สายเขียวพึงระวัง! งานวิจัยมะกันเผยสูบ'กัญชา'ได้รับสารพิษไม่ต่างจาก'บุหรี่'

Last updated: 2021-01-13  | 

วันที่ 13 มกราคม 2564 - 13:35 น.


12 ม.ค.64 สำนักข่าว CNN สหรัฐอเมริกา เสนอข่าว Toxins in marijuana smoke may be harmful to health, study finds เมื่อวันที่ 11 ม.ค. 2564 ตามเวลาท้องถิ่น อ้างข้อมูลจากวารสารการแพทย์ EClinicalMedicine ที่ระบุว่า การสูบกัญชาทำให้ผู้สูบได้รับสารพิษประเภทเดียวกับการสูบบุหรี่ โดยพบสารแนพทาลีน (Naphthalene) อะคริลาไมด์ (Acrylamide) และ อะคริโลไนไตรล (Acrylonitrile) ในเลือดและปัสสาวะ ในปริมาณเข้มข้นกว่าผู้ที่ไม่สูบทั้งบุหรี่และกัญชา ซึ่งสารแนพทาลีนนั้นก่อให้เกิดโรคโลหิตจางและระบบประสาทถูกทำลาย ในจณะที่อะคริลาไมด์ และอะคริโลไนไตรล เป็นสารก่อมะเร็งและปัญหาสุขภาพอื่นๆ 

ดานา กาบุซดา (Dana Gabuzda) นักวิจัยอาวุโสด้านภูมิคุ้มกันมะเร็งและไวรัสวิทยา สถาบันมะเร็ง Dana-Farber เมืองบอสตัน รัฐแมสซาชูเซตส์ กล่าวว่า การใช้กัญชากำลังเพิ่มขึ้นในสหรัฐฯ โดยพบจำนวนรัฐที่ออกกฎหมายอนุญาตให้ใช้กัญชาทั้งเพื่อการแพทย์และไม่ใช่การแพทย์เมากขึ้น โดยล่าสุดในการเลือกตั้งปี 2563 ที่ผ่านมา มี 5 รัฐที่เพิ่งออกกฎหมายในแนวทางดังกล่าว ซึ่งน่ากังวลผลกระทบด้านสุขภาพที่เกิดจากควันกัญชา เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่าเมื่อเกิดการเผาไหม้จะมีสารพิษแบบเดียวกับที่พบในควันบุหรี่

รายงานข่าวต่อไปว่า งานวิจัยนี้ใช้กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ติดและไม่ติดเชื้อเอดส์ (HIV/AIDS) รวม 245 คน โดยให้เหตุผลที่เลือกผู้ติดเชื้อเอดส์เข้ามาเป็นกลุ่มตัวอย่างด้วยว่าประชากรกลุ่มนี้มีความชุกของการสูบบุหรี่และกัญชามากอย่างมีนัยสำคัญ คณะผู้วิจัยทำการเก็บข้อมูลจากตัวอย่างเลือดและปัสสาวะ เกี่ยวกับสารเคมีต่างๆ ที่เกิดจากการสลายนิโคติน (Nicotine) หรือการเผาไหม้จากการสุบบุหรี่และกัญชา

โดยผู้ที่สูบทั้งบุหรี่และกัญชา พบปริมาณแนพทาลีน อะคริลาไมด์ และอะคริโลไนไตรล สูงกว่าผู้สูบบุหรี่เพียงอย่างเดียว ขณะที่ผู้สูบบุหรี่ยังพบสารอะโครลีน (Acrolein) ในปัสสาวะ ซึ่งเป็นสารที่ก่อให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด อย่างไรก็ตาม ผู้ที่สูบกัญชาอย่างเดียวจะไม่พบสารอะโครลีนในปัสสาวะ กาบุซดา ระบุว่า นี่เป็นการศึกษาครั้งแรกเพื่อเปรียบเทียบการสัมผัสสารอะโครลีน และสารเคมีอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับควันซึ่งเป็นอันตราย ในช่วงเวลาที่ผ่านมาของทั้งผู้สูบบุหรี่และสูบกัญชา โดยเฉพาะเพื่อดูว่าเกี่ยวข้องกับโรคหัวใจและหลอดเลือดหรือไม่

