การวิจัยเผยว่าผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบซีลดความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานได้..ด้วยกัญชา

Last updated: Sep 17, 2020  |  Exclusive

"Exclusive"
หมายเหตุ : เผยแพร่ครั้งแรกเป็นภาษาไทยเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2563 โดย Cannhealth
เขียน/แปล: วันดี กุศลธรรมรัตน์/ Wandee K.
เรียบเรียง : ณัฐวุฒิ จงจิตร/ Natthawut J.


ผู้ป่วยที่เป็นโรคไวรัสตับอักเสบซี (Hepatitis C) มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นในการเป็นโรคเบาหวาน กัญชาช่วยป้องกันได้หรือไม่?


การศึกษาวิจัยล่าสุดพบว่ากัญชา (cannabis)  ช่วยให้ผู้ที่เคยได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคไวรัสตับอักเสบซี (Hepatitis C) หลีกเลี่ยงความเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน (diabetes) ได้ โดยเผยให้เห็นว่าผู้ที่ใช้กัญชามีโอกาสน้อยที่จะเป็นโรคเบาหวานอันเป็นผลมาจากไวรัสตับอักเสบซี

งานวิจัย (The research)  นี้มาจากวารสาร Journal of Viral Hepatitis และดำเนินการโดยนักวิจัยชาวฝรั่งเศสที่ต้องการเข้าใจความสัมพันธ์ของการใช้กัญชากับการป้องกันโรคเบาหวาน การวิจัยได้ศึกษาผู้รับการทดสอบกว่า 10,000 คนที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นไวรัสตับอักเสบซีเรื้อรัง (HCV) ก่อนการวิจัย  ซึ่งการวิจัยของพวกเขาแสดงให้เห็นว่าผู้รับการทดสอบที่อ้างว่าใช้กัญชามีเพียงประมาณครึ่งหนึ่งหรือ 49 เปอร์เซ็นต์มีแนวโน้มที่จะเป็นโรคเบาหวานเช่นเดียวกับผู้ที่ไม่ได้ใช้กัญชาเป็นประจำ แม้แต่ผู้ที่เคยใช้กัญชาในอดีตก็มีความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานลดลงเมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่เคยใช้กัญชาเลย อย่างไรก็ตามความสัมพันธ์กันที่แข็งแกร่งที่สุดคือผู้ที่ระบุตัวเองว่าเป็นผู้ใช้กัญชาเป็นประจำ

นี่เป็นข้อมูลสำคัญที่ได้รับประโยชน์เนื่องด้วยโรคไวรัสตับอักเสบซีเรื้อรัง (chronic hepatitis C-HCV)  นั้นทำให้เกิดภาวะดื้อต่ออินซูลิน ซึ่งหมายถึงว่าผู้ที่เป็นโรคไวรัสตับอักเสบซีเรื้อรัง (HCV) มีแนวโน้มที่จะเป็นโรคเบาหวานมากกว่าผู้ที่ไม่ได้เป็น Hep-C positive โดยเฉพาะเนื่องจากความเจ็บป่วยของพวกเขา

ทั้งนี้กลุ่มผู้ป่วยนี้มีความเสี่ยงที่จะพัฒนาอาการได้มากขึ้นแม้ว่าพวกเขาจะเฝ้าระวังปัจจัยอื่นๆ ที่อาจมีส่วนร่วมก็ตาม ดังนั้นการวิจัยจึงกำลังดำเนินการอย่างแข็งขันเพื่อช่วยบำบัดโรคที่มีความเสี่ยงนี้

การศึกษาวิจัยอธิบายโดยละเอียดว่า “การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีเรื้อรัง (HCV) เป็นปัจจัยเสี่ยงของการดื้อต่ออินซูลิน และกลุ่มผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีเรื้อรัง (HCV) มีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคเบาหวาน ทั้งนี้ในประชากรทั่วไป การวิจัยแสดงให้เห็นถึงประโยชน์ที่เป็นไปได้ของการใช้กัญชาเพื่อป้องกันโรคเบาหวานและความผิดปกติของระบบเผาผลาญที่เกี่ยวข้อง”

