เปลี่ยนทุกอย่างให้เป็น “เธอ” เทคนิคการทำเมล็ดกัญชาตัวเมีย

Last updated: Feb 27, 2020  |  Exclusive

วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 - 09:28 น.

"Exclusive"
หมายเหตุ : เผยแพร่ครั้งแรกเป็นภาษาไทยเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 โดย Cannhealth
เขียน/แปล: สิริญา มิตรศรัทธา/Siriya Mitsattha
เรียบเรียง : ณัฐวุฒิ จงจิตร/Nathawut Jongjit

 

เพศของกัญชา เป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญในการกำหนดทิศทางและจุดประสงค์ ของการปลูกกัญชา กัญชาตัวเมียมักเป็นกัญชาที่ผู้ปลูกและผู้ป่วยต้องการมากกว่า กัญชาตัวผู้ เนื่องจากกัญชาตัวเมียมีสารแคนนาบินอยด์ปริมาณสูงที่นำไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์เพื่อรักษาอาการและโรคต่างๆ ได้ และนั่นทำให้บทบาทของกัญชาตัวผู้นั้นด้อยลงเพราะกัญชาตัวผู้มีหน้าที่แค่

ถ่ายละอองเกสรหรือช่วยในการผสมพันธุ์ตามธรรมชาติ แต่กลับไม่สามารถให้ผลผลิตตามที่ตลาดต้องการ ดังนั้นผู้ปลูกมักจะกำจัดกัญชาตัวผู้ทิ้งและทุ่มเทการขยายพันธุ์เฉพาะกัญชาตัวเมียโดยปราศจากกัญชาตัวผู้

 

 

กัญชาเป็นพืชแยกเพศต่างต้นและถูกแบ่งออกเป็นกัญชาเพศผู้ (มีเกสรตัวผู้) และกัญชาเพศเมีย (มีเกสรตัวเมีย) โดยโครโมโซมจะเป็นตัวกำหนดเพศของกัญชา กัญชาเพศผู้มีโครโมโซม XY ส่วนกัญชาเพศเมียมีโครโมโซม XX  

นอกจากนั้นกัญชาก็สามารถเป็นพืชที่มี 2 เพศในต้นเดียวกันได้โดยมีเกสรตัวเมียและเกสรตัวผู้อยู่ในต้นเดียวกันหรือเรียกว่า “กัญชากะเทย” โดยการเป็นกัญชากะเทยอาจเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติหรือถูกพัฒนาภายหลัง เพราะกัญชาเกิดความเครียดจากปัจจัยต่างๆ เช่นแสงแดดที่มากไป น้ำที่มากเกินไปหรือไม่เพียงพอ ศัตรูพืช เช่นแมลง โรคของพืช เป็นต้น เพศของกัญชาไม่ได้แค่ขึ้นอยู่กับพันธุกรรมแต่ก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยสิ่งแวดล้อมรอบข้างด้วยแต่ละเพศมีความโดดเด่นที่แตกต่างกัน

 

 

หากเทียบกันระหว่างกัญชาตัวผู้ ตัวเมียและกะเทย กัญชาตัวเมียกลับเป็นกัญชาที่ทุกคนหมายปองเพราะกัญชาตัวเมียมีสารแคนนาบินอยด์ ที่มีประโยชน์ในการรักษา ทั้งสาร THC, CBD, CBN ที่มีปริมาณสูงที่อยู่ในดอกสามารถนำไปใช้รักษาอาการและโรคต่างๆ ได้ดีและมีประสิทธิภาพ

มีเพียงกัญชาตัวเมียเท่านั้นที่จะผลิตดอกใหญ่ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาด ในขณะที่กัญชาตัวผู้ผลิตถุงละอองเรณูเพื่อเก็บละอองเกสร โดยส่วนใหญ่แล้ว ผู้ปลูกมักจะเน้นการปลูกกัญชาตัวเมียเพียงอย่างเดียว เพราะเมื่อเวลาที่กัญชาตัวเมียโตในบริเวณที่ปราศจากกัญชาตัวผู้ กัญชาตัวเมียจะผลิตดอกที่ใหญ่ (มีสาร THC สูง) กว่าดอกของกัญชาตัวเมีย ที่ปลูกผสมกับกัญชาตัวผู้

 

 

สัดส่วนตามธรรมชาติของเพศกัญชาคือ 50:50 แปลว่าจะมีกัญชาตัวผู้ 50 ต่อกัญชาตัวเมีย 50 หรือครึ่งต่อครึ่ง ปกติแล้ววิธีการขยายพันธุ์ของกัญชาจะต้องมีคู่ของ กัญชาตัวเมียและตัวผู้

กัญชาตัวผู้จะผลิตละอองเรณูซึ่งเป็นตัวแปรจำเป็นในการผสมพันธุ์ตามธรรมชาติ  โดยกัญชาตัวผู้จะมีเม็ดกลมๆ ที่มีเกสรอยู่ข้างใน หากได้รับการถ่ายละอองเรณูจากกัญชาตัวผู้ (ผสมพันธุ์) ดอกของตัวเมียจะกลายเป็นเมล็ดซึ่งอาจเป็นผลผลิตที่คนนิยมน้อยกว่าดอก เพราะสาร THC ต่ำ มีข้อจำกัดในการนำมาใช้เพื่อรักษา

