CANNHEALTH EXCLUSIVE

องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (FDA) ประกาศข้อถกเถียงออกมาเมื่อพฤศจิกายนที่ผ่านมาเกี่ยวกับความแตกต่างของเพศต่อผลกระทบของการใช้น้ำมันกัญชา CBD และแคนนาบินอยด์อื่นๆ หน่วยงาน FDA ด้านสุขภาพของเพศหญิงได้ออกมาประกาศ เนื่องจากหลายอาการที่พบตั้งแต่ที่ น้ำมัน CBD วางตลาด เช่น อาการปวดเรื้อรัง ความวิตกกังวล ภาวะซึมเศร้าและการนอนไม่หลับ ที่เกิดขึ้นแพร่หลายมากขึ้นในเพศหญิง

มีคนจำนวนมากที่ยังไม่ทราบเกี่ยวกับผลข้างเคียงของกัญชาต่อยาต้านโรคซึมเศร้า ชาวอเมริกันมากกว่า 16 ล้านคนที่มีอาการซึมเศร้ากำลังหายาทางเลือกในการรักษาอาการป่วยต่างๆและหลายคนก็หันเข้าหากัญชา ซึ่งกัญชาได้ถูกวิจัยเกี่ยวกับผลกระทบที่ได้รับทางด้านอารมณ์และความซึมเศร้ามาระยะหนึ่งแล้ว การศึกษาในปี 2017 ของหอสมุดแห่งชาติแพทยศาสตร์ในสหรัฐอเมริกาพบว่า การรักษาด้วยยากล่อมประสาทขั้นแรกมีความเกี่ยวข้องกับผลข้างเคียงอย่างมีนัยสำคัญทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากต้องแสวงหาวิธีการรักษาแบบอื่น” การศึกษาถูกดำเนินการโดยมหาวิทยาลัยแมกมาสเตอร์ในแคนาดา พบว่าผู้ป่วยที่มีอาการข้างเคียงอย่างมีนัยสำคัญมักมองหากัญชาเพื่อผ่อนคลายความกังวลและอาการซึมเศร้า ซึ่งอาการวิตกกังวลนั้นเป็นอาการลำดับต้นๆที่กัญชาทางการแพทย์สามารถช่วยรักษาได้

ข้อมูลที่มีอยู่นี้ดูเหมือนจะชี้ให้เห็นถึงวิธีทางเลือกอื่นๆที่มี แทนการใช้งานแบบการสูบเข้าไปแบบรูปแบบเดิมๆ ซึ่งอาจได้ผลเป็นอย่างดีในการรักษาอาการเจ็บปวด ในบางคำแนะนำในเรื่องของความสุขเป็นการเพิ่มความรู้สึกพึงพอใจเพื่อช่วยลดความเจ็บปวดได้ ไม่ว่าความเจ็บปวดจะเป็นอาการเรื้อรังหรือแบบเฉียบพลัน มันก็สามารถบั่นทอนจิตใจได้ทั้งนั้น ด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้คนนับล้านคนในประเทศสหรัฐอเมริกาหันมาพึ่งยาเสพติด แต่ถึงอย่างนั้น การวิจัยก็ได้ชี้ทางให้เห็นทางเลือกอื่นๆ ตามที่ผลวิจัยในปี 2018 ค้นพบว่าแคนนาบินอยด์อาจช่วยเพิ่มระดับความเจ็บปวดของผู้ป่วยเริ่มต้นได้ ในขณะเดียวกันก็ดูเหมือนว่าจะช่วยลดความรู้สึกไม่พึงพอใจลงได้ด้วย ภายในปี 2020 เดือนธันวาคม การวิเคราะห์เมตา (meta-analysis) ได้มีการทบทวนบันทึกทางการแพทย์ที่มีอยู่อย่างครอบคลุมเกี่ยวกับแคนนาบินอยด์และอาการปวดเฉียบพลัน

นวัตกรรมสเปรย์เฉพาะที่นี้ถูกคาดว่าจะนำมาใช้รักษาโรคผิวหนังภูมิแพ้, โรคสะเก็ดเงิน, ความเจ็บปวดทางผิวหนังและรอยโรค บริษัทกัญชาทางการแพทย์อิสราเอลออกประกาศว่าพวกเขากำลังทำการพัฒนาสเปรย์กัญชาเฉพาะที่ที่ใช้สำหรับรักษาปัญหาเกี่ยวกับโรคผิวหนังอักเสบร่วมกับบริษัท Lipidor เภสัชกรรมของสวีเดน ซึ่งเชี่ยวชาญด้านโรคผิวหนัง

