การศึกษาในผู้สูงอายุพบว่า.. ผู้บริโภคกัญชาจะออกกำลังกายมากกว่าผู้ไม่บริโภค

Last updated: Jul 29, 2020  |  Exclusive

"Exclusive"
หมายเหตุ : เผยแพร่ครั้งแรกเป็นภาษาไทยเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2563 โดย Cannhealth
เขียน/แปล: วันดี กุศลธรรมรัตน์/ Wandee K.
เรียบเรียง : ณัฐวุฒิ จงจิตร/ Natthawut J.


ผู้ที่ชื่นชอบ กระตือรือร้นในเรื่องกัญชาจำนวนมากที่มาจากทุกเพศทุกวัยได้ค้นพบผลประโยชน์ของการออกกำลังกายอย่างจริงจัง  (exercising high) เป็นประจำซึ่งได้ผลลัพธ์อันน่าพอใจ

แม้ว่าการโฆษณาชวนเชื่อหลายทศวรรษและการศึกษาน้อยกว่าข้อสรุปจำนวนหนึ่งที่ส่งเสริมทฤษฎี amotivational syndrome (สภาวะเฉยชาต่อสิ่งแวดล้อม) ที่ล้อมรอบกัญชา ซึ่งหลักฐานเชิงประจักษ์ที่เพิ่มมากขึ้นได้ท้าทายแนวคิดที่ว่ากัญชาทำให้ร่างกายมนุษย์ช้าลงและขัดขวางความสามารถทางจิตและร่างกาย

การศึกษาใหม่ (A new study) - จาการพิจารณาไปชาวอเมริกันอายุ 60 ปีขึ้นไป - พบว่าผู้บริโภคกัญชามีประสิทธิภาพในการออกกำลังกายมากกว่าผู้ที่ไม่บริโภคกัญชา

ซึ่งการค้นพบนี้ได้รบการตีพิมพ์ในวารสาร American Journal of Health Behavior ฉบับเดือนกรกฎาคม 2020 และเผยแพร่ทางออนไลน์ผ่าน Ingenta (บริษัทผู้ให้บริการด้านเนื้อหา)

ข้อมูลชี้ให้เห็นว่าคนอเมริกันที่สูบกัญชาที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปออกกำลังกายบ่อยครั้งและมีดัชนีมวลกาย (BMI) ต่ำกว่าคนอเมริกันสูงอายุที่ไม่บริโภคกัญชา

ทีมศึกษาวิจัยมาถึงข้อสรุปที่ว่ากัญชาไม่ได้ส่งผลกระทบในเชิงลบต่อการออกกำลังกายที่ทำเป็นประจำในหมู่ชาวอเมริกันที่อยู่ในประเภทของกลุ่มอายุนั้น

การศึกษาได้ดำเนินการโดยทีมงานจากภาควิชาประสาทวิทยาศาสตร์และจิตวิทยาที่มหาวิทยาลัยโคโลราโดโบลเดอ (University of Colorado at Boulder) ซึ่งเป็นวิทยาเขตหลักของมหาวิทยาลัยโคโลราโด

“ถึงแม้การศึกษาได้ชี้ให้เห็นว่ากัญชาอาจทำให้สมรรถภาพจิตและร่างกายและการทำงานของปอดลดลง แต่กัญชาจะเพิ่มประสิทธิภาพในโดเมนกีฬาบางประเภทได้” นักวิจัยเขียนไว้ในรายงาน (wrote)  

“เป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องทราบว่าการศึกษาเชิงประจักษ์ไม่กี่การทดสอบความเห็นที่เชื่อมโยงนี้ขาดความถูกต้องจากภายนอก เนื่องจากพวกเขาได้ใช้ประโยชน์จากรูปแบบของกัญชาที่ไม่สามารถใช้ได้อย่างกว้างขวางในร้านขายยากัญชาทางการแพทย์และสันทนาการสมัยใหม่”

ทีมนักวิจัยตั้งข้อสังเกตว่าการศึกษาที่ผ่านมาในเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับกัญชาที่มีคุณภาพต่ำลงมาซึ่งแทบจะหาไม่ได้ในปัจจุบัน ด้วยดอกกัญชาที่ถูกกฎหมายที่วางจำหน่ายอยู่ตามชั้นและหาได้ง่ายที่ร้านขายยาในหลายสิบรัฐ

ด้วยการใช้ Stanford 7-Day Physical Activity Recall Scale (PAR) เพื่อประเมินการออกกำลังกาย ทีมสามารถวัดความถี่ของการออกกำลังกายได้อย่างแม่นยำในกลุ่มผู้เข้าร่วม ซึ่งประโยชน์ของการใช้  PAR รวมถึงการช่วยให้นักวิจัยสามารถแยกความแตกต่างระหว่างการออกกำลังกายที่เกี่ยวข้องกับการทำงานและไม่เกี่ยวข้องกับการทำงาน (work-related and non work-related physical activity)  และยังวัดระดับของความเข้มของการออกกำลังกายและปัจจัยอื่นๆ

ทั้งนี้ผู้เข้าร่วมทุกคนมีอายุ 60 ปีขึ้นไป และถูกกำหนดให้เป็นกลุ่มนั่งๆ นอนๆ ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย (sedentary)  ซึ่งรายงานถึง “การออกกำลังกายระดับปานกลาง”  น้อยกว่า 80 นาทีต่อสัปดาห์

