่ยนขนาดของยาหรือสื่อสารถึงอาการไม่สบายได้อย่างรวดเร็ว นายแพทย์ไซน์และหุ้นส่วนระบุว่าวิธีการสามแขนช่วยให้สามารถสื่อสารข้อมูลผู้ป่วยได้เร็วขึ้นและมีการสนทนาโต้ตอบที่ช่วยยกระดับคุณภาพการดูแลเด็กที่มีความเสี่ยงเป็นพิเศษ

 

ขอบคุณภาพจาก: thefreshtoast.com

 

การเข้าถึงกัญชาและความโปร่งใส (Accessibility and transparency)

การรักษาผู้ป่วยมากกว่า 1,500 คน  นายแพทย์ไซน์ได้รวมกัญชาทางการแพทย์ไว้ในแนวการปฏิบัติของเขาในขณะที่ร่วมมือกับหน่วยงานทางการท้องถิ่นและหน่วยงานที่กำกับดูแลเพื่อสร้างแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดในการใช้กัญชาสำหรับกลุ่มผู้ป่วยเด็ก

 “เรามุ่งมั่นที่จะไม่ทำให้เกิดอันตรายเป็นอันดับแรก ผมไม่สามารถทำให้เกิดอันตรายด้วยกัญชาได้ถ้าผมมีผลิตภัณฑ์ที่ถูกต้องเหมาะสมและผมไม่สามารถให้คนไข้ใช้กัญชาในขนาดที่สูงเกินไป (overdose) ซึ่งแตกต่างจากยาแก้ปวดกลุ่มโอปิออยด์ (opioids) เพราะกัญชาไม่ส่งผลกระทบต่อตับหรือไต ผมสามารถควบคุมความเจ็บปวดของกลุ่มคนไข้ด้วยกัญชาทางการแพทย์ได้”
 
ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยของกัญชาทางการแพทย์แตกต่างกันไปจากประมาณสองร้อยถึงสามร้อยดอลลาร์ (ราว 6,000-7,000 บาท) ต่อเดือน ซึ่งบ่อยครั้งเป็นค่าใช้จ่ายสูงมากๆ (จนซื้อไม่ได้) สำหรับครอบครัวที่มีภาระหนี้ทางการแพทย์อยู่แล้ว สำหรับหลายๆ ครอบครัวประโยชน์ของการมีลูกอยู่ในที่ที่สะดวกสบายกว่านั้นคือสิ่งที่ประเมินค่ามิได้

ครอบครัวของแองเจิล เด็กอายุ 3 ปีกับสมองพิการและอาการชัก มองหานายแพทย์ไซน์และทีมงานของเขาเมื่อไม่นานมานี้เพื่อขอให้ช่วยเหลือในเรื่องของอาการชักที่ลุกลามขึ้นเมื่อสี่ปีก่อน

จากประวัติของโรคหลอดเลือดสมองและอาการชักที่ต่อต้านการรักษาทั่วไป แองเจิลจึงเริ่มใช้กัญชาทางการแพทย์ในปี 2015 ภายในหนึ่งเดือน และมีอาการชักน้อยลงกว่าปกติและถูกยึดยารักษาอาการชักสามครั้ง Angel ประสบกับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นกว่าแต่ก่อนด้วยการเปล่งเสียงและเคลื่อนไหวได้ด้วยตัวเอง

งานที่สำคัญของนายแพทย์ไซน์เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการตรวจสอบข้อเท็จจริงของการรักษาแบบใหม่ๆ สำหรับความเจ็บป่วยที่มักทิ้งคำตอบเพียงเล็กน้อยให้กับครอบครัวผู้ป่วย และ แนวทางของนายแพทย์ไซน์ในฐานะผู้บุกเบิกด้านการรักษาด้วยกัญชาทางการแพทย์ ไม่เพียงแค่ได้ช่วยให้หลายๆ ครอบครัวมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นเท่านั้นแต่ยังเป็นการให้เวลาในการรักและใส่ใจกับคนที่รักมากที่สุดด้วย

 

อ้างอิง: 

The Fresh Toast / Feb. 20, 2020

By: Kate-Madonna Hindes

https://thefreshtoast.com/cannabis/marijuana-and-cbd-in-palliative-care/