 “เรามีวัตถุประสงค์เพื่อทดสอบว่าการใช้กัญชามีความสัมพันธ์กับการลดความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานในผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีเรื้อรังหรือไม่ กลุ่มผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีเรื้อรัง (HCV) ได้รับการคัดเลือกมาจาก the French national, multicenter, observational ANRS CO22 Hepather cohort  ซึ่งข้อมูลภาคตัดขวางตามเวลา (cross-sectional data) เป็นข้อมูลที่เก็บในช่วงเวลาหนึ่งที่รวบรวมจากการลงทะเบียนตามกลุ่มประชากรถูกนำมาใช้เพื่อประเมินความสัมพันธ์ระหว่างลักษณะทางคลินิกและพฤติกรรมของผู้ป่วยและความเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน"



ปัจจัยอื่นๆ ที่สัมพันธ์ เกี่ยวข้องกับโรคเบาหวาน (Other Factors Associated with Diabetes)

การวิจัยยังพบบางปัจจัยที่อาจนำไปสู่ความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานสำหรับผู้ที่เป็นโรคไวรัสตับอักเสบซี ซึ่งชี้ให้เห็นถึงปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อสิ่งต่างๆ เช่น เพศ การใช้ยาสูบ การไร้ที่อยู่อาศัย การเกิดพังผืด ความยากจนที่ความเป็นอยู่ต่ำกว่ามาตรฐาน และค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ที่เพิ่มขึ้นซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้มีแนวโน้มที่จะเป็นโรคเบาหวานมากขึ้นเนื่องจากมีไวรัสตับอักเสบซี

ผู้เขียนการวิจัยสรุปว่า “ความสัมพันธ์ระหว่างการใช้กัญชาและโรคเบาหวานยังคงอยู่ในการวิเคราะห์แบบหลายขั้น ในการศึกษาวิจัยแบบตัดขวางที่เป็นการศึกษาแบบสังเกตประเภทหนึ่งที่วิเคราะห์ข้อมูลของประชากรตามเวลา (cross-sectional study) ขนาดใหญ่ของผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีเรื้อรังนี้ การใช้กัญชามีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานที่ลดลงโดยไม่ขึ้นอยู่กับปัจจัยทางคลินิกและพฤติกรรมทางสังคม

ทั้งนี้การศึกษาวิจัยเพิ่มเติมจำเป็นต้องมีเพื่ออธิบายถึงความเชื่อมโยงเชิงสาเหตุที่อาจเกิดขึ้นและให้ความกระจ่างถึงสารประกอบและกลไกของกัญชาที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์นี้”

งานวิจัยก่อนหน้านี้เกี่ยวกับกัญชาและโรคไวรัสตับอักเสบซีที่ดำเนินการในปี 2015 และตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์ Clinical Infectious Diseases เปิดเผยผลการวิจัยที่คล้ายคลึงกันคือแสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงต่อการดื้ออินซูลินโดยรวมลดลง นี่เป็นข้อพิสูจน์เพิ่มเติมว่าการใช้กัญชาสามารถช่วยผู้ที่เป็นโรคไวรัสตับอักเสบซี (Hep-C) ต่อสู้กับโรคเบาหวานได้ ซึ่งอาจช่วยปูทางไปสู่การนำเสนอกัญชาเพื่อการรักษาทางการแพทย์มากขึ้นสำหรับผู้ที่หวังว่าจะหลีกเลี่ยงการเกิดภาวะโรคนี้






Source:

High Times / Aug. 28, 2020

By: YADDISON HERRON-WHEELER

https://hightimes.com/news/study-shows-cannabis-could-help-reduce-diabetes-hepatitis-c-patients/