สิ่งที่ต้องรู้.. กัญชากับการเยียวยาโรคอะนอเร็กเซีย หรือโรคกลัวอ้วน (Anorexia)

Last updated: 19 มี.ค. 2563  | 

"Exclusive"
หมายเหตุ : เผยแพร่ครั้งแรกเป็นภาษาไทยเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2563 โดย Cannhealth
เขียน/แปล: วันดี กุศลธรรมรัตน์/ Wandee K.
เรียบเรียง : ณัฐวุฒิ จงจิตร/ Natthawut J.


ภาวะซึมเศร้าและความวิตกกังวลมักเกี่ยวข้องกับโรค อาจเป็นฤทธิ์ของกัญชาในการต้านความวิตกกังวลที่ช่วยได้มากกว่าคุณสมบัติในการกระตุ้นความอยากอาหาร

เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้คำศัพท์ทางการแพทย์  คำว่า Munchies  ซึ่งก็คืออาการหิวของกินหลังจากได้ใช้กัญชาไปแล้ว ซึ่งเป็นอาการที่จะเกิดขึ้นนอกจากภาวะเคลิ้มสุข (euphoria) ที่เป็นผลที่เกิดขึ้นที่พบบ่อยที่สุดของกัญชา

สารประกอบในกัญชาแสดงให้เห็นผลลัพธ์ที่ดีในการรักษาผู้ป่วยที่ทุกข์ทรมานจากโรคผอมแห้ง (wastng disease) เช่น เอดส์ โดยช่วยลดอาการคลื่นไส้และเพิ่มความอยากอาหาร มันมีแววว่าจะประสบผลสำเร็จในการรักษาโรคอะนอเร็กเซีย (Anorexia Nervosa) หรือโรคกลัวอ้วน โรคคลั่งผอม ซึ่งมีภาวะบกพร่องของพฤติกรรมการกิน เป็นหนึ่งในโรคที่พบได้บ่อยและเป็นพฤติกรรมการกินที่ผิดปกติและเป็นอันตราย แต่กัญชาก็ยังไม่ใช่การรักษาให้หายจากโรคนี้และวิทยาศาสตร์ก็ยังไม่เสร็จสมบูรณ์

อะนอเร็กเซีย (Anorexia)  หรือโรคคลั่งผอม โรคกลัวอ้วน เป็นโรคทางสุขภาพจิตซึ่งทำให้ผู้เป็นโรคนี้เสียชีวิตมากกว่า 12%  และจากการฆ่าตัวตาย 6%  ทั้งนี้การทำจิตบำบัด (Psychotherapy) เป็นการรักษาตามปกติ เนื่องจากยังไม่มียาที่ได้รับการอนุมัติให้รักษา

แต่นั่นอาจเป็นสาเหตุที่ผู้ป่วยบางคนรายงานว่ากัญชานั้นช่วยได้ ซึ่งผู้ป่วยเป็นโรคกลัวอ้วนหรือโรคคลั่งผอมนั้น อาจรู้สึกหิวแต่จะไม่กินอาหาร ความวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้ามักเกี่ยวข้องกับโรคนี้ และอาจเป็นฤทธิ์ของกัญชาที่ช่วยต้านความวิตกกังวลได้ ซึ่งช่วยได้ในเรื่องนี้มากกว่าคุณสมบัติในการกระตุ้นความอยากอาหาร

ในรัฐส่วนใหญ่ที่อนุญาตให้ใช้กัญชาทางการแพทย์จะไม่ถือว่าโรคอะนอเร็กเซีย (Anorexia) หรือโรคกลัวอ้วน เป็นโรคในเงื่อนไขที่มีคุณสมบัติ (to be a qualifying condition)  ขณะเดียวกันรัฐนิวเม็กซิโกมองว่ากัญชาเหมาะสำหรับ “โรคอะนอเร็กเซีย (Anorexia) แบบรุนแรง” ซึ่งไม่มีคำจำกัดความทางการแพทย์

เช่นเดียวกับการใช้ประโยชน์ทางการแพทย์จำนวนมากสำหรับกัญชา การทดสอบทางคลินิกที่เกิดขึ้นจริงในผู้ป่วยโรคอะนอเร็กเซีย (Anorexia) หรือโรคกลัวอ้วนได้ถูกขัดขวางโดยสถานะของกัญชาถูกจัดอยู่ใน Schedule I Drug (ยาเสพติดให้โทษในประเภท 1) ซึ่งนอกจากจะต้องทำให้ถูกกฎหมายแล้ว ยังถูกกำหนดว่าไม่มีประโยชน์ทางการแพทย์

แม้จะมีความจริงที่ว่าการศึกษาอย่างน้อยหนึ่งครั้งแสดงให้เห็นว่าให้เห็นว่าผู้ใช้กัญชาในระดับปานกลางมีอัตราโรคอ้วนต่ำกว่าผู้ที่ไม่เคยใช้ ซึ่งประเด็นปัญหาที่ซับซ้อนของกัญชาและความอยากอาหารนั้น คือยา Rimonabant

ซึ่งเป็นยาลดน้ำหนักร่วมกับการควบคุมอาหารและการออกกำลังกาย และเป็น CB1 antagonist เหมือนสาร Cannabidiol (CBD) และได้รับการขนานนามว่า “Anti-THC” เพราะการใช้ยานี้ในปริมาณมากจะระงับความอยากอาหาร โดยผู้ใช้บางคนรายงานว่าโปรแกรมลดน้ำหนักของพวกเขามีประสิทธิภาพถึงสามเท่า ซึ่งยาตัวนี้ไม่เคยได้รับอนุญาตในสหรัฐอเมริกาและทางการยุโรปได้ทำการปิดตลาดหลังจากพบว่ายา Rimonabant นี้เชื่อมโยงกับภาวะซึมเศร้าและการฆ่าตัวตาย



Source:

The Fresh Toast/ March 8, 2020

By: Evan Eitzel

https://thefreshtoast.com/rx/cannabis-as-treatment-for-anorexia/#utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=cannabis-as-treatment-for-anorexia?utm_medium=Feed&utm_source=Syndication