แม้จะเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ก็ตาม แต่การทดลองทางการแพทย์โดยนักวิจัยชาวอิสราเอลก็ชี้ให้เห็นแนวโน้มของเด็กออทิสติกในการทดลองทางการแพทย์แบบใหม่นี้ได้กระตุ้นเรื่องการใช้สารสกัดจากกัญชาในเด็กออทิชติก การทดลองทางการแพทย์นี้ได้เผยผลลัพธ์ออกมาและเผยแพร่บนนิตยสาร Molecular Autism พยายามที่จะประเมินผลของ "สารสกัดจากกัญชาทั้งต้น" ที่มีทั้ง CBD และ THC ในอัตราส่วน 20: 1 และยาหลอกในกลุ่มเด็กออทิสติก

ผู้ป่วยโรคพาร์กินสันที่ใช้ยากัญชาทางการแพทย์กว่าครึ่งให้รายงานประโยชน์ของการกัญชาทางการแพทย์ต่ออาการป่วยของพวกเขา อ้างอิงจากการสำรวจใหม่จากประเทศเยอรมันนี ผู้ป่วยโรคพาร์กินสันมากกว่า 8 % ใช้ผลิตภัณฑ์กัญชาทางการแพทย์ (CBMPs) และผู้ป่วยกว่า 54 % เหล่านั้นมีประสบการณ์การใช้ประโยชน์จากกัญชา โดยการค้นพบครั้งนี้ได้ถูกเผยแพร่บนนิตยสารของโรคพาร์กินสันแล้ว

หากตอนนี้คุณไม่ได้รับการรักษาใดๆเลยสำหรับโรคนอนไม่หลับหรือหากยานอนหลับที่คุณใช้อยู่ตอนนี้ไม่มีประสิทธิภาพในการนอนหลับที่มากพอ ทำไมคุณไม่ลองใช้กัญชาดูล่ะ ลองปรึกษาผู้ที่จัดจำหน่ายน้ำมันกัญชา CBD หรือ THC ดู คุณจะพบว่าหนึ่งในอาการที่พบบ่อยๆที่ทำให้ต้องใช้สินค้าเหล่านี้คือปัญหาเรื่องการนอนไม่หลับ จึงเป็นที่ทราบกันดีว่ากัญชาและน้ำมัน CBD ได้ถูกพิสูจนืแล้วว่าเป็นตัวช่วยในโรคนอนไม่หลับและทำให้นอนหลับได้ดีชึ้น และนี่คือ 5 สิ่วที่คุณต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับผลที่ได้รับจากกัญชาที่ช่วยให้การนอนหลับของคุณดีขึ้น 1.ในความเป็นจริง การดื่มเหล้าได้รับการพิสูจน์แล้วว่าทำให้การนอนหลับของคุณสั้นลงและลดการนอนหลับในรูปแบบ REM (REM คือ วงจรที่กล้ามเนื้อต่างๆ หยุดทำงานหมดยกเว้น หัวใจ กระบังลม กล้ามเนื้อตาและกล้ามเนื้อเรียบ ซึ่งเป็นช่วงที่ฝันเป็นเรื่องเป็นราว โดยการนอนแบบนี้จะเกิดขึ้นในช่วงหลังของการนอนเป็นเหตุให้ฝันบ่อยๆในช่วงเช้ามืด) ในขณะที่กัญชาประกอบไปด้วยคุณสมบัติที่ทำให้มึนเมาและผ่อนคลายอยู่ด้วยกัน จึงทำให้คุณนอนหลับฝันหวานขึ้นและตื่นได้ง่าย

นอกจากการต้านการติดเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราที่ผิวหนังแล้ว CBD จากร้านขายกัญชาทางการแพทย์มุ่งเป้าไปที่เรื่องของริ้วรอย และช่วยคงความชุ่มชื้นให้แก่ผิว ให้ผิวดูอ่อนเยาว์ การทำความเข้าใจว่า CBD สามารถให้ประโยชน์ต่อสุขภาพผิวอย่างไรบ้างนั้น อาจเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยหลีกเลี่ยงอาการเจ็บป่วยทางผิวหนังได้