Brexit (เบร็กซิต) ของสหราชอาณาจักร (UK) จะยุติการเข้าถึงกัญชาทางการแพทย์แก่เด็กที่ป่วย

Last updated: 2021-01-05  | 

"Exclusive"
หมายเหตุ : เผยแพร่ครั้งแรกเป็นภาษาไทยเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2564 โดย Cannhealth
เขียน/แปล: วันดี กุศลธรรมรัตน์/ Wandee K.
เรียบเรียง : ณัฐวุฒิ จงจิตร/ Natthawut J.


หลังจากสิ้นสุดช่วงเปลี่ยนผ่านของการถอนตัวออกจากสหภาพยุโรปของสหราชอาณาจักร (UK’s Brexit)  หรือที่เรียกว่า เบร็กซิต (Brexit) ในวันที่ 1 มกราคม 2021 เด็กชาวอังกฤษที่มีโรคประจำตัวอาการรุนแรงจะไม่สามารถเข้าถึงใบสั่งยากัญชาทางการแพทย์ได้อีกต่อไป

ในจดหมายที่ส่งถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย คลินิกและกลุ่มผู้ป่วยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทางกระทรวงสาธารณสุขและการดูแลสังคมแห่งสหราชอาณาจักร (DHSC) แจ้งเตือนว่าเมื่อสิ้นสุดระยะเวลาการเปลี่ยนผ่าน (once the transition period ends) ใบสั่งยาที่ออกในสหราชอาณาจักร (UKป จะไม่ได้รับเกียรติ การยอมรับจากประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (EU Member States) อีกต่อไป ซึ่งในทางปฏิบัติหมายความว่ากลุ่มเด็กที่เป็นโรคลมชักอย่างรุนแรงที่ต้องพึ่งพากัญชาทางการแพทย์เป็นหลักจะไม่สามารถเข้าถึงการรักษาที่พวกเขาต้องการได้ทั้งหมดหลังจากเบร็กซิต- Brexit (ซึ่งเป็นข้อตกลงที่ประเทศในสหราชอาณาจักร ทั้ง 4 ประเทศ ( อังกฤษ สกอตแลนด์ เวลส์ไอร์แลนด์เหนือ ถอนตัวแยกออกจากสหภาพยุโรป) เนื่องจากห่วงโซ่อุปทานตั้งอยู่ในเนเธอร์แลนด์

ทั้งนี้จดหมายของ DHSC ลงวันที่ 15 ธันวาคม - 16 วันก่อนสิ้นสุดระยะเวลาการเปลี่ยนผ่าน – ประกาศเจตจำนงที่จะ 'ตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้ดำเนินการทันทีหากยังไม่ได้ดำเนินการ เพื่อให้แน่ใจว่าผู้สั่งจ่ายยาได้รับทราบและมีข้อมูลเกี่ยวกับสารสกัดกัญชาทางการแพทย์ทางเลือกที่ไม่มีใบอนุญาต -ที่ใช้เพื่อสร้างทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ป่วยหลังจากสิ้นสุดระยะเวลาการเปลี่ยนผ่านในวันที่ 1 มกราคม 2021’

โฆษกของ End Our Pain  แคมเปญการเข้าถึงกัญชาทางการแพทย์ ให้ความเห็นว่า“ จดหมายฉบับนี้ถือเป็นการทำลายล้างของกลุ่มครอบครัวเหล่านี้ที่ประสบปัญหา ความลำบากในการดูแลเด็กที่ป่วยหนักอยู่แล้ว ครั้งแล้วครั้งเล่าที่ครอบครัวสมาชิกของแคมเปญ End Our Pain ของเราได้วิงวอนขอความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนต่อนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขรวมถึงระบบบริการสุขภาพแห่งชาติ (NHS) แต่ทว่าความต้องการของพวกเขายังคงถูกเพิกเฉย ซึ่งจดหมายฉบับนี้ซึ่งส่งมาใกล้ถึงกำหนดเส้นตายการเปลี่ยนผ่านทำให้เราต้อง ดิ้นรนหาทางแก้ไขโดยอาศัยข้อมูลที่มีจำกัดมาก ทั้งนี้การยุติการจัดหากัญชาทางการแพทย์จากเนเธอร์แลนด์ ไปยังสหราชอาณาจักร (UK) ถือเป็นเรื่องสำคัญถึงความเป็นความตายต่อเด็กเหล่านี้ ซึ่งมีความจำเป็นที่รัฐบาลจะต้องดำเนินการในตอนนี้เพื่อช่วยหาทางออก แก้ปัญหาและช่วยเหลือครอบครัวเหล่านี้”

การใช้กัญชาในทางการแพทย์ในกรณีที่ตัวเลือกอื่นๆ ได้ใช้จนหมดสิ้นแล้วได้รับการรับรองให้ถูกกฎหมายใน สหราชอาณาจักรในปี 2018 และตอนนี้เด็กๆ ราว 40 คนในสหราชอาณาจักรได้รับน้ำมันกัญชาตามใบสั่งแพทย์เพื่อรักษาโรคลมชักชนิดรุนแรงและดื้อต่อยารักษา ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษาอาจทำให้เกิดอาการชักที่เป็นอันตรายถึงชีวิตได้บ่อยหรือเป็นเวลานานหลายครั้งต่อวัน ซึ่งในจำนวนเด็กเหล่านี้เชื่อว่ามีเพียงสามคนเท่านั้นที่ได้รับใบสั่งยาผ่านทาง NHS ซึ่งหมายความว่าครอบครัวที่เหลือจะต้องจ่ายเงินของตนเป็นการส่วนตัวเพื่อการเข้าถึงยา ทั้งนี้ด้วยใบสั่งยากัญชาทางการแพทย์ที่มีราคาสูงถึง 2,500 ปอนด์ (ประมาณ 1 แสนบาท) ต่อเดือน และด้วยค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมและภาวะแทรกซ้อนที่เกี่ยวข้องกับเด็กที่ต้องการการดูแลระยะยาวอย่างเข้มข้น ครอบครัวเหล่านี้จำนวนมากจำใจต้องขอเงินบริจาคเพื่อการกุศล - แต่นับตั้งแต่การแพร่ระบาดของ COVID-19 ในเดือนมีนาคม กิจกรรมการระดมทุนส่วนใหญ่ถูกหยุดไว้ชั่วคราว