ดังนั้นผู้ปลูกที่ต้องการจะปลูกเฉพาะกัญชาตัวเมีย ด้วยจุดประสงค์ที่มุ่งหวังดอกที่ใหญ่ และคุณภาพดีจะต้องเลือกปลูกเฉพาะกัญชาตัวเมียในบริเวณที่ปราศจากกัญชาตัวผู้ เพื่อป้องกันการผสมพันธุ์แบบธรรมชาติที่จะได้ผลผลิต คือเมล็ด หรือ ตัดและแยกเม็ดกลมๆ ที่มีเกสรอยู่ข้างในของกัญชาตัวผู้ ออกจากบริเวณที่มีกัญชาตัวเมียเพื่อป้องกันการถ่ายละอองเรณูตามธรรมชาติ และรักษาดอกของกัญชาตัวเมียไว้เพื่อการเก็บเกี่ยว

 

 

แต่นอกจากวิธีที่กล่าวข้างต้นที่ต้องแยกกัญชาตัวผู้ออกจากตัวเมียเอง ซึ่งอาจจะยุ่งยากและใช้เวลานานแล้ว ยังมีอีกวิธีที่ผู้ปลูกนิยมโดยเทคนิคนี้เรียกว่า “Feminization” หรือการควบคุมกัญชาทำให้เมล็ดเป็นเมล็ดตัวเมีย (Feminized Seeds)

หลักการภายใต้วิธีนี้ คือการบังคับให้กัญชาตัวเมียผลิตเกสรซึ่งจะนำไปผสมกับ กัญชาตัวเมียต้นอื่นๆ โดยที่จะไม่ใช้กัญชาตัวผู้ในการผสมนี้เลย แม้ว่าวิธีนี้จะไม่ได้ผล 100% แต่ส่วนใหญ่แล้ว 99% ของทุกๆ ครั้งก็มักจะได้ผล โดยวิธีนี้สามารถทำได้ทั้งการปลูกกัญชาในโรงเรือนและกลางแจ้ง อีกทั้งวิธีนี้ยังให้ความมั่นใจแก่ผู้ปลูกได้อีกด้วยว่าจะได้ผลผลิตที่เป็นดอกใหญ่และ มีสารแคนนาบินอยด์ปริมาณสูงที่สามารถนำไปใช้เพื่อการแพทย์ รักษาอาการและโรคต่างๆ ได้ เมล็ดตัวเมีย (Feminized Seeds) สามารถนำไปขยายพันธุ์ได้ต่อเพราะเมล็ดนี้จะ ผลิตแต่ต้นกัญชาที่เป็นเพศเมีย

 

 

ในธรรมชาติปราศจากการจัดการของมนุษย์ กัญชาจะผลิตเมล็ดตัวเมียเมื่อพวกมันเข้าใกล้จุดจบของวัฏจักรของพืช ดังนั้นการ Feminization หรือทำให้เป็นเพศเมียจะทำให้กัญชาผลิตเมล็ดตัวเมียออกมาให้มากที่สุด โดยการทำให้พวกมันคิดว่ามันเข้าใกล้จุดจบของวัฏจักรของมันแล้ว

วิธีการทำให้กัญชาผลิตเมล็ดตัวเมียสามารถทำได้ทั้ง

1. วิธีตามธรรมชาติ

โดยการทำให้กัญชาตัวเมียเกิดความเครียดจากการจัดการปรับแสงในช่วงออกดอก แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ หากเกิดความเครียดต่อพืชมากๆ นั้นอาจทำให้พืชกลับกลายเป็น “กัญชากะเทย” ได้ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ผู้ปลูกต้องการ ดังนั้นวิธีนี้จึงไม่ค่อยเหมาะ

2.วิธีทางเคมี

การใช้สารเคมีต่างๆ มาพ่นบนต้นกัญชาตัวเมียเพื่อให้มันสร้างเกสร หรือถุงละอองเรณูโดยการดัดแปลงระดับฮอร์โมนของพืชที่เป็นตัวกำหนดเพศ ซึ่งสารเคมีมีหลากหลายชนิด เช่นซิ​ลเวอร์คอลลอยด์ (Colloidal Silver) กรดจิบเบอเรลริก (Gibberellic Acid) และอื่นๆ

การทำงานของสารเคมี เช่นซิ​ลเวอร์คอลลอยด์ทำให้ฮอร์โมนพืชเอทิลีน (Ethylene) ลดลงในเนื้อเยื่อของพืชหรือยกเลิกการกระทำของสารเอทิลีนที่ทำให้เกิดดอกตัวผู้แทน ดอกตัวเมีย

 

 

ซิ​ลเวอร์คอลลอยด์ เป็นสารที่หาได้ง่ายหรือสามารถทำขึ้นมาเองได้ มันเป็นสารที่ไม่มีสารพิษ ไม่กัดกร่อน สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยา

