อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยฯ ติดตามความคืบหน้าการวิจัยสายพันธุ์กัญชาเพื่อใช้ทางการแพทย์ ที่แม่ฮ่องสอน

Last updated: 24 มี.ค. 2563  | 

วันที่ 24 มีนาคม 2563 - 10:47 น.


แม่ฮ่องสอน-อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยฯ ชื่นชม ศูนย์วิจัยฯแม่สะเรียง โรงเรือน ระดับสากล พร้อมติดตามความคืบหน้าการวิจัยสายพันธุ์กัญชาเพื่อใช้ทางการแพทย์



 

นายแพทย์มารุต จิรเศรษฐสิริ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ได้เดินทาง ตรวจเยี่ยมศูนย์วิจัยพัฒนากัญชาทางการแพทย์ บ้านทุ่งแพม ตำบลแม่ยวม อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นโรงเรือนระดับ Medical Grade มาตรฐาน GMP ระดับสากล ใช้ระบบ QR CODE ติดตามการใช้งานของกัญชาแต่ละต้น โดยมี นายณัฐวรรธน์ วรพนิตกุล ประธานชุมชนวิสาหกิจฯ ให้การต้อนรับและนำคณะเยี่ยมชมศูนย์ฯ ซึ่งพื้นที่ดังกล่าว เป็น ศูนย์วิจัยความร่วมมือระหว่าง กรมการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา สมาคมศิษย์เก่า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา และ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มปลูกบุกและแปรรูปบุก เกษตรอินทรีย์บ้านทุ่งแพม ในการร่วมกันวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์กัญชา และ กัญชงเพื่อใช้ทางการแพทย์ และจัดส่งผลผลิตให้กับกรมการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือกในการปรุงเป็นยาไทย 16 ตำรับ ตามกระทรวงสาธารณสุขกำหนด และ สูตรของแพทย์ทางเลือกเพื่อให้เป็นประโยชน์ได้อย่างกว้างขวางมากขึ้น



นายแพทย์มารุต จิรเศรษฐสิริ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เปิดเผยว่า ปัจจุบันการรักษาด้วยกัญชามีประสิทธิภาพอย่างมาก กับกลุ่มผู้ปัญหาด้านการนอนหลับ , กลุ่มผู้ป่วยไมเกรน และยังมีศึกษาวิจัยเพิ่มเติมในผู้ป่วยมะเร็งระยะท้าย ที่ผ่านการรักษาจากแพทย์แผนปัจจุบันมาแล้ว โดยใช้กัญชาทดแทนมอร์ฟีนในปริมาณที่เหมาะสม ส่วนโรคอื่นๆ ที่สามารถใช้กัญชา บำบัด บรรเทา ยังอยู่ในช่วงทดลอง เก็บข้อมูลเชิงวิทยาศาสตร์เป็นข้อบ่งชี้ในการควบคุมการใช้งาน หวังให้เป็นกัญชาเสรีทางการแพทย์ที่แท้จริง โดยมี เป้าหมายด้านเศรษฐกิจในปี 2564 จะเพิ่มการซื้อขายสร้างรายได้ให้กับวิสาหกิจชุมชน ผลักดันให้กัญชาเป็นพืชเศรษฐกิจ การส่งออกต่างประเทศ เนื่องจากในต่างประเทศนิยมกัญชา พันธุ์ไทย ทั้งนี้ต้องให้เป็นไปตามกฎหมายกำหนด



นายณัฐวรรธน์ วรพนิตกุล ประธานชุมชนวิสาหกิจฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับ ศูนย์วิจัยพัฒนากัญชาทางการแพทย์ ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนของการพัฒนาและวิจัยสายพันธ์ เพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงในการนำไปใช้ปรุงยาไทย 16 ตำรับ มีพื้นที่ 1,200 ตารางเมตร มีการบริหารจัดการแบบเกษตรอินทรีย์ ดำเนินการปลูกกัญชารุ่นแรก จำนวน 320 ต้น และจะดำเนินการปลูกให้เต็มพื้นที่จำนวน 3,000 ต้นต่อไป ซึ่งสายพันธุ์กัญชาที่นำมาปลูกในศูนย์วิจัยฯมี 4 สายพันธุ์ ประกอบไปด้วย กัญชาสายพันธุ์เพชรบุรี ตะนาวศรี หางกระรอกด้ายแดง และ หางกระรอกอีสาน นอกจากนี้ทางศูนย์วิจัยฯ ยังมีมาตรการด้านการรักษาความปลอดภัยได้ดำเนินการตามข้อกำหนดของคณะกรรมการอาหารและยา อย่างเคร่งครัด พื้นที่ทั้งหมดมีระบบการรักษาความปลอดภัยสูง ผู้ที่เข้า-ออก จะต้องได้รับอนุญาตเท่านั้น ส่วนการลำเลียงขนส่งจะต้องแจ้งไปยังจังหวัดและตำรวจทางหลวงทุกครั้ง ซึ่งเป็นไปตามมาตรการรักษาความปลอดภัยของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา


ขอบคุณภาพจาก: siamfocustime





อ้างอิง: 

https://www.siamfocustime.com/340089