ผู้เข้าร่วมการศึกษาวิจัยถูกเฝ้าสังเกตเพื่อตรวจสอบดัชนีมวลกาย (BMI) กิจกรรมเพื่อหัวใจและหลอดเลือดและความถี่ในการออกกำลังกายในช่วงเริ่มต้นของการศึกษา หลังจากนั้น 8 สัปดาห์ และหลังจากนั้นอีก 16 สัปดาห์ ซึ่งในสัปดาห์ที่ 8 บันทึกว่า มีผู้เข้าร่วม 164 คนที่เสร็จสิ้นการศึกษา และมีผู้เข้าร่วม 153 คนที่ทำได้ถึงสัปดาห์ที่ 16

ทีมวิจัยบันทึกว่า “ผลลัพธ์ของการวิเคราะห์นี้ชี้ให้เห็นว่าเมื่อเปรียบเทียบกับผู้สูงอายุที่ไม่ใช้กัญชา  ผู้สูงอายุที่ใช้กัญชามีค่า [ดัชนีมวลกาย] ต่ำลงในช่วงเริ่มต้นของการศึกษาการทดลองการออกกำลังกาย และมีส่วนร่วมในการออกกำลังกายมากขึ้นทุกวันระหว่างการทดลองและมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการออกกำลังกายมากขึ้นในตอนท้ายของการทดลอง



เหตุใดกัญชา..ทำให้ออกกำลังกายได้ดีขึ้น? (Why Does Cannabis Improve Exercise?)
 
ต้องพิจารณาภาพรวมทั้งหมดเมื่อดูที่กัญชาและการออกกำลังกาย: กัญชามีประสิทธิภาพ ยกตัวอย่างเช่นเพื่อกระตุ้นสภาพจิตใจในระหว่างการเดิน การจ๊อกกิ้งและการวิ่งที่ทำให้การออกกำลังกายดูเหมือนจะทำงานน้อยลง

เมื่อใช้อย่างปลอดภัย กัญชาสามารถใส่ความสนุกสนานเข้าไปในการออกกำลังกายทำให้ผู้คนมีแนวโน้มที่จะออกกำลังกายบ่อยขึ้น มีปัจจัยทางจิตอื่นๆ อีกมากมายที่ส่งผลโดยตรงต่อความต้องการในการออกกำลังกายของเรา

การศึกษาที่คล้ายกันที่ตีพิมพ์ในปี 2019 ดำเนินการโดยทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยโคโลราโดโบลเดอร์(University of Colorado at Boulder) พบว่าคนที่นำกัญชามารวมกับการออกกำลังกายมักจะออกกำลังกายได้บ่อยขึ้น ทั้งนี้คนหกร้อยคนอายุ 21 ปีขึ้นไป และอาศัยอยู่ในแคลิฟอร์เนีย โคโลราโด เนวาดา โอเรกอนและวอชิงตันถูกเฝ้าสังเกตเพื่อการศึกษา ซึ่งการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับกัญชาส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับการรายงานตนเอง

จากการศึกษาทีมนี้พบว่า 81.7% ของผู้เข้าร่วมบอกว่าพวกเขาบริโภคกัญชาก่อนหรือหลังออกกำลังกาย และอีก 67.2% ของผู้เข้าร่วมบอกว่าพวกเขาบริโภคกัญชาทั้งก่อนและหลังออกกำลังกาย

สิ่งสำคัญที่สุด คือผู้เข้าร่วมที่บริโภคกัญชารายงานว่าการออกกำลังกายทำได้เพิ่มขึ้น 43 นาทีทุกสัปดาห์เมื่อเทียบกับผู้บริโภคกัญชาที่ไม่ได้รับจำนวนมาก

คนส่วนใหญ่รับรู้ถึงสภาวะ “runner’s high”  ความฟิน ความสุขขณะวิ่งออกกำลังกาย หรือการปล่อยสารอนันดามายด์ (anandamide) ตามธรรมชาติที่เชื่อมโยงกับตัวรับสารแคนนาบินอยด์ (cannabinoid) ในสมอง ( natural release of anandamide that bonds to cannabinoid receptors in the brain)  นั่นจะอธิบายว่าเพราะเหตุใดนักวิ่งบางคนถึงรายงานความรู้สึกนิ่งๆ หลังจากการวิ่งในระยะยาวและทำไมนักกีฬามักถูกชักจูงให้กัญชาในตอนแรก ซึ่งโดยการรวมกัญชาเข้ากับการออกกำลังกาย เราสามารถสันนิษฐานได้ว่ามันช่วยเพิ่มผลที่มีต่อร่างกายของสารanandamide

การค้นพบนี้มีความเกี่ยวข้องโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการผลักดันเพื่อส่งเสริมวิถีชีวิตที่แอคทีฟ กระฉับกระเฉงซึ่งเกี่ยวข้องกับการออกกำลังกายท่ามกลางการปิดตัวลงอย่างกว้างขวาง ซึ่งบางทีสิ่งที่ดีที่สุดของมันคือวิธีการศึกษาที่ท้าทายแนวคิดที่ว่าเหล่าสโตเนอร์ (คนใช้กัญชา) และเฉื่อยชา ซึ่งเป็นความเชื่อที่มีมานานที่ยังคงมีมาจนถึงทุกวันนี้



Source:

High Times / July 7, 2020

By: Benjamin M. Adams

https://hightimes.com/news/cannabis-consumers-exercise-more-than-non-consumers-study-older-americans-finds/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=cannabis-consumers-exercise-more-than-non-consumers-study-older-americans-finds