ส่วนกรดจิบเบอเรลริก เป็นประเภทของฮอร์โมนที่มีหน้าที่สำคัญในการกระตุ้นการงอกของเมล็ดของพืช โดยฮอร์โมนนี้จะจัดการระยะของการเติบโตของพืช กรดจิบเบอเรลริกจะกระตุ้นการเกิดดอกตัวผู้ ส่วนใหญ่กรดจิบเบอเรลริกจะอยู่ในรูปแบบผง ดังนั้นควรผสมน้ำก่อนจะฉีดสเปรย์พ่น แต่กรดจิบเบอเรลริกนั้นอาจมีประสิทธิภาพไม่เท่ากับสารซิลเวอร์คอลลอยด์

ส่วนวิธีการใช้นั้นหลักการเหมือนกันทั้งซิลเวอร์คอลลอยด์และกรดจิบเบอเรลริก

1. เลือกต้นกัญชาตัวเมียที่ต้องการคือ ต้นที่แข็งแรง สมบูรณ์ สวย

2. ปรับเปลี่ยนวงจรแสงให้เป็น 12-12 (12 ชม. แสง/ 12 ชม. มืด)

3. สเปรย์ใส่ซิลเวอร์คอลลอยด์หรือกรดจิบเบอเรลริกฉีดพ่นให้ทั่วต้นที่ตุ่มดอกและเน้นให้เปียกโชกในบริเวณที่ต้องการเปลี่ยนเป็นถุงละอองเรณู

4. สเปรย์ฉีดพ่นเป็นประจำอย่างน้อย 1 ครั้งต่อวันเป็นเวลา 10-14 วันเริ่มตั้งแต่เมื่อเปลี่ยนวงจรแสง

5. สเปรย์ฉีดพ่นกัญชาด้วยซิลเวอร์คอลลอยด์หรือกรดจิบเบอเรลริกทุกวันจนเริ่มเห็นสัญญาณของถุงละอองเรณู ซึ่งบางสายพันธุ์อาจต้องสเปรย์มากกว่า 3 อาทิตย์ก่อนจะเห็นความเปลี่ยนแปลง

 

 

หลังจากที่ได้สเปรย์สารเคมีที่เลือกใช้เพื่อทำให้เกิดเมล็ดตัวเมียแล้ว หากเริ่มเห็นถุงละอองเรณูที่เริ่มเปิดออก นั่นแปลว่าเกสรนั้นพร้อมที่จะถูกเก็บเกี่ยว ซึ่งผู้เก็บจะต้องระมัดระวังการเก็บเกสรเป็นอย่างมาก หลังเก็บเกสรควรทิ้งให้มันแห้งเป็นเวลา 1 อาทิตย์เพื่อนำไปผสมกับกัญชาตัวเมียต้นอื่นๆ โดยใช้พู่กันในการ “แต้ม” เกสรตัวเมียที่ได้มาตรงบริเวณตุ่มดอก (ตรงที่ใบไม้มาบรรจบกับกิ่ง) ซึ่งหลังจากถูกผสมแล้วมักจะใช้เวลา 6  สัปดาห์สำหรับเมล็ดตัวเมียในการเจริญเติบโตเต็มที่ ผู้ปลูกสามารถใช้เมล็ดนั้นได้ทันทีหรือจะเก็บไว้ในที่แห้ง เย็นเพื่อใช้ในอนาคต

ผลผลิตจากเมล็ดตัวเมียก็จะเป็นกัญชาตัวเมียเช่นกัน ดังนั้นวิธีนี้ทำให้ผู้ปลูกควบคุมผลผลิตของตนเองได้อีกทั้งยังแน่ใจว่าจะได้ดอกใหญ่ที่มีสารแคนนาบินอยด์ที่ต้องการในการนำไปใช้ประโยชน์เพื่อการแพทย์

 

ที่มา: 

1. Marijuana and hermaphroditism, Alchimia

https://www.alchimiaweb.com/blogen/marijuana-hermaphroditism/

2. The Difference Between Male and Female Weed Plants, Growbarato

https://www.growbarato.net/blog/en/how-to-sex-marijuana-plants/

3. Female Cannabis Plant, Maximum Yield

https://www.maximumyield.com/definition/5016/female-cannabis-plant-cannabis

4. How to Make Feminized Seeds at Home, Nebula Haze

https://www.growweedeasy.com/how-to-make-feminized-seeds

5. How to Make Your Own Feminized Seeds Using Colloidal Silver or Rodelization, GrowWeedEasy

https://www.growweedeasy.com/how-to-make-feminized-marijuana-seeds

6. Ultimate Guide: What Are Feminized Cannabis Seeds, Why They Are in High Demand and Three Ways You Can Make Them Too, Alex Trpkovich

https://www.thegrowthop.com/cannabis-culture/ultimate-guide-what-are-feminized-cannabis-seeds-why-they-are-in-high-demand-and-three-ways-you-can-make-them-too

7. How To Make Feminized Cannabis Seeds Like The Pros, Royal Queen Seeds

https://www.royalqueenseeds.com/blog-how-to-make-feminized-cannabis-seeds-like-the-pros-n1117