Alfie Dingley ลูกชายของ Hannah Deacon ป่วยเป็นโรค PCDH19 ซึ่งเป็นโรคลมชักแบบคลัสเตอร์ คือมีอาการชักมากกว่าสองหนใน 24 ชั่วโมงซึ่งเป็นชนิดที่หายากมาก และเป็นจุดเด่นในระดับแนวหน้าของแคมเปญซึ่งนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงกฎหมายในปี 2018 ซึ่งหลังจากนั้น Alfie อายุ 7 ขวบกลายเป็นผู้ป่วยรายแรกในสหราชอาณาจักรที่ได้รับใบอนุญาตกัญชาทางการแพทย์แบบถาวร

Deacon กล่าวว่า:“ นี่เป็นของขวัญคริสต์มาสที่เลวร้าย แย่ที่สุดที่ฉันและครอบครัวอื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบอาจจะได้รับ ฉันโชคดีที่มีใบสั่งยาของระบบบริการสุขภาพแห่งชาติ (NHS) สำหรับ Alfie แต่ตอนนี้ฉันรู้สึกกลัวว่าจะไม่ได้รับสิทธินั้นเนื่องจากจดหมายฉบับนี้ ทั้งนี้ครอบครัวอื่นๆ ยังคงถูกปิดกั้นโดย NHS ทุกครั้งในการต่อสู้เพื่อขอใบสั่งยาของ NHS ซึ่งถูกทำให้ผิดหวังโดยระบบที่เป็นกระบวนการมากมายที่ตั้งใจจะช่วยเหลือลูกๆ ของพวกเขา”

Deacon กล่าวเสริมว่า: “จดหมายที่เราได้รับเพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อนวันที่ 1 มกราคม เพิ่มเพียงการข่มเหงไปที่ความเสียหายให้กับครอบครัวเหล่านี้ซึ่งต้องเผชิญกับการต่อสู้ดิ้นรนในชีวิตประจำวันในการพยายามหาเงินเพื่อสมทบทุนค่าใบสั่งยาส่วนตัวสำหรับโรคลมชักของลูกๆ พวกเขา ตอนนี้เราทุกคนกำลังเผชิญกับความเป็นไปได้ที่ร้ายแรงที่ลูกๆ ของเราจะไม่สามารถเข้าถึงกัญชาทางการแพทย์ที่ใช้ได้ผลในช่วงปีใหม่ เราขอวิงวอนอย่างมากให้รัฐบาลสหราชอาณาจักรและเนเธอร์แลนด์ทำงานร่วมกันเพื่อหาทางแก้ปัญหาระยาวสำหรับวิกฤตนี้ ซึ่งเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับการเมืองของข้อตกลงเบร็กซิต (Brexit)  แต่มันเกี่ยวกับชีวิตของเด็กๆ ที่ตกอยู่ในอันตราย ฉันขอ เร่งเร้าให้นายกฯ Boris Johnson ก้าวเข้ามาทำงานร่วมกับรัฐบาลเนเธอร์แลนด์และช่วยเหลือเรา”

Joanne Griffiths แม่ของ Ben วัย 11 ปีกล่าวเสริมว่า “เป็นเวลากว่า 2 ปีแล้วที่ถูกบอกปัดหลังจากที่ถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าถึงยาสำหรับรักษาชนิดเดียวที่เหมาะกับลูกๆ ของเรา และตอนนี้เรากำลังเผชิญกับภัยคุกคามที่จะไม่สามารถเข้าถึงยาได้แม้จะเป็นการส่วนตัวโดยแจ้งให้ทราบล่วงหน้าเพียง 13 วัน เรารู้สึกกลัวมากหลังจากที่ลูกชายของเราเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเมื่อช่วงปีใหม่ 2 ปีที่แล้วโดยที่ยารักษาอื่นๆ ไม่สามารถช่วยได้ ลูกชายของฉันมีอาการชักที่คุกคามชีวิตมากถึง 300 ครั้งต่อวัน เราไม่สามารถกลับไปฝันร้ายแบบนั้นได้อีก.. พ่อแม่คนอื่นก็กลัวเช่นกันว่าการดำเนินการนี้จะก่อให้เกิดอันตรายกับลูกของพวกเขา ฉันขอเรียกร้องให้รัฐบาลสหราชอาณาจักรไม่เพียงระดมทุนให้กับยารักษานี้ แต่ให้ทำงานร่วมกับรัฐบาลเนเธอร์แลนด์เพื่อหาแนวทางแก้ไขอย่างเร่งด่วน”





Source:

.healtheuropa / Dec.24, 2020

Brexit will end medical cannabis access for sick children | Health Europa