อะโครลีน เป็นสารเคมีที่มีกลิ่นเหม็นไหม้ หวานและฉุน ซึ่งเกิดจากการเผาไหม้ของเชื้อเพลิง เช่น น้ำมันเบนซิน หรือน้ำมัน และสารอินทรีย์อย่างใบยาสูบ ไม่ใช่สารที่มีการเติมลงไปในบุหรี่ แต่เกิดจากการเผาไหม้ของน้ำตาลในใบยาสูบที่ถูกรมควัน ข้อมูลจากสำนักงานคุ้มครองสิ่งแวดล้อมแห่งสหรัฐอเมริกา (US EPA) การได้รับสารอะโครลีนในระยะสั้นอาจมีอาการระคายเคือง ระบบหายใจส่วนบนติดขัด ในระดับที่รุนแรงอาจเป็นพิษต่อมนุษย์เมื่อสูดดมทางปากหรือผิวหนัง 

รายงานข่าวยังกล่าวอีกว่า ผู้สูบกัญชาอย่างเดียวพบสารแนพทาลีน อะคริลาไมด์ และอะคริโลไนไตรล ในเลือดและปัสสาวะมากกว่าผู้ไม่สูบทั้งบุหรี่และกัญชา และพบมากกว่าผู้ที่สูบบุหรี่อย่างเดียว หรือสูบบุหรี่ที่ผสมกัญชา โดยอะคริลาไมด์ เป็นสารที่พบได้ในการผลิตกระดาษ พลาสติกและสีย้อม แต่ก็เกิดขึ้นได้จากพืช เช่น มันฝรั่งที่ได้รับความร้อนสูง รวมถึงพบในควันบุหรี่

ข้อมูลจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติสหรัฐฯ พบว่า ผู้คนสัมผัสกับสารอะคริลาไมด์จากควันบุหรี่มากกว่าจากอาหาร โดยผู้สูบบุหรี่จะพบสารอะคริลาไมด์ในเลือดสูงกว่าผู้ไม่สูบราว 3-5 เท่า เช่นเดียวกับข้อมูลจาก สมาคมโรคมะเร็งแห่งสหรัฐอเมริกา (American Cancer Society) จัดให้อะคริลาไมด์เป็นสารที่มีความเป็นไปได้ในการก่อให้เกิดโรคมะเร็งในมนุษย์ รวมถึง โครงการพิษวิทยาแห่งชาติสหรัฐฯ (US National Toxicology Program) ก็จัดให้อะคริลาไมด์ เป็นสารที่คาดอย่างสมเหตุสมผลว่าสามารถก่อมะเร็งในมนุษย์ได้ จากการทดลองในสัตว์ทดลอง

ส่วนอะคริโลไนไตรล เป็นสารที่พบในการผลิตพลาสติกและเส้นใย ซึ่งองค์การอนามัยโลก (WHO) ตั้งสมมติฐานว่า การสูบบุหรี่อาจเป็นสาเหตุสำคัญที่ก่อมลพิษทางอากาศภายในอาคารจากสารอะคริโลไนไตรล สารดังกล่าวมีความเป็นพิษคือทำให้เกิดอาการแขน-ขาอ่อนแรง หายใจลำบาก วิงเวียนศีรษะ กระทบต่อกระบวนการตัดสินใจ ตัวเขียว คลื่นไส้ ร่างกายทรุดและชัก ข้อมูลจาก US EPA ระบุว่า อุบัติการของโรคมะเร็งปอดเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ตามที่ได้รับรายงานจากงานวิจัยหลายชิ้นเกี่ยวกับคนงานที่สัมผัสกับสารนี้เรื้อรัง จึงกำหนดให้อะคริโลไนไตรล เป็นสารที่มีความเป็นไปได้ในการก่อให้เกิดโรคมะเร็งในมนุษย์

และสารแนพทาลีน ถูกใช้ในการผลิตลูกเหม็น อาจก่อให้เกิดอาการปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย วิงเวียน สับสน รวมถึงก่อให้เกิดโรคดีซ่าน โลหิตจาง และถึงขั้นหมดสติได้  ข้อมูลจาก ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐฯ  (US CDC) ระบุว่า การสูบบุหรี่ในบ้านจะพบความเข้มข้นของสารแนพทาลีนในอากาศภายในบ้านด้วย






อ้างอิง:

https://www.naewna.com